พระมหาไพรวัลประณาม! ยิงวัดนราฯเจ้าคณะมรณภาพ

546 Views

เมื่อ 18 ม.ค.2562 เวลา 20.30 น. คนร้ายจำนวน 10 คน ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ยิงใส่ วัดรัตนานุภาพ บ้านโคกโก หมู่ที่ 2 ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ทำให้พระสงฆ์ มรณภาพ 2 รูป และได้รับบาดเจ็บ จำนวน 2 รูป นำส่ง รพ.สุไหงปาดี และมรณภาพในเวลาต่อมา บริเวณที่เกิดเหตุวัดรัตนานุภาพ บ้านโคกโก หมู่ที่ 2 ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเข้าทำการตรวจสอบ และติดตามไล่ล่ากลุ่มคนร้ายรายนี้ เพื่อนำตัวมาดำเนินคดี เบื้องต้นคาดว่าเป็นฝีมือของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพืนที่นั้น และทราบชื่อคือพระครูประโชติรัตนานุรักษ์ เจ้าคณะอำเภอสุไหงปาดี​ เจ้าอาวาสวัดรัตนานุภาพ​ ต.โต๊ะเด็ง​ อ.สุไหงปาดี​ มรณภาพในที่เกิดเหตุ และพระสมุห์อรรถพร ขุนอำไพ มรณภาพในที่เกิดเหตุ ขณะที่พระประเวศ สุขแก้ว และพระธนโชติ ชุมเลิศ ได้รับบาดเจ็บ

อย่างไรก็ดีล่าสุดมีรายงานว่า พระลูกวัดที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว มรณภาพเพิ่มอีก 1 รูป รวมแล้ว 3 รูป และมีพระลูกวัดได้รับบาดเจ็บอีก1รูป ต่อมา นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร นายอำเภอสุไหงปาดี พ.ต.อ.ภักดี ปรีชาชน ผกก.สภ.สุไหงปาดี และ พ.อ.สฐิรพงษ์ อาจหาญ ผบ.หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่48และกำลังเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่ง ได้เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้ว

จากเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นสร้างความตกตะลึงและเศร้าสลด พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ แห่งวัดสร้อยทอง ได้โพสต์ข้อความไว้อาลัยผ่านเฟซบุ๊กไพรวัลย์ วรรณบุตร ความว่า “อาตมาขอประณามเหตุการณ์อันโหดร้ายและป่าเถื่อน ที่กลุ่มผู้ก่อความรุนแรงได้ใช้อาวุธสงครามกราดยิงพระสงฆ์ที่วัดรัตนานุภาพ จนเป็นเหตุทำให้ท่านเจ้าคณะอำเภอสุไหงปาดีและพระสงฆ์อีก 2 รูป ถึงแก่มรณภาพ

การกระทำดังกล่าว ถือเป็นการกระทำที่อุกอาจและเลวร้ายเกินวิสัยของมนุษย์ที่ยอมรับได้ เขตพุทธวาส ถือเป็นเขตอภัยทาน และพระสงฆ์ที่มรณภาพ ล้วนเป็นผู้ปราศจากอาวุธในการเบียดเบียนทำร้ายผู้อื่น อาตมาขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมายโดยเร็ว เพื่อรักษาไว้ซึ่งสันติสุขและความปลอดภัยของผู้คนในพื้นที่ ภายใต้ความแตกต่างทางชาติพันธุ์ความเชื่อและศาสนา มนุษย์ทุกคนล้วนเกิดมาด้วยความปรารถนาที่จะมีสันติภาพและการดำรงชีวิตอยู่ด้วยความเป็นปกติสุข ไม่มีใครมีสิทธิ์พรากสองสิ่งนี้ไปจากผู้คนอื่น

สพฺเพ ตสนฺติ ทณฺฑสฺส
สพฺเพสํ ชีวิตํ ปิยํ
อตฺตานํ อุปมํ กตฺวา
น หเนยฺย น ฆาตเย ฯ

สัตว์ทั้งหมดกลัวโทษทัณฑ์
สัตว์ทั้งหมดรักชีวิตของตน
บุคคลเปรียบตนเองกับคนอื่นอย่างนี้แล้ว
ไม่ควรฆ่าใคร ไม่ควรสั่งใครให้ฆ่าคนอื่น”

และพระมหาไพรวัลย์ได้โพสต์ข้อความเพิ่มเติมในเวลาต่อมาว่า ทุกครั้งที่ได้ลงไปทำงานด้านสันติภาพในสามจังหวัด ได้มีโอกาสไปเยี่ยมหลวงพี่หลวงพ่อตามวัดต่างต่าง กับบางรูปอาตมาสัมผัสได้เลยนะว่า ท่านอยู่ด้วยหัวใจและความองอาจกล้าหาญจริงจริง

ทั้งที่บางรูปมีทางเลือกที่จะไปหาที่จำพรรษาที่อื่น ซึ่งมีความปลอดภัยมากกว่า แต่ท่านก็ไม่ไป ท่านยังคงเลือกที่จะอยู่ในพื้นที่เสี่ยงเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับฆราวาส

อาตมาได้รู้จักคำว่า ผู้นำทางจิตวิญญาณ จริงจริง ก็เมื่อได้ลงไปที่สามจังหวัดนั่นเอง ในขณะที่พวกเรามีวิถีชีวิตที่เป็นปกติสุข สามารถประกอบพิธีกรรมทางศาสนาตามที่เราต้องการได้ทุกเวลา

แต่กับสามจังหวัดชายแดน บางพื้นที่ทำแบบนั้นไม่ได้ บางวัดพระบิณฑบาตยามเช้าไม่ได้ เวียนเทียนตอนกลางคืนไม่ได้ บางวัดอย่างวัดของอาจารย์พระครูเจ้าคณะอำเภอที่เพิ่งถูกยิงจนมรณภาพ แม้แต่เมรุสำหรับเผาศพก็ยังไม่มี ชาวบ้านต้องก่อกองฟอนเผาศพกันตามมีตามเกิด

สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจและน่ายกย่องอย่างที่สุด ภายใต้ความหวาดกลัวและความไม่ปลอดภัยในชีวิต ที่นั่นยังคงมีรอยยิ้ม มีเสียงหัวเราะ มีมิตรไมตรี

ที่สำคัญที่สุดแสงประทีปแห่งพุทธธธรรม ยังคงสว่างไสวอยู่ที่ปลายแห่งด้ามขวานตลอดเวลา แม้ว่าจนถึงวันนี้แสงแห่งประทีปนั้นจะกำลังถูกทำให้ริบรี่ลงมากแล้วก็ตาม

ขณะที่พระมหาบุญเลิศ อินฺทปญฺโญ รองคณบดีคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) ได้ถวายความอาลัยผ่านเฟซบุ๊ก “Boonlert Chuaythanee” พร้อมข้อความว่า # จะหาสันติได้จากไหน เมื่อยังทำร้ายพระสงฆ์ # ขอถวายความอาลัยอย่างสูงยิ่งแด่ท่านพระครูประโชติรัตนานุรักษ์ เจ้าคณะอำเภอสุไหงปาดี​ เจ้าอาวาสวัดรัตนานุภาพ​ ต.โต๊ะเด็ง​ อ.สุไหงปาดี​

อย่างไรก็ตามได้มีชาวพุทธแสดงความอาลัยต่อการมรณภาพของพระสงคฆ์ในครั้งนี้พร้อมกับโพสต์ข้อควาของพระครูประโชติรัตนานุรักษ์ที่ระบุว่า “ถ้าไม่ตายไม่ขอเลิกทำความดี”และว่า “ผมไม่หนี​ ผมถือว่าตรงนั้นเป็นแผ่นดินไทย​ ปู่​ย่าตายายผมเป็นคนพุทธ​ เกิดตรงนี้ขอตายตรงนี้”

Leave a Reply