พระก็บอกอยู่นะ! โควิดมา “อบายมุขคือทางแห่งหายนะ”

เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2564 เพจ Phramaha Boonchuay Doojai ได้โพสต์ข้อความว่า
“ทางแห่งหายนะ-อบายมุข ไม่จำกัดกาลโดยแท้”
@ การกลับมาแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ COVID-19 ระลอกใหม่ในประเทศไทย ที่เชื่อกันว่ามีต้นตอใหญ่มาจากการลักลอบเข้ามาอย่างผิดกฎหมายของ “แรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา” ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร หรือที่รู้จักดีในชื่อ “มหาชัย” บัดนี้ได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว และกระจายไปในหลายจังหวัดทั่วทุกภาคของประเทศ กระทั่ง สบค ต้องออกมาจัดกลุ่มพื้นที่ควบคุม พื้นที่เฝ้าระวัง พร้อมมอบหมายให้ สบค จังหวัด พิจารณาออกมาตรการตามความรุนแรงของสถานการณ์ในจังหวัดนั้น ๆ
@ ที่หนักหนาสาหัส ก็คงจะเป็นจังหวัดสมุทรสาคร ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ที่ถูกประกาศให้เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ให้อำนาจฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์และสาธารณสุข เข้าไปกระชับพื้นที่ได้อย่างเต็มที่เพื่อดูแลไม่ให้มีการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส COVID-19
@ สถานที่สำคัญซึ่งเป็นแหล่งแพร่กระจายของเชื้อไวรัส COVID-19 ในพื้นที่จังหวัดในภาคตะวันออกก็คือ “บ่อนการพนัน” ไม่ว่าจะเป็นบ่อนพนันที่ท่ารถ บขส. อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง บ่อนการพนันในที่อำเภอนายายอาม และอำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี บ่อนการพนันที่พัทยาเหนือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี และบ่อนการพนันในจังหวัดตราด ทั้งที่อยู่ใน อำเภอเมืองตราด อำเภอเขาสมิง อำเภอแหลมงอบ และอำเภอบ่อไร่
@ นี่ยังไม่นับ “บ่อนการพนัน” ในอีกหลายจังหวัดที่เป็นแหล่งแพร่กระจายโรคอย่างดี ทั้งในกรุงเทพมหานคร อ่างทอง และอื่น ๆ
@ อีกพื้นที่ซึ่งเป็นแหล่งใหญ่ของการกระจายเชื้อไวรัส COVID-19 ก็คือสถานบันเทิงประเภท “ผับ บาร์ คาราโอเกะ” จาก timeline ของผู้เสียชีวิตจาก COVID-19 รายที่ 66 ของประเทศไทย พบว่าผู้เสียชีวิตซึ่งมีบ้านพักอยู่ในเขตสาทรมีประวัติไปเที่ยวสถานบันเทิงหลายแห่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เช่น ร้าน groove evening ร้าน New Jazz ร้าน The SUN และร้าน The roof bar เป็นต้น
@ ในขณะที่เมื่อเปิด timeline ของผู้ป่วยโควิด-19 รายที่ 50 ของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นหญิงสาวอายุเพียง 25 ปี ก็พบว่ามีประวัติไปเที่ยวสถานบันเทิงในจังหวัดเชียงใหม่หลายต่อหลายแห่งเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นสถาบันเทิงชื่อ DC ท่าช้าง อินฟินิตี้ พริตตี้คลับ เอ็กคลูซีฟ รวมถึงเที่ยวสถานบันเทิง “วอร์มอัพ” ในคืน Count Down ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2564 กระทั่งรู้สึกไม่สบายต้องไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจหาเชื้อ แพทย์ยืนยันผลตรวจพบเชื้อโควิด-19 ในวันที่ 4 ม.ค.63 เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลนครพิงค์ และต่อมามีการสอบสวนโรคก็พบผู้ติดเชื้อที่มีความเชื่อมโยงกับสถานบันเทิง “วอร์มอัพ” อีกหลายราย

@ ใน “สิงคาลกสูตร” ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค พระสูตรที่ว่าด้วยสิงคาลกมานพ พระพุทธองค์ได้ตรัส “กถาว่าด้วยอบายมุข” ไว้ดังนี้
“[247] อริยสาวกไม่ข้องแวะอบายมุขแห่งโภคะทั้งหลาย 6 ประการ คือ
1. การหมกมุ่นในการเสพของมึนเมาคือสุราและเมรัยอันเป็นเหตุแห่งความประมาท เป็นอบายมุขแห่งโภคะทั้งหลาย
2. การหมกมุ่นในการเที่ยวไปตามตรอกซอกซอยในเวลากลางคืน เป็นอบายมุขแห่งโภคะทั้งหลาย
3. การเที่ยวดูมหรสพ เป็นอบายมุขแห่งโภคะทั้งหลาย
4. การหมกมุ่นในการเล่นการพนันอันเป็นเหตุแห่งความประมาท เป็นอบายมุขแห่งโภคะทั้งหลาย
5. การหมกมุ่นในการคบคนชั่วเป็นมิตร เป็นอบายมุขแห่งโภคะทั้งหลาย
6. การหมกมุ่นในความเกียจคร้าน เป็นอบายมุขแห่งโภคะทั้งหลาย”
@ “อบายมุข” คือ ช่องทางของความเสื่อม ทางที่จะนำไปสู่ความพินาศ เหตุย่อยยับแห่งโภคทรัพย์ หรือ “เหตุแห่งหายนะ” หากพิจารณากรณีการระบาดของ COVID-19 รอบนี้ ก็จะเห็น “ความหายนะ” ที่เกิดขึ้นกับผู้ประพฤติปฏิบัติใน “ทางแห่งหายนะ” ให้กลายเป็นผู้ติดเชื้อและเสียชีวิต เป็นเหตุให้ผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตในประเทศมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างที่เห็นเป็นที่ประจักษ์อยู่ ณ เวลานี้
@ มิพักจะต้องกล่าวถึง “ความหายนะ” ด้านจิตใจของคนไทยทั้งประเทศ ซึ่งล้วนเกิดความวิตกกังวล หดหู่ ห่อเหี่ยว ท้อแท้ และสิ้นหวัง รวมถึง “ความหายนะ” ด้านเศรษฐกิจ ผู้คนตกงาน ตลาดนัดถูกสั่งปิด การค้าขายซบเซา รายได้ลดลง เศรษฐกิจตกต่ำ
@ แหล่งแพร่กระจายเชื้อที่สำคัญทั้ง 2 แหล่ง มีความสัมพันธ์อย่างแน่นแฟ้นกับ “ทางแห่งหายนะ” หรือ “อบายมุข” ที่พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้เมื่อ 2600 กว่าปีที่ผ่านมา เป็นสิ่งที่ไม่จำกัดด้วยกาลเวลา (อกาลิโก) ด้วยเหตุที่แหล่งแพร่กระจายเชื้อ เชื่อมโยงกับสุราและของมึนเมา เป็นสถาบริการกลางคืน มีการละเล่นประโคมดนตรีเป็นเครื่องล่อ เป็นแหล่งมั่วสุมการพนัน มีคน(ชั่ว)เป็นมิตรสหาย และเกียจคร้านการงานด้วยหวังว่าจะรวยทางลัด
@ เมื่อวาน (11 มค. 64) ได้ร่วมประชุม “โครงการวัดปลอดเหล้า บุหรี่ และการพนัน” ดำเนินการโดยเครือข่ายพระนักพัฒนาชุมชนภาคเหนือ – คพชน นำโดยพระครูสมุห์วิเชียร คุณธมฺโม ร่วมกับสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ – สสส ในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือ ท่ามกลางกระแสการแพร่ระบาดของ COVID-19 เป็นเหตุให้ต้องปรับกระบวนการ จากการจัดประชุมพระสงฆ์ในการเตรียมความพร้อมดำเนินการโครงการ เป็นการลงไปพูดคุยทำความเข้าใจกันเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ในพื้นที่ ด้วยความระมัดระวัง ป้องกันการแพร่กระจายเชื้ออย่างเต็มที่ ซึ่งก็นับเป็นโอกาสดีที่จะได้ออกไปพบปะเป็นกำลังใจในการทำงานของเครือข่ายอีกด้วย
@ ชุมชนและสังคมจะได้รับการดูแลให้ “ปลอดเหล้า บุหรี่ และการพนัน” ภายในวัด ในงานศพ ในงานเทศกาล ต่าง ๆ ด้วยอาศัยพลังแห่ง “พระสงฆ์” ซึ่งเป็นศาสนบุคคล พลังแห่ง “พุทธธรรม” สร้างการตื่นรู้ เป็นเกาะป้องกันชาวประชา มิให้ต้องเดินไปสู่ “ทางแห่งหายนะ” ต่อไป

ขอบคุณภาพ และศึกษาเพิ่มเติมที่:
https://www.bbc.com/thai/thailand-55560024 https://www.thairath.co.th/news/local/2005568
https://www.sanook.com/news/8330358/
https://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=11&siri=8

Leave a Reply