ยุค ๔.๐ ยุคพี่มหาเปิดตัว ‘พรรคมหาเปรียญ’ สู่สังคมไทย?

1,374 Views

@ ผมว่ายุคนี้เป็นยุคที่บรรดาพี่มหาทั้งหลายของผมเริ่มออกจากมุมอับของสังคมที่เคยแอบๆอยู่ก็มทยอยๆออกมาแสดงตังเปิดตัวกันเป็นจำนวนมาก ถามว่าเปิดตัวเพื่ออะไร? คำตอบคือเปิดตัวเพื่อ “สมัคร ส.ส.” ครับในนามหลายพรรค เช่น พรรคแผ่นดินธรรม พรรรคประชาธิปไตยเพื่อปวงชน พรรคไทยสาธุชน เป็นต้น ผมว่า 3 พรรคนี้เป็นพรรค “มหาเปรียญ” ทั้งนั้น คือ พรรคแผ่นดินธรรม ของ อ.กรณ์ มีดี ป.ธ.๖ พรรคประชาธิปไตยเพื่อปวงชนของ ดร.รักสยาม นามานุภาพอ.ดร.เอกภพ เหล่าลาภะ พรรคไทยสาธุชน ของ อ.มหาดวงใจ เชื้อคำเพ็ง คนนครพนมบ้านเดียวกันกับผม

@ พรรคอดีตพระ..พรรคมหาเปรียญ..สู่ความเป็นพรรคเพื่อพระพุทธศาสนา ?

ผมว่า ทั้ง 3 พรรคนี้ผมก็เคยคุยกับผู้บริหารพรรคมาก่อนหน้านี้มาแล้วก็ในวงการ “มหาเปรียญ” บ้านเรานี้มันแคบ คือใครทำอะไรที่ไหนรู้กันไปหมดประเภทสืบสาวหาประวัติกันค่อนข้างง่ายเพราะแค่ถามว่าตอนบวชอยู่วัดไหนแค่นั้นแหละ อัตชีวประวัติไหลพรืดออกมาเลย

ดังนั้น ความโปร่งใสหรือความเป็นคนดีในฐานะที่เป็นคนสุกหรืออดีตนักบวชเก่านั้นผมว่า “การันตี”ได้ถึงจิตวิญญาณที่ท่านเหล่านั้นจะทำเพื่อพระพุทธศาสนา หรืออาจจะกล่าวได้ว่า พรรคอดีตพระเหล่านี้มีจิตวิญญาณเพื่อพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริงครับ

และผมคิดว่าน่าจะเป็นพรรคทางเลือกของชาวพุทธบ้านเราได้ที่จะเลือกพวกเขาเหล่าชาวพุทธจิตอาสาเหล่านี้เข้าไปทำหน้าที่ในสภาแทนเราได้ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว เลือกเสี่ย เลือกเจ้าสัว เลือกนักเลงโตเราก้เลือกมาแล้ว ชั่ว ดี อัปปรีย์ จัญไร ก่อนหน้านี้เราก็เลือกมาแล้ว ได้เรื่องบ้างไม่ได้เรื่องบ้าง เราก็เลือกกันมาหลายสิบปี

มาปีนี้ยุคนี้ อยากฝากเราชาวพุทธทุกท่าน หากจะมีเลือกตั้งก็เลือก “พรรคมหาเปรียญ” ทั้งหมดนี้เข้าไปทำหน้าที่ที่สภาแทนพวกเราบ้างจะเป็นไร ไม่เสียหายหรอกครับ อย่างน้อยก็ให้เขาไปทำหน้าที่แทนชาวพุทธทั้งประเทศโดยตรง พรระมหาเปรียญเหล่านี้จะดีจะอย่างไรเดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟัง ?

@ พรรคแผ่นดิธรรม “พรรคกรณ์ มีดี”?

พรรคนี้ก่อตั้งมาจากการทำงานในนาม สมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย เดิมทีผมเป็นเลขาธิการสมาพันธ์นี้เป็นคนแรก แต่ทำหน้าที่ได้แค่สองเดือนผมก็ลาออกเพราะเวลาทำงานมีน้อยเลยให้อ.กรณ์ มีดี เข้ามาทำหน้าที่แทน และในสมาพันธ์นี้ทั้ง อ.ดร.รักสยาม นามานุภาพ อ.ดร.เอกภพ เหล่าลาภะ และอ.แก้ว ชิดตะขบและมหาเปรียญคนอื่นๆก็เป็นสมาชิกอยู่ด้วยก่อนจะแยกไปตั้งพรรคอีกทีในนามพรรคประชาธิปไตยเพื่อปวงชน หรือพรรค สป.๙

พูดถึง อ.กรณ์ มีดีนี่ผมยอมรับว่าท่านเป็นคนดี เป็นคนที่เสียสละอดทนทำงานเพื่อพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริงไม่ว่างานประชุมงานเล็กงานน้อยท่านไม่เคยขาดและที่สำคัญท่านเป็นคนมีหลักการในการทำงานเพื่อพระพุทธศาสนาค่อนข้างสูง คือหาตัวจับยาก เคยทำงานการเมืองมาจากพรรคใหญ่คือไทยรักไทยมีประสบการณ์ มุมมองทางการเมืองที่ยอดเยี่ยม เสนอตัวผ่านสื่อมาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา หลายครั้งเจอกันผมเห็นแววตาของความมุ่งมั่นของท่านมาก เวลาที่มีปัญหาท่านจะบอกอย่างเดียวว่า สู้ๆและอดทน เท่านั้น อ.กรณ์ในมุมมองผมเป็นคนที่เป็นตัวแทนชาวพุทธในสนามการเมืองได้ครับ

พรรคนี้เริ่มออกพบปะประชาชนและพระสงฆ์มานานแล้วเวลาไปไหนวัดไหนก็เข้ากับวัดได้ง่ายเพราะไปที่ไหนก็ไปหามหาเก่าในถิ่นนั้นๆก่อนเสมอทำให้เข้าถึงวิถีชาวบ้านได้ง่าย ผมว่าพรรคนี้ก็ควรพิจารณาครับ

@ พรรคไทยสาธุชน “พรรคมหาดวงใจ เชื้อคำเพ็ง” ?

อ.มหาดวงใจ เชื้อคำเพ็ง เป็นคนอ.นาแก จ.นครพนม ท่านอ.มหาก็เป็นคนที่ทำเพื่อพระพุทธศาสนาคนหนึ่ง จบ ป.ธ.๘ อดีตเคยเป็นใหญ่เป็นโตทางคณะสงฆ์มาก่อนจะลาสิกขามาเป็นชาวบ้านแต่ก็ยังวนเวียนอยู่กับวัดกับวาไม่ได้ไปไหน ท่านอ.มหาดวงใจ ได้แยกตัวจากสมาพันธ์ชาวพทธแห่งประเทศไทยออกมา ตั้งพรรคไทยสาธุชน จุดตั้งต้นหวังรวบรวมพี่น้องป้องปายแถบอีสานตอนบน นครพนม สกลนคร อุดรธานี อุบลฯ เป็นต้นมาไว้ในพรรคและมีนโยบายเพื่อพระพุทธศาสนาอย่างชัดเจน ท่านอ.มหาดวงใจเป็นโผงผางเสียงดังฟังชัด คาดว่าชาวพุทธเราคงจะได้ตัดสินใจเลือกพรรคท่านมาทำงานแทนชาวพุทธในอีกไม่ช้าในนามพรรคไทยสาธุชนครับ

@ พรรคประชาธิปไตยเพื่อประชาชน “พรรครักสยาม นามานุภาพ” ?

ที่จั่วหัวแบบนี้ไม่ใช่ว่าอ.มหารักสยามเป็นหัวหน้าพรรคนะครับ พี่มหารักสยามเป็นเลขาธิการพรรค เดิมก็แยกไปจากสมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทยอีกพรรคหนึ่ง เพราะพี่รักสยามก็เป็นสมาชิกสมาพันธ์มาก่อน พรรคนี้วางยุทธศาสตร์การทำงานครอบคลุมทั่วประเทศ ประเภทพรรคเล็กแต่คิดการณ์ใหญ่ วางคนไว้ทำงานทัาวทุกภาค เป็นพรรคที่มีภาพของคนขอนแก่นชูนโยบายสนับสนุนวิปัสสนาธุระในเมืองไทยในฐานะที่เป็นคนขอนแก่น เป็นเกิดของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์(อาจ อาสภมหาเถระ) ดังนั้น จึงเน้นที่ทำงานเพื่อพระพุทธศาสนาที่เน้นด้านวิปัสสนาธุระมากกว่าด้านอื่นๆงานนี้เจ้าสำนักปฏิบัติธรรมทั้งหลายคงจะต้องพิจารณาพรรคนี้กันล่ะ

@ จุดยืนของพรรคมหาเปรียญในสังคมไทย ?

ผมว่าจุดยืนของพรรคชาวพุทธที่เกิดขึ้นเท่าๆที่สัมผัสไอเดียหรือแนวคิดของ หน.พรรคแต่ล่ะพรรคล้วนชูนโยบายเพื่อพระพุทธศาสนาทั้งหมด คือ เพื่อปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนา เนื่องจากปัจจุบันนี้พระพุทธศาสนาถูกบดบังไปมากจนสังเกตเห็นได้ ดังนั้น การเกิดขึ้นของพรรคเพื่อพระพุทธศาสนาก็จึงถือว่าเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นเพราะความสำนึกรักพระพุทธศาสนานั้นเป็นสิ่งที่ชาวพุทธเรามีอยู่ในสายเลือดอยู่แล้ว หากยามใดที่พระพุทธศาสนามีภัย ชาวพุทธไม่ออกมาปกป้องแล้วจะให้ใครเล่ามาทำหน้าที่นี้ ดังนั้น พรรคมหาเปรียญจึงเปรียบเสมือนตัวแทนของชาวพุทธที่คนยุค 4.0 อย่างเราจะต้องพิจารณา

@ มหากับการเมืองไม่ใช่เรื่องใหม่ ?

ผมว่าเรื่องมหากับการเมืองนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับสังคมบ้านเรา ในอดีต “อดีต”ก็ได้เป็นถึงพระเจ้าแผ่น เช่นในสมัยกรุงศรีอยุธยา “พระเจ้าทรงธรรม”ก็เป็นอดีตพระราชาคณะที่ลาสิกขามาครองบัลลังก์ หรือในยุครัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๔ พระองค์ก็ทรงเป็นมหาเปรียญ ๕ ประโยคที่ทรงลาสิกขามาเพื่อครองราชบัลลังก์

นอกจากนั้นในยุคเปลี่ยนแปลงการปกครอง เกษม บุญศรี ป.ธ.๘ อดีตส.ส.นครวรรค์ ก็เป็นถึงประธานรัฐสภามาแล้ว หรือหลวงวิจิตรวาทการ ป.ธ.๕ ก็เป็นถึงอธิบดีกรมศิลปากรก่อนจะก้าวขึ้นเป็นรัฐมนตรีได้ หรือยุคปัจจุบันนี้ กุเทพ ใสกระจ่าง ป.ธ.๘ ก็เป็นส.ส.ฝีปากกล้าของวงการเมืองไทยมาแล้ว

ดังนั้น การที่พี่มหาอดีตพระทั้งหลายยุคไทยแลนด์ ๔.๐จะก้าวเข้าสู่ถนนการเมืองผมว่าก็ไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใดดอกครับ ผมว่ามันขึ้นอยู่ที่ว่าชาวพุทธบ้านเราจะให้โอกาสเขาเหล่านั้นหรือไม่แค่นั้นเองครับ

ขอบคุณครับ

Cr.FB-Naga King

Leave a Reply