สังคมพุทธตั้งคำถาม “มหาเถรสมาคม” มีไว้ทำไม

370 Views

โดย..เปรียญสิบ

            ตอนนี้ในวงการคณะสงฆ์และชาวพุทธ บางกลุ่ม ส่งเสียงกระหึ่มหนาหูว่า  “มหาเถรสมาคม” มีไว้ทำไม เมื่อมหาเถรสมาคมไม่สามารถปกป้อง คุ้มครอง พระภิกษุ -สามเณร ตามพระธรรมวินัยไว้ได้ องค์กรอย่าง มหาเถรสมาคมก็ไม่สมควรจะมีไว้..ซ้ำบางรายมองว่า “มหาเถรสามาคม” ตกเป็นเครื่องมือของคนบางคนบางกลุ่มเพื่อทำลาย  เพื่อนพ้องน้องพี่ คนเคยรบเคียงข้างของมหาเถรสมาคมเสียเอง

            อารมณ์เดือดนี้น่าจะเกิดขึ้นกรณีอดีตพระพรหมดิลกหรือเจ้าคุณเอื้อนกลับมาห่มจีวร แล้วถูกอดีตผู้อำนวยสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติท้วงติงและมีคำแถลงจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติอ้างว่าเป็น “มติของมหาเถรสมาคม” เจ้าคุณเอื้อนไม่สามารถกลับมาห่มจีวรได้

            ทั้ง ๆ ที่เรื่องนี้มีคนค้านตลอดว่า ในแง่ของพระวินัย ในแง่ของกฎหมาย การดำเนินการให้ท่านห่มข่าวนุ่งขาวหรือให้ท่านสึกก่อนเข้าคุกของกลุ่มพระคุณเจ้าทั้ง 7 รูป  “ผิดหลักการ” มาตั้งแต่ต้น พูดง่าย ๆ คือ ไม่เป็นไปตามหลักพระวินัยที่คณะสงฆ์ฝ่ายเถรวาทรักษาไว้มา 2 พันกว่าปี

            หรือ??  หลักพระวินัยของพระสมณโคดมในประเทศไทยกำลังจะถึงยุคล่มสลาย

            เรื่องของเรื่องเมื่อวันที่ 30 กันยายน ที่ผ่านมา สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เผยแพร่เอกสารมติที่ประชุมมหาเถรสมาคมที่ 541 /2563 เรื่อง อดีตพระพรหมดิลกเจ้าคุณเอื้อน” กลับมาห่มผ้าเหลืองไม่ได้ พร้อมกับแถลงความผิด 3 ข้อหา บางข้อหายกฟ้อง บางข้อกล่าวหาคดียังอยู่ในชั้นศาล และบางคดีสำนักงานพระพุทธศาสนามิใช่ผู้ร้องทุกข์เป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับอธิบายการขาดจากความเป็นพระมี 2 หลักคือ

             1.หลักพระธรรมวินัย สละสมณเพศด้วยการเปล่งวาจา ลาสิกขา และถอดจีวรออก เรียกว่า “สึกเอง” กับการขาดจากความเป็นพระเพราะอาบัติหนักคือ “ครุกาบัติ” ได้แก่ปาราชิก 4 ประกอบด้วย ฆ่าคน ลักทรัพย์ เสพเมถุน อวดอุตริมนุษยธรรม ถ้ากระทำอย่างใดอย่างหนึ่งใน 4 อย่างนี้ ถือว่าขาดจากความเป็นพระ ณ ขณะที่กระทำการนั้น ๆ เลย (ขาดโดยอัตโนมัติ)

             2. หลักกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่2) พ.ศ. 2535 มี 2 มาตราที่เกี่ยวข้องคือ มาตรา 29 ถูกจับในคดีอาญาแล้วพนักงานสอบสวนไม่อนุญาตให้ประกันตัว ก็ให้สละสมณเพศเสียก่อนจะนำตัวเข้าสู่ห้องขังกับมาตรา 30 เมื่อมีคำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลให้จำคุกกักขังหรือขังพระภิกษุให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจดำเนินการให้พระภิกษุนั่นสละสมณเพศ

             อดีตพระพรหมดิลก เคยไม่ได้รับรับอนุญาตจากศาลให้ประกันตัว จึงขาดจากความเป็นพระตั้งแต่วันนั้น..

             เรื่องนี้มีคนออกชี้แจงว่า ตามกฎหมายมาตรา 29 และ 30  พ.ร.บ.คณะสงฆ์ 2505 ได้พูดถึงเจตนารมณ์องค์ประกอบความสมบูรณ์ของการลาสิขาตามพระธรรมวินัยและตามกฎหมายมาตรา 29 และ 30 คือ

             ตามกฎหมาย การจะให้พระภิกษุสละสมณเพศ ตามมาตรา 29 นั้น ต้องจัดการให้เป็นไปตามพระธรรมวินัย โดยต้องมีเจตนาเปล่งวาจาลาสิกขาต่อหน้าผู้รู้ความ ตามแนวของคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6782/2543 “การจะขาดจากความเป็นพระภิกษุ ตามมาตรา 29 พระภิกษุรูปนั้น ต้องมีการกล่าวคำลาสิกขา”  และในการเปล่งวาจาต่อหน้าผู้รู้ความนั่นก็ต้องเป็นไปตามความสมัครใจด้วย

            เมื่อดำเนินการให้ลาสิกขาตามมาตรา 29 แล้ว  ในมาตรา 30 ระบุไว้ว่า ตำรวจต้องรายงานต่อศาล  แต่กรณีนี้เท่าที่รู้มาจริงเท็จไม่ทราบ  ทั้ง 2 กรณี คือ การเปล่งวาจาสึกต่อหน้าผู้รู้ความของเจ้าคุณเอื้อน และการรายการต่อศาลของตำรวจ ไม่เคยเกิดขึ้น

            หากเป็นเช่นนี้จริงแล้ว..เจ้าคุณเอื้อน ทำไม???  จึงกลับมาห่มจีวรไม่ได้

            ทำไม..มหาเถรสมาคม ไม่ยับยั้ง ไม่ตั้งกรรมการสอบสวน หาข้อเท็จจริงว่า พระคุณเจ้าที่ถูกจับกุมได้เปล่งวาจาสึกหรือไม่..แล้วเมื่อเปล่งแล้วมีเอกสารอะไรที่ตำรวจได้รายงานต่อศาล แต่ในฐานะมหาเถรสมาคมเป็นคนดูแลรักษาพระวินัย ต้องเน้นไปที่ว่า เจ้าคุณเอื้อนได้เปล่งวาจาหรือไม่…

            มหาเถรสมาคม พร่ำสอนให้พวกเราชาวพุทธ  แผ่เมตตามีความเมตตาปราณี ต่อเพื่อนร่วมทุกข์ ร่วมสุข เกิดแก่ เจ็บตายด้วยกัน ทุกวัน

          จึงเป็นที่มาคำถามของสังคมพุทธทุกวันนี้ว่า  “มหาเถรสมาคม” มีไว้ทำไม

            แบบนี้มหาเถรสมาคมไม่ได้ฆ่าอดีตพระพรหมดิลกหรือเจ้าคุณเอื้อน ทางพระวินัย คนเดียวเท่านั้น

                แต่สังคมพุทธในฐานะเป็นเจ้าของพระธรรมวินัยร่วมกัน ในฐานะเป็นผู้ถวายข้าว น้ำให้ท่านทั้งหลายผ่านเงินภาษีของเขาผ่านนิตยภัต ก็อาจตั้งคำถามได้ว่า ..มหาเถรสมาคม กำลังฆ่า พระวินัย กำลังทำลาย พระพุทธศาสนา กำลังทำลายหลักการในการที่จะปกป้องคุ้มครองคณะสงฆ์โดยรวมด้วยใช่หรือไม่…

             เบา ๆ หน่อย พระคุณเจ้า ตำแหน่งเจ้าคณะหนใหญ่  เจ้าคณะภาค เดียวได้แน่ หมุนเวียน โยกย้าย สลับตำแหน่ง อยู่ในกลุ่มเดียวนั้นแหละครับ

                                             ————————————

Leave a Reply