กลุ่ม”สนพ.” ฟื้นชีพ!! นิยม เวชกามา รับอาสาเป็น “แม่ทัพ”

วันที่ 22 พฤษภาคม 2569  ในช่วงวิกฤติการเมืองนับถอยหลังไปเมื่อประมาณปี 2558 ในสังคมชาวพุทธมีองค์กรหนึ่งชื่อว่า “สมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา” ตัวย่อว่า “สนพ.”  นำโดย ดร.เสถียร วิพรมหา มหาวิทยาลัยมหามกฎราชวิทยาลัย ดร.เมธาพันธ์ โพธิธีรโรจน์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และ ประสิทธิ แสงทับ เป็นต้น สมาชิกส่วนใหญ่เป็น “กลุ่มคนเสื้อแดง”  ร่วมกันก่อตั้งสมาคมดังกล่าว โดยมีจุดมุ่งหมาย เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้สมาชิกและพุทธบริษัทสี่ ได้ใช้วิชาความรู้ ความสามารถในการดูแลรักษาผลประโยชน์ หรือสิทธิของวัด สำนักสงฆ์ และพระภิกษุสามเณร รวมถึงปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนา ให้มั่นคง และเจริญรุ่งเรืองทั้งในและต่างประเทศ  รวมทั้งส่งเสริมสนับสนุนให้พุทธบริษัทสี่ ปฎิบัติธรรม รักษาศีล และปฎิบัติตามพระธรรมวินัย กฎหมายบ้านเมือง และจารีตที่ดีงามในพุทธศาสนา

ล่าสุด ดร.นิยม เวชกามา อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า ตนเห็นว่าปัจจุบันสังคมชาวพุทธยังไม่มีองค์กรใดขับเคลื่อนเพื่อปกป้องและคุ้มครองพระพุทธศาสนาและคณะสงฆ์เลย สมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา หรือ สนพ. ในอดีตชื่อนี้พระสงฆ์ที่สนใจความเคลื่อนไหวและปกป้องพระพุทธศาสนารู้จักกันดี แต่เนื่องจากกรรมการชุดเดิมหลายคนเบื่อหน่ายกับความไม่แน่นอนทางการเมือง และการนิ่งเฉยของพุทธศาสนิกชน รวมทั้งพระภิกษุสงฆ์บางส่วนก็มองว่าเป็นองค์กรที่อาจเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเมือง ซึ่งในความเป็นจริง ตนเคยศึกษาบทบาทองค์กรดังกล่าวที่นำโดย ดร.เสถียร วิพรมหา  และ ดร.เมธาพันธ์ โพธิธีรโรจน์ มาแล้ว พวกท่าน ทำคุณประโยชน์ต่อคณะสงฆ์และสังคมชาวพุทธหลายประการ

ปัจจุบันชาวพุทธเราไม่มีองค์กรทางวิชาการใดที่กล้าเสนอความจริงสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมคณะสงฆ์ มีพรรคพวกจำนวนมาก ชวนอยากให้ฟื้นฟูสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนาขึ้นมาใหม่ เพื่อทำงานรับใช้คณะสงฆ์และพระพุทธศาสนา ซึ่งปัจจุบันประสบกับปัญหามากมาย แต่ไม่มีบุคคลหรือองค์กรใดเข้ามาช่วยเหลือหรือปกป้องคุ้มครอง ตนเองจึงรับอาสารับเป็นแม่ทัพรื้อฟื้นทำงานร่วมกับองค์กรชาวพุทธอื่น ๆ ด้วย.”

นอกจากนี้ดร.นิยม เวชกามา ยังกล่าวต่ออีกว่า ตนเองยังไม่ทิ้งการเมือง โดยเฉพาะ “ศาสนากับการเมือง” ต้องทำงานควบคู่กันไป ตนเองจึงตั้งกลุ่มธรรมาธิปไตยขึ้น ตอนนี้คุยกับกัลยาณมิตร เพื่อนที่มีหัวใจเดียวกัน เพื่อทำหน้าที่คัดกรองและรวบรวมบุคคลที่มีแนวคิดและอุดมการณ์สอดคล้องกัน ก่อนผลักดันเข้าสู่กระบวนการทำงานร่วมกันในระดับต่างๆ

“คณะผู้ก่อตั้งเตรียมจัดการประชุมนัดแรกอย่างเป็นทางการในเร็ว ๆ นี้ เพื่อกำหนดทิศทางการดำเนินงานและโครงสร้างภายในองค์กรอย่างชัดเจน ก่อนเข้ากราบรายงานตัวและรับฟังโอวาทจากพระเถระมหาเถระผู้ใหญ่ เพื่อนำหลักธรรมและแนวทางคำสอนไปใช้เป็นกรอบในการปฏิบัติงานด้านสังคม ศาสนา และการเมืองต่อไป การขับเคลื่อนครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการสร้างพื้นที่ทางการเมืองที่ยึดหลักคุณธรรม จริยธรรม และประโยชน์ส่วนรวมเป็นศูนย์กลาง พร้อมส่งเสริมบทบาทของประชาชนที่มีอุดมการณ์เดียวกันให้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืนต่อไป..”

Leave a Reply