ชื่นชม “สมเด็จชิน”

“ผู้เขียน” ขอชื่นชม “สมเด็จชิน” สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ กรรมการมหาเถรสมาคม เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช  น่าจะเป็นครั้งแรกที่พูดออกสาธารณะแบบ “ตรงไปตรงมา” ปมปัญหาคณะสงฆ์ ที่หอประชุมพุทธมณฑลเมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา อย่างน้อยเท่าที่จับความได้สรุปได้ 4 -5 ประเด็น

ประเด็นแรก เรื่องการปกครอง เจ้าอาวาส รองเจ้าอาวาส และผู้ช่วยเจ้าอาวาส ต้องดูแลวัดให้ดู ให้เกิดความรู้รักสามัคคี มิใช่ รองเจ้าอาวาส “รอแต่เป็นเจ้าอาวาส” หรือ ผู้ช่วยเจ้าอาวาส กลายเป็น “ผู้ช่วยด่าเจ้าอาวาส” ปัญหาคนติดยามาบวช  “เจ้าอาวาส-พระอุปัชฌาย์” ต้องคัดกรองให้ดี เพราะเป็นด่านแรก ต้องส่งให้ตำรวจ -สำนักงานพุทธ ฯ ตรวจประวัติให้เข้มข้น อย่าเกรงอกเกรงใจ “ผู้นำท้องถิ่น-ผู้ท้องที่”

เพราะสุดท้ายหากบวชเข้ามาแล้ว “เลิกไม่ได้” จะกลายเป็น “ทำลาย” คณะสงฆ์เสียเอง!!

เรื่องสาธารณูปการ  เจ้าอาวาสอย่าสร้างวัดใหญ่โต เกินความจำเป็น เอาแต่พอเหมาะพอควร อย่าทิ้งภาระให้กับเจ้าอาวาสรูปต่อไป

ประเด็นที่สาม “การเผยแผ่” ให้เป็นไปตามหลักธรรมคำสั่งสอนใน “พระไตรปิฎก” อย่าไปเอาคำสอน “นอกลู่นอกทาง” มาสอน ปัจจุบันน่าเป็นห่วงในการเผยแผ่หลักธรรมคำสั่งสอน อ้าง “บูรพาจารย์”สอนมาอย่างนั้น อาจารย์สอนมาอย่างนี้ ขอให้ยึดหลักในพระไตรปิฎกให้มั่นคง

ประเด็นที่สี่  “วิกฤติสามเณร” ศาสนทายาท พร้อมตั้งคำถามว่า “อีก 10 ปี โรงเรียนพระปริยัติธรรม สายสามัญฯ จะอยู่ได้หรือไม่”  ตอนนี้ มีพ.ร.บ.การศึกษาพระปริยัติธรรม ก็ยุ่งแต่ “เรื่องเงิน” เพราะมันเป็น “เงินแผ่นดิน” มีระบบตรวจสอบเข้มข้น เอกสารต้องครบ

และคำพูดสุดท้ายที่ “เจ็บจี๊ด” และถูกใจผู้เขียนเพราะจี้จุด “หัวใจ” ได้ดีที่สุด คือคำพูดที่ว่า

อย่าให้สังคมมองพระภิกษุเป็น “กาฝากสังคม”

“ผู้เขียน” ฟังแล้ว “เข้าท่า” แปลว่า “สมเด็จชิน” รู้เท่าทันสังคม และรับรู้ “ปัญหา” คณะสงฆ์ได้เป็น

 อย่างดี

กรรมการ “มส.” พูดก็ดี “พระสมเด็จพระราชาคณะ” เจ้าคณะหนใหญ่ พูดก็ดี ไม่เท่า “สมเด็จชิน” พูด

“สมเด็จชิน” พูดครั้งเดียว “สะเทือน” ทั้ง “สังฆมณฑล”

เพราะใน “วงการสงฆ์” เป็นที่รับรู้กันดีว่า “สมเด็จชิน” คือ “ผู้ทรงอำนาจ” ตัวจริง เสียงจริง

“ผู้เขียน” จึงขอยกย่องและชื่นชม “สมเด็จชิน” ที่กล้าพูด “ความจริง” และกล้า “สะท้อนปัญหา” ออก

สู่สาธารณะแบบนี้ โดยไม่เก็บไว้ “ใต้พรม” 

คณะสงฆ์เอง!! อย่าอีโก้สูง ยอมรับเถอะว่า “วงการสงฆ์” มีปัญหาแบบนี้จริง

คิดจะเป็น “เจ้าอาวาส” คิดจะเป็น “เจ้าคณะปกครอง” อย่ามองเห็นปัญหาแต่ภายใน “วัด” 

มันต้องมี “ภาวะผู้นำ” มันต้องมี “จิตสำนึก” รับผิดชอบต่อผลกระทบและผลประโยชน์ “ส่วนรวม” ด้วย

ทั้ง 4 -5 ประเด็นเหล่านี้ผู้เขียนเคยพูดมาหลายครั้งแล้ว

โดยเฉพาะคำว่า พระภิกษุอย่าทำตัวเป็น “กาฝากสังคม” คำนี้ได้ยินมาตั้งแต่ครองสมณเพศ ขณะเป็

สามเณรจาก “เด็กวัดและเด็กนักเรียน” กลุ่มหนึ่ง

ยุคปัจจุบัน “คนกลุ่มหนึ่ง” มองพระภิกษุบางรูป เป็นเฉกเช่นนั้นจริง ๆ

“ผู้เขียน” แม้ชื่นชมและยกย่อง “สมเด็จชิน” ที่กล้าเปิดเผยความจริงเหล่านี้ออกมาสู่สังคม

จะยกย่องและจะเชิดชูยิ่งกว่า หาก “พระเดชพระคุณ” นำปัญหาเหล่านี้ กำหนดเป็น “นโยบาย” ร่วมกัน

หาทางออกแก้ปัญหาตั้งแต่ “ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ” แบบยั่งยืน

ยุคนี้!!  “สมเด็จชิน” ในฐานะ “เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช” คอนเนคชั่นทั่วถึงทั้ง “บนและล่าง”

มีครบ ทั้ง ธนสารสมบัติ บริวารสมบัติ และ อำนาจสมบัติ

ควบคุมสั่งการได้ทั้ง “สังฆมณฑล” และ “พุทธมณฑล”

หากทำจริง!! “ใต้ฟ้าเมืองไทย” ที่เป็นไปโดยชอบ ประกอบด้วย “พระวินัย กฎหมาย และจารีต” ของ

คณะสงฆ์ ไม่มีอะไรเป็นเครื่องสิ่งขัดขวางเจ้าประคุณสมเด็จได้!!

 

แหล่งภาพ..สำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ

Leave a Reply