ส.ส.ดร.สายพระวอน “มส.” คืนความเป็นธรรมกับเจ้าคุณวัดสระเกศ หลังศาลอุทธรณ์ยกฟ้องคดีเงินทอนวัด

2,042 Views

วันเสาร์ที่ 17 กรกฏาคม 2564 ดร.นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร เขต 2 พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่ศาลอุทธรณ์คดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ตัดสินยกฟ้อง อัยการโจทก์ความผิดต่อ พรบ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งชาวบ้านทั่วไปรู้จักในนามคดีเงินทอนวัด ซึ่งคดีดังกล่าว เมื่อ 3 ปีที่แล้วดังสะเทือนวงการสงฆ์ เมื่อมีการจับกุมพระผู้ใหญ่ระดับรองสมเด็จ 2 รูป เจ้าอาวาสวัดสามพระยา พระพรหมดิลก พร้อมพระเจ้าคุณเลขาและ พระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศพร้อมพระระดับเจ้าคุณผู้ช่วยเจ้าอาวาส รวม 5 รูป ทั้งหมด 7 รูป สำหรับพระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ท่านหนีโจรภัย ไปประเทศเยอรมัน ได้ทันโดยไปลงเครื่องที่เมืองแฟรงเฟิร์ต และสำหรับท่านอื่นขณะนี้คดีศาลสูงยกฟ้องหมด เช่น อดีตเจ้าคุณพระพรหมดิลก วัดสามพระยา เป็นต้น

ดร.นิยม กล่าวต่อไปว่า สำหรับคำพิพากษาที่กำลังกล่าวถึงก็ดังสะเทือนวงการสงฆ์พระดังอีก 2 รูปคือจำเลยที่ 1 พระราชอุปเสนาภรณ์หรือรู้จักกันในนามเจ้าคุณสังคม ส่วนจำเลยที่2 พระราชวิจิตรธรรมาภรณ์หรือเจ้าคุณเทิด ทั้ง 2 รูปเป็นอดีตผู้ช่วยเจ้าวัดสระเกศ อารามหลวงชั้นเอกพิเศษ ซึ่งในประเทศไทยมีเพียง 5 วัดเท่านั้น ซึ่งศาลชั้นต้นตัดสินจำคุก 6 กระทง รวมรูปละ 6 ปีเศษ ปรับปรับรูปละแสนกว่าบาท โทษจำรอการลงโทษ รูปละ 1 ปี อัยการโจทก์ ก็อุทธรณ์จำเลย ก็อุทธรณ์ อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้น ส่วนอุทธรณ์ของโจทก์ไม่ชอบเพราะคำฟ้องของโจทก์ไม่ชอบตั้งแต่แรกจึงวินิจฉัยให้ยกฟ้อง เพราะการฟ้องผิดฝาผิดตัวมาตั้งแต่แรกใช้เงินงบประมาณอุดหนุนและส่งเสริมพระพุทธศาสนาแต่ฟ้องงบเงินอุดหนุนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญ ผอ.สำนักพุทธศาสนาฯ ที่อนุมัติเงินก็เป็นคนละคน อีกทั้งคนละปีงบประมาณ

ดร.นิยม กล่าวอีกว่า สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นผู้แจ้งความดำเนินคดีแก่พระทั้ง 7 รูป ตำรวจอัยการก็ดำเนินคดีอย่างเร่งรีบจนเกิดการเสียหายแก่จำเลย และวงการพระสงฆ์และพระพุทธศาสนาที่สำคัญชาวพุทธทั้งประเทศเสียขวัญและกำลังใจ ในเมื่อพระผู้ใหญ่ซึ่งเป็นเสาหลักถูกย่ำยีแบบนี้ ต้องถามว่าใครรับผิดชอบ ตนต้องถามกลับไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยเฉพาะ ผอ.ผู้เป็นตัวการกล่าวหา คุณก็เกษียณไปแล้วจะรับผิดชอบอย่างไร ในเมื่อศาลตัดสินแล้วว่าพระดังกล่าวไม่ได้ฟอกเงินไม่ได้ทุจริต แถมท่านก็ได้ดิบได้ดีเกษียณแล้วแต่นายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ ตั้งให้เป็นที่ปรึกษาพิเศษกินเงินเดือนภาษีประชาชน คุมสำนักพุทธฯ เป็นหัวหน้าพระอยู่อย่างนี้ รู้ไหมว่าชาวพุทธเขาคิดอย่างไร

ดร.นิยม กล่าวเพิ่มเติมว่า ในฐานะที่ตนเป็น ส.ส.ชาวพุทธ  ชาวบ้านเรียกกันว่า ส.ส.สายพระ ขอเรียกร้องไปยังกรรมการมหาเถรสมาคม ซึ่งเป็นสถาบันหลักของพระสงฆ์เป็นที่พึ่งของพระสงฆ์ ได้หันมาใส่ใจรับเอาเรื่องการคุ้มครองพระสงฆ์ คุ้มครองพระพุทธศาสนาอย่างจริงจัง เพราะเรื่องนี้ผมทราบว่ากรรมาธิการศาสนาและวัฒนธรรมสภาผู้แทนราษฎร ได้ส่งเรื่องคดีเงินทอนวัดเพื่อให้มหาเถรสมาคมพิจารณา ทบทวนหาทางช่วยเหลือ ตอนที่คดีสิ้นสุดในศาลสูงสุดยกฟ้องของอดีดพระพรหมดิลก วัดสามพระยา ซึ่งขณะนั้นกรรมาธิการศาสนา ได้ตั้งอนุกรรมาธิการ ศึกษาจากราชบัณฑิตและนักกฎหมายจากสำนักต่างๆ มาให้ความรู้ ข้อมูล แต่เงียบไป และตนเองก็ได้เสนอญัตติ เข้าสภาผู้แทนราษฎรเพื่อสอบถาม ซึ่งเปิดประชุมเมื่อไรก็จะได้อภิปรายกัน ผมไม่ได้เน้นที่ตัวบุคคล แต่ผมมุ่งไปที่พระพุทธศาสนา มุ่งไปที่วงการพระสงฆ์ ต้องได้รับความเป็นธรรม

Leave a Reply