พระอาจารย์ไพศาลแนะ อย่าให้วิกฤตโควิดปิดบังความสุข

209 Views

เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2563 พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล เทศน์ที่วัดป่ามหาวัน อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ ความว่า บ่ายวันหนึ่งมีผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ริมถนนแถวทองหล่อ ในกรุงเทพ เขาเรียกแท็กซี่ จอดแล้วก็ไป ๆ 6-7 คันได้ แท็กซี่ก็ตีรถเปล่า ก็มีคนหนึ่งเห็นเหตุการณ์ยืนอยู่บนถนนอีกฟากหนึ่ง เขาก็รู้สึกว่าโหทำไมแท็กซี่ใจจืดใจดำ น่าจะช่วยเหลือกันหน่อยในยามนี้ ไม่น่าจะเลือกผู้โดยสารเลย แล้วก็เดินข้ามถนนไปดูใกล้ๆปรากฏว่า ที่จริงผู้ชายคนนั้นเรียกแท็กซี่มารับถุงข้าวสารจากมือเขา เขาไม่ได้เรียกแท็กซี่เพื่อที่จะไปไหน ข้างหลังเขาเป็นร้านโชห่วย มีคนอีก 2-3 คนก็กำลังตักข้าวสารลำเลียงส่งมาให้เขาเพื่อแจกแท็กซี่ เป็นภาพที่เขาประทับใจมาก ความรู้สึกแย่ๆที่เขาเห็นแท็กซี่ขับผ่านไปคันแล้วคันเล่าไม่รับผู้โดยสาร ที่จริงมันไม่ใช่ เห็นแล้วก็เกิดความรู้สึกดี ปลื้มใจ ชายคนนั้นคงจะเห็นใจแท็กซี่ เพราะช่วงนี้แท็กซี่ไม่ค่อยมีผู้โดยสารหรือลูกค้าเท่าไหร่เลย เพราะคนเก็บตัวอยู่ในบ้าน แถมกลางค่ำกลางคืนก็วิ่งไม่ได้เพราะว่ากรุงเทพฯมีเคอร์ฟิว แท็กซี่ก็ได้รับผลกระทบมาก ชายคนนี้ก็เห็นใจ อยากช่วยแบ่งเบาความทุกข์ ก็เลยเอาข้าวสารในร้านของตัวเองแจกคนละถุงๆ

ผู้ชายคนหนึ่ง เป็นเจ้าของห้องให้เช่า ส่วนใหญ่คนที่เช่าเป็นคนงานก่อสร้าง เขามีห้อง 80 กว่าห้อง คนงานที่มาอยู่ 400 กว่าคน แต่ว่าช่วงที่โควิดระบาด เขาก็บอกกับผู้ที่มาพักว่าไม่เก็บค่าเช่า 2 เดือน เพราะรู้ดีว่าคนงานเหล่านี้คงหางานลำบาก เขาก็อยากจะช่วย ยอมตัดรายได้เพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่กำลังเดือดร้อน เราจะเห็น ได้ยิน ได้ฟังเรื่องราวของคนที่ทำความดีในสถานการณ์อย่างนี้อยู่มากมาย

ร้านทำอาหารหลายร้านทำอาหารแจกคนที่ยากไร้ บางร้านก็กำหนดเวลาที่แน่นอนว่าช่วงเวลานี้ถึงเวลานี้ใครก็ได้มารับอาหารโดยไม่เลือกว่าเป็นใคร ถ้ามารับก็ให้เลย บางร้านก็ให้มารับได้เลยทุกเวลา บางร้านที่ทำได้อย่างนี้เพราะมีคนเอาเงินมาฝากให้เขา เพราะลำพังร้านอาจจะมีทุนน้อยถ้าไม่มีกำลังมาสนับสนุนจากคนอื่นก็ลำบาก โรงแรมเล็ก ๆ หลายแห่งก็เปิดห้องให้หมอพยาบาลมาพักฟรีเพราะจะกลับบ้านก็ลำบาก และถ้ากลับบ้านก็กลัวว่าเชื้อจะไปติดคนในครอบครัวที่บ้านก็ได้ บ้านก็อยู่ไกล พักที่ใกล้ๆโรงพยาบาลเพื่อพักเติมกำลังเอาแรงไปสู้กับโควิดต่อ ไปช่วยคนป่วยคนเจ็บต่อ

มีบางหมู่บ้านเป็นชาวประมงที่อำเภอจะนะ หาปลามาได้ก็แบ่งปลามาให้โรงพยาบาล ไม่ใช่มาแค่เรือลำเดียว มากันหลายลำหลายหมู่บ้าน เขาร่วมมือกันตกลงกันว่าปลาที่หาได้จะแบ่งให้โรงพยาบาลเพราะว่าโรงพยาบาลกำลังทำงานหนักทั้งหมอ พยาบาล เจ้าหน้าที่ อันนี้ส่วนหนึ่งเพราะมีความศรัทธาในโรงพยาบาล โรงพยาบาลทำเพื่อชาวบ้าน ชาวบ้านก็อยากจะช่วยเหลือโรงพยาบาลบ้างตามกำลัง ถึงจะไม่มีเงินแต่มีปลา เอามาช่วย โรงพยาบาลก็เอาปลามาประกอบอาหารหรือเอาไปขายเป็นทุนช่วยเหลือผู้ป่วยที่ยากไร้ต่อไป

ในสถานการณ์โรคระบาดแม้ว่าจะแย่อย่างไร ก็มีเรื่องราวดีๆ ให้เราได้รับรู้ได้เห็นได้ยิน มีคำพูดว่าในวิกฤตมีโอกาส คำว่าโอกาสไม่ได้หมายความว่าโอกาสการทำมาหากินที่ดีกว่าเดิม หรือว่าโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลง หรือสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆอย่างเดียว มันยังหมายถึงโอกาสในการทำความดีด้วย ในยามวิกฤตในยามวิกฤตเปิดโอกาสทำความดีนั้นเปิดกว้าง ถ้าไม่มีโรคระบาดโควิด ชายที่เป็นเจ้าของร้านโชห่วยก็อาจจะไม่มีโอกาสทำความดีอย่างที่ได้ทำแจกข้าวสารให้กับแท็กซี่ โอกาสในการทำความดีเปิดกว้างมากในช่วงที่โคบิดระบาด แทนที่จะไปทำความดีหรือทำบุญที่วัด เราก็ทำความดีที่บ้านที่หน้าบ้านนี้แหละ และเป็นความดีที่จะส่งผลต่อจิตใจของผู้รับมากทีเดียว เพราะว่าคนเราเวลามีความทุกข์มีความยากลำบากเพียงแค่น้ำใจเล็กๆน้อยๆก็ทำให้ซาบซึ้งมาก คนเราถ้าไม่ลำบาก สุขสบาย ความช่วยเหลือที่ได้รับก็อาจจะไม่ค่อยมีความสำคัญเท่าไร เพราะว่าสบายอยู่แล้ว แต่เวลาลำบาก ความช่วยเหลือเล็กๆน้อยๆแม้กระทั่งคำพูดที่ให้กำลังใจ ช่วยได้มากเลย

มีคราวหนึ่ง เมื่อ 30 ปีที่แล้ว อาตมาไปขึ้นเครื่องบินที่นิวยอร์ค ปรากฏว่าวันนั้นรถติดมาก รถเมลไปถึงสนามบินช้าก็เลยตกเครื่องบิน นับเป็นการตกเครื่องบินครั้งแรกในชีวิต เพราะเป็คนตรงเวลา แถมยังตกที่เมืองนอกด้วย แล้วตอนนั้นก็ไม่มีเงินเลยเพราะไม่ได้พกเงินไปด้วย ตอนก่อนหน้านั้นอยู่ที่ วัดอมราวดี ประเทศอังกฤษ มีวินัยเข้มงวดไม่ให้พระจับเงิน เพราะฉะนั้นเวลาเดินทางข้ามประเทศ ก็ไม่มีเงินติดตัว พอตกเครื่องบินก็จะมีปัญหาว่าคนที่มารับที่ซานฟรานซิสโกจะทำอย่างไร แล้วเราจะต่อเครื่องบินอย่างไร รู้สึกแย่ ก็ตื่นอยู่พอสมควร ตอนนั้นญาติโยมก็ไม่มี แค่มีคนมาส่งที่สถานีรถประจำทาง แล้วต่อจากนั้นก็เดินทางคนเดียว ปรากฏว่ามีเจ้าหน้าที่สายการบินที่เช็คอินยิ้มแล้วก็พูดให้เรารู้สึกว่ามันไม่มีอะไร เป็นธรรมดา ไม่มีอาการหงุดหงิด ไม่มีคำต่อว่า ก็สามารถจะเปลี่ยนเครื่องบินให้กับเราโดยไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายอะรไ เพียงแต่โทรศัพท์ไปบอกที่ปลายทาง โทรศัพท์ใช้ collect call ได้คือโทรโดยไม่ต้องใช้เงินใช้เหรียญ จะเก็บเงินที่ปลายทาง บอกว่าเราตกเครื่องบินมารับเราที่เวลานั้นเวลานี้ เปลี่ยนเที่ยวบินแล้ว มานึกดู ที่จริงพนักงานคนนั้นเพียงแค่ต้อนรับเราด้วยรอยยิ้มก็ทำให้เราสบายใจได้ แล้วก็ซาบซึ้งในน้ำใจของเขา ถ้าเกิดตอนนั้นเราไม่ตกเครื่องบิน ไม่ตื่นตระหนกอะไรเลย รอยยิ้มตอนนั้นอาจจะมีความหมายต่อจิตใจเราไม่มากเท่ากับตอนนั้นก็ได้ ผ่านมา 30 ปีเราก็ยังระลึกได้

นี้คือตัวอย่าง เวลาคนเรามีความทุกข์ แค่น้ำใจเล็กๆน้อยๆก็มีผลมากแล้ว ยิ่งถ้ามีน้ำใจกว้างขวาง ยิ่งส่งผลกระทบ สร้างภาพประทับให้อีกฝ่ายหนึ่งได้มาก อาจจะทำให้เขาเกิดความหวัง และกำลังใจเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นต่อไป คนที่ท้อแท้เกิดมีกำลังใจ ไม่คิดสั้น นี้คือโอกาสที่เราจะทำความดีที่มีผลต่อจิตใจของเพื่อนมนุษย์ได้อย่างมาก เรียกว่าเป็นโอกาสทำความดีที่มีผลลึกซึ้งต่อผู้คนที่เราช่วย ในวิกฤตก็มีโอกาสในการเห็นความดีของผู้คนซึ่งเป็นสิ่งที่บำรุงใจเลี้ยงใจให้มีความสุขในยามที่ผู้ห่อเหี่ยวเครียดวิตกกังวล พอได้ยินได้ฟังเห็นความดีของผู้อื่นที่กระทำต่อเพื่อนมนุษย์ทำให้มีความสุข เป็นการเติมพลังบวกในจิตใจ

คำว่าวิกฤตในโอกาสส่วนใหญ่ก็ตีความหรือไปให้ความหมายไปคนละแง่ที่ ในเคราะห์มีโชค ในสิ่งที่แย่ๆ มีโอกาสที่จะได้พบสิ่งดีๆ แต่ที่มักมองข้ามคือโอกาสในการทำความดี ในความดีที่ส่งผลกระทบต่อผู้คนอย่างมาก มากกว่าในยามที่สุขสบายและก็เป็นโอกาสที่พบสิ่งดีๆ แต่การที่คนเราจะได้พบสิ่งดีได้ มันก็ต้องอาศัยเหตุปัจจัย ลำพังคนทําความดีแม้ต่อหน้าเรา เราก็อาจจะไม่เห็นก็ได้ อย่างคนที่เขาเล่าเหตุการณ์ที่ทีแรกเขาเห็นแท็กซี่หยุดแล้วก็ไป ๆ เขาก็รู้สึกว่า แท็กซี่เห็นแก่ตัวไม่มีน้ำใจไม่เห็นใจผู้โดยสาร ในยามวิกฤติแบบนี้แทนที่จะช่วยเหลือเอื้อเฟื้อ แต่พอพบความจริงว่าไม่ใช่ ที่จริงชายคนนั้นเรียกแท็กซี่เพื่อจะแจกข้าวสารด้วยมือของเขาเอง ภาพมันเปลี่ยนไปเลย ถ้าหากชายคนนั้นไม่เข้าไปอยู่ในเหตุการณ์ อยู่ใกล้ๆ เขาก็คงจะได้ภาพแย่ๆติดตาติดใจเขาไปเลย ทั้งที่สิ่งที่เกิดขึ้นต่อหน้าเขาเป็นการกระทำทำความดีที่งดงาม แต่สิ่งที่เขาเห็นมันตรงข้าม มันคือความเห็นแก่ตัวของแท็กซี่

และยังทำให้เห็นอีกในแง่หนึ่งว่า สิ่งที่เราเห็นกับความจริงที่ปรากฏ บางครั้งก็ตรงข้ามกัน อย่าไปเชื่อสิ่งที่เราเห็นเพราะความจริงอาจจะไม่ใช่อย่างนั้น ทำไมถึงไม่เห็นความจริงซึ่งงดงาม ก็เพราะว่าไปสรุปล่วงหน้า ไปด่วนสรุปว่าแท็กซี่มันเห็นแก่ตัว การด่วนสรุปก็ทำให้คนเราไม่เห็นความจริงที่งดงามได้ อันนี้ก็เรียกว่าความคิดปิดบังความจริง การด่วนสรุปก็เป็นความคิดอย่างหนึ่ง การด่วนสรุปหรือความคิดปิดบังความจริง ปิดสิ่งงดงามได้

อีกอย่างหนึ่งที่ทำให้คนเราไม่เห็นความจริงที่งดงามคือความวิตกกังวล ความเครียด ความขุ่นมัว คนเราถ้าอารมณ์ไม่ดี พอเห็นภาพแท็กซี่หยุดแล้วก็ไป ๆ ก็ไปง่ายมากที่จะตีความไปในทางลบว่า แท็กซี่เห็นแก่ตัว โดยเฉพาะอารมณ์ลบ ทำให้คนเราไม่เห็นสิ่งที่งดงาม หรือเห็นความสุขที่อยู่รอบตัวได้ ถ้าเราปล่อยให้อารมณ์เหล่านี้มาครอบงำใจ มันก็จะเห็นแต่สิ่งที่แย่ๆ ทั้งๆที่เป็นความดีความงดงาม แต่ก็มองไม่เห็น เห็นแต่ในทางลบทางแย่

ตอนนี้ในสถานการณ์โควิดระบาด ก็สร้างความวิตกกังวล ความตื่นตระหนก ความกลัว ความเครียดให้กับผู้คนจำนวนมาก ก็เป็นธรรมดาที่ทำให้ผู้คนเห็นแต่สิ่งแย่ๆ หรือแม้กระทั่งภาพดีๆภาพงดงาม ภาพที่ควรจะน่าประทับใจ กลับเห็นเป็นอื่น เป็นสิ่งตรงข้ามไป แต่ถ้าลองตั้งสติ พิจารณาสักหน่อย ในสิ่งแย่ๆที่เราเห็นนั้นในความเป็นจริง หรือเนื้อแท้นั้นไม่ใช่แย่เลย มันคือสิ่งที่น่าประทับใจ คนที่เห็นเหตุการณ์ถ้าเขาไม่ไปเดินหรือไปดูใกล้ๆว่าอะไรกันแน่เขาก็คงไม่เห็นชายคนนั้นเรียกแท็กซี่เพื่อแจกข้าวสาร การที่เดินมาแล้วเห็นความจริงอีกมุมหนึ่ง ไม่ใช่เห็นจากถนนตรงข้าม แต่ว่าเห็นจากมุมที่อยู่ใกล้ชายคนนั้นก็จะพบว่า เขากำลังทำความดีที่น่าสรรเสริญ ความรู้สึกเปลี่ยนไปเลยเพราะฉะนั้น ในวิกฤตโควิดถ้าเราไม่เปลี่ยนมุมมองบ้าง เราก็จะเห็นแต่สิ่งแย่ๆ ก็จะทำให้จิตใจหดหู่ แต่ถ้าเราเปลี่ยนมุมมองพิจารณาดู มันก็มีสิ่งดีๆมากมาย

ทุกเช้าที่เราตื่นขึ้นมา ถ้าเราตื่นขึ้นมา มองท้องฟ้าจะเห็นแสงเงินแสงทองทาบทาเส้นขอบฟ้า แล้วก็เห็นฟ้าค่อยๆสว่างเรื่อ เป็นฟ้าที่สดใสไร้เมฆ เป็นภาพที่สวยงามมาก นึกถึงอาหาร นึกถึงกาแฟที่เราจะได้ดื่มเมื่อตื่นขึ้นมา มันก็มีความสุข แต่ทันทีที่เราเห็นโควิดขึ้นมาใจห่อเหี่ยวเลย ทำไมทีแรกมีความสุขแต่สักพักมีความห่อเหี่ยวเพราะความวิตกกังวล ทั้งๆที่โควิดก็ไม่ได้ทำให้ท้องฟ้าแปรเปลี่ยนไป ฟ้าก็ยังสวยเหมือนเดิม อาทิตย์ก็ยังขึ้นงามเหมือนเดิม วันนี้กับวันก่อนเมื่อปีที่แล้วก็ยังเหมือนกัน
แต่พอนึกว่านี่เรากำลังเก็บตัวอยู่เพราะโควิดระบาด ความรู้สึกก็เปลี่ยนไปเลย เรียกว่าความทุกข์เกิดเพราะความคิดความเครียดวิตกเกิดเพราะความคิด ทั้งๆที่ความจริงอยู่ต่อหน้าเรา
บรรยากาศที่อยู่ต่อหน้าเราสามารถที่จะทำให้เรามีความสุขได้ ตื่นเช้าขึ้นมาเราจะพบความสุขมีอยู่รอบตัว แต่ทันทีที่เราคิดถึงสถานการณ์โควิด ก็มาคิดว่าเราไปทำงานไม่ได้ เราต้องหยุดงาน และคิดต่อไปว่าถ้าหยุดอย่างนี้อีกสักเดือนสองเดือนแล้ว จะทำอย่างไร จะเอาเงินที่ไหนมาผ่อนบ้านผ่อนรถ ความคิดอย่างนี้ทำให้เราไม่สามารถที่จะเห็นสิ่งดีๆสิ่งที่งดงามที่มีอยู่รอบตัวในปัจจุบันขณะได้ ในวิกฤตมีโอกาส โอกาสที่จะได้ทำความดี ได้เห็นสิ่งดีๆ แต่ว่าโอกาสนั้นจะหมดไปทันทีถ้าคนเอาแต่วิตกกังวลหรือถูกความวิตกกังวลมาครอบงำจิต มันคือสิ่งที่จะปิดบังไม่ให้ใจเราเห็นความดี สิ่งงดงาม หรือทำให้ใจเราปิด ไม่สามารถรับความสุขที่มีอยู่รอบตัวในปัจจุบันก็ได้

ถ้าเราปล่อยให้ความวิตกกังวลมาครอบงำใจทั้งวี่ทั้งวัน สิ่งดีๆความงดงามความสุขที่มันควรจะพรั่งพรูมาสู่ใจเราก็จะถูกปิดกั้นทันที เรียกว่าใจเราถูกครอบจนไม่เห็นแสงเดือนแสงตะวัน เห็นแต่ความมืด ที่วิตกกังวลเพราะนึกถึงแต่สิ่งที่เป็นอนาคตหรือสิ่งที่ยังไม่เกิด แต่สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วอยู่รอบตัวเราและเป็นสิ่งดีๆด้วยกลับไม่สนใจไม่รับรู้ อย่างนั้นนับว่าเป็นการเสียโอกาส ไม่ว่าข้างหน้าจะเป็นอย่างไร แต่ตอนนี้ มีสิ่งสวยงาม สิ่งดีๆที่เราควรจะซึมซับเป็นกำลังใจเพื่อเป็นพลังบวกให้กับใจของเรา

มีภาษิตธิเบตบอกว่า ปัญหาอะไรที่แก้ได้ ปัญหาถ้าแก้ได้จะวิตกไปทำไม และปัญหาใดที่แก้ไม่ได้ วิตกไปก็ไม่มีประโยชน์ ถ้าปัญหาไหนที่แก้ได้จะวิตกไปทำไม เพียงแต่ตอนนี้อย่าเพิ่งเอามาเป็นอารมณ์ เช่นมีงานมีการรออยู่ข้างหน้า ถ้างานนั้นทำไม่สำเร็จได้ไม่ยาก จะวิตกไปทำไม อย่าเพิ่งเอามาคิด ยังไม่ใช่เวลา แต่หลายคนก็เก็บเอามาคิดในขณะที่อาบน้ำ ในขณะที่กำลังกินข้าว ในขณะที่กำลังอยู่กับลูกหลาน อยู่กับคนรัก แม้แต่เวลาที่กำลังนอน ก็เกิดอารมณ์ขุ่นมัว แต่ถ้าเราแน่ใจว่าแก้ได้ทำได้ก็อย่าไปกังวล เก็บเอาไว้ก่อนเพราะยังไม่ถึงเวลา ไม่ใช่เวลาที่เอามารบกวนจิตใจ ถ้ามันแก้ไม่ได้ก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะมากังวล มีแต่ซ้ำเติมตัวเอง ถ้าแก้ไม่ได้ก็ยอมรับว่า มันคือสิ่งที่แก้ไม่ได้ การยอมรับเป็นสิ่งที่ช่วยได้มากเลย

อย่างเช่นสถานการณ์โควิดตอนนี้ยังแก้ไม่ได้ เราก็ยอมรับ อยู่บ้านแล้วก็อยู่ให้ดีที่สุด อยู่อย่างมีความสุข เปิดใจรับสิ่งดีๆที่มีอยู่รอบตัว ตั้งแต่เช้าตื่นนอน บางทีมีดอกไม้บานอยู่ในบ้านหรืออยู่ในห้องนอนก็ไม่สังเกต เพราะว่าความวิตกกังวลปิดบังจิตใจไม่ให้รับรู้ ถ้ามีเวลาว่างก็สังเกตซึมซับรับความสุขความงามความดีที่มีอยู่รอบตัว ดอกไม้ที่บานต้นไม้ที่เขียวขจีแตกใบอ่อน หรือท้องฟ้าที่งดงาม แม้กระทั่งเวลากลางคืนท้องฟ้างดงามมีดาวระยิบระยับ นี่คือความสุขที่เรามีสิทธิ์ที่จะรับรู้ได้ อย่าปฏิเสธความสุขที่ชอบธรรม อันนี้คือคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า

ทั้งหมดนี้คือความสุขที่ชอบธรรม ไม่ต้องหา เพราะมีอยู่แล้ว เพียงแต่เปิดใจรับ แต่อย่าให้วิกฤตโควิดมาปิดบังสิ่งเหล่านี้ อย่าให้ความเครียดความวิตกกังวลมาปิดบังใจจนไม่สามารถรับรู้สิ่งเหล่านี้ได้ ถ้าเราปล่อยให้ความวิตกกังวลมาครอบงำใจให้ขุ่นมัว ภาพแท็กซี่ที่จอดแล้วก็ไป ๆ มันกลับทำให้เราทุกข์ทำให้เราขุ่นมัวมากขึ้น ทั้งๆที่ความจริงไม่ใช่อย่างนั้น ความจริงคือคนกำลังทำความดีแจกข้าวสารให้แก่แท็กซี่

ภาพที่เราเห็นตอนนี้ ในความรู้สึกของผู้คนจำนวนมาก คล้ายๆกับความรู้สึกแรกที่คนสังเกตการณ์เล่า ไปลองพิจารณาดูดีๆ มันเป็นภาพของการกระทำที่งดงาม เพราะฉะนั้น ตอนนี้อย่าเพิ่งมองเห็นแต่วิกฤต มองดีๆมันคือโอกาส อย่าปล่อยให้ความวิตกกังวลมาครอบงำใจ ลองปัดเป่าออกจากจิตใจก็จะพบความสุขที่อยู่รอบตัว อันนี้เป็นเรื่องของการวางใจ เรื่องของทำใจ เรื่องของมุมมองที่จำเป็นมาก สำคัญไม่น้อยกว่าการล้างมือบ่อยๆ สวมหน้ากาก ไม่เอามือไปสัมผัสใบหน้าบ่อยๆ อย่าลืมว่าในวิกฤตมีโอกาสเสมอ

Cr: Zen Sukato

Leave a Reply