วันที่ 9 มีนาคม 2569 ณ ศาลาอบรมสงฆ์ วัดสามพระยา เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร พระพรหมโมลี แม่กองบาลีสนามหลวง เป็นประธานในการประกาศผลสอบบาลีสนามหลวง ชั้นประโยคป.ธ7-ป.ธ.9 และชั้นประโยค 1-2 ถึง ประโยค ป.ธ. 6
หลังแม่กองบาลีสนามหลวงประกาศผลสอบความรู้บาลีระดับชั้นเปรียญเอก โท และตรี ประจำปี 2569 สถิติที่ออกมาเผยให้เห็นภาพสะท้อนที่น่าสนใจ ทั้งความสำเร็จในระดับชั้นสูงสุด และ “คอขวด” ขนาดใหญ่ในระบบการศึกษาคณะสงฆ์ไทยที่ชั้นเริ่มต้นสรุปตัวเลขสถิติที่สำคัญ
จากการประกาศผลสอบ ณ ศาลาอบรมสงฆ์ วัดสามพระยา สถิติการเข้าสอบและสอบได้ในปีนี้สามารถแจกแจงตามระดับชั้นประโยคได้ดังนี้
ระดับเปรียญเอก (ป.ธ. 7-9)
– ประโยค ป.ธ. 9: ส่งสอบ 521 รูป สอบได้ 121 รูป
– ประโยค ป.ธ. 8: ส่งสอบ 903 รูป สอบได้ 206 รูป
– ประโยค ป.ธ. 7: ส่งสอบ 740 รูป สอบได้ 125 รูป
ระดับเปรียญโทและตรี (ป.ธ. 3-6)
– ประโยค ป.ธ. 6: ส่งสอบ 1,004 รูป สอบได้ 183 รูป (ร้อยละ 25.28)
– ประโยค ป.ธ. 5: ส่งสอบ 1,360 รูป สอบได้ 184 รูป (ร้อยละ 22.58) และมีผู้มีสิทธิ์สอบซ่อม 221 รูป
– ประโยค ป.ธ. 4: ส่งสอบ 2,526 รูป สอบได้ 354 รูป (ร้อยละ 19.32) และมีผู้มีสิทธิ์สอบซ่อม 317 รูป
– ประโยค ป.ธ. 3: ส่งสอบ 3,394 รูป สอบได้ 551 รูป (ร้อยละ 23.19) และมีผู้มีสิทธิ์สอบซ่อม 793 รูป
ระดับเริ่มต้น (ประโยค 1-2)
ชั้นประโยค 1-2: เป็นชั้นที่มีผู้เข้าสอบมากที่สุดถึง 18,333 รูป แต่สอบได้เพียง 973 รูป (ร้อยละ 7.67) และมีผู้ต้องเข้าสอบซ่อมสูงถึง 2,564 รูป

วิเคราะห์เชิงลึก: ประสิทธิผลและการวัดผลของแม่กองบาลีฯ
มองปรากฏการณ์นี้ผ่านมุมมองเชิงโครงสร้างการศึกษา โดยมีประเด็นที่น่าขบคิดดังนี้
1. ปรากฏการณ์ “ฐานพีระมิดที่เปราะบาง”
ตัวเลขที่สะท้อนปัญหาชัดเจนที่สุดคือชั้น ประโยค 1-2 ซึ่งเป็นด่านแรกของการศึกษาบาลี การที่ผู้สอบผ่านมีสัดส่วนเพียงร้อยละ 7.67 จากยอดผู้สมัครเกือบสองหมื่นรูป ชี้ให้เห็นว่าอาจมีช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่าง “ความพร้อมของผู้เรียนยุคใหม่” กับ “วิธีการเรียนการสอนแบบดั้งเดิม” แม้จะมีระบบสอบซ่อมมาช่วยประคอง แต่การตกหล่นจำนวนมหาศาลตั้งแต่ก้าวแรกอาจทำให้คณะสงฆ์สูญเสียศาสนทายาทที่จะก้าวขึ้นไปศึกษาในระดับสูง
2. มาตรฐานการวัดผล: ความศักดิ์สิทธิ์ หรือ กำแพงที่สูงชัน?
แม่กองบาลีสนามหลวงยังคงรักษามาตรฐานการสอบแบบ “แปลโดยพยัญชนะ” และการตรวจที่เน้นความเป๊ะระเบียบไวยากรณ์ การสะกดผิดหรือวางตำแหน่งผิดอาจหมายถึงการถูกปรับตกทันที
– จุดแข็ง: เป็นการรักษาความบริสุทธิ์ของภาษาและปกป้องการตีความพุทธพจน์ไม่ให้คลาดเคลื่อน
– ข้อสังเกต: การวัดผลที่เน้นความจำและการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่เคร่งครัด อาจไม่ได้วัดความเข้าใจในเชิงลึก (Reading Comprehension) และอาจบั่นทอนกำลังใจของผู้เรียนที่ไม่ได้มีทักษะการท่องจำที่เชี่ยวชาญ
3. นัยสำคัญของ ป.ธ. 9 ในปี 2569
การที่มีผู้สอบผ่าน ป.ธ. 9 ถึง 121 รูป (คิดเป็นประมาณร้อยละ 23 ของผู้เข้าสอบในชั้นนี้) ถือเป็นความสำเร็จของสำนักเรียนต่างๆ ที่มีระบบการติวเข้มและเก็งข้อสอบได้อย่างแม่นยำ อย่างไรก็ตาม คำถามที่นักวิชาการศาสนามักตั้งข้อสังเกตคือ เมื่อจำนวนมหาเปรียญเพิ่มขึ้น ประสิทธิผลในการนำความรู้ทางภาษาไปประยุกต์ใช้เพื่อเผยแผ่ศาสนาในเชิงรุกระดับสากล ได้รับการพัฒนาควบคู่กันไปมากน้อยเพียงใด
ระบบการศึกษาบาลีของไทยยังคงเป็นระบบการศึกษาที่ “แข็งตัว” และมีมาตรฐานสูงลิ่ว อย่างไรก็ตาม สถิติประจำปี 2569 เป็นกระจกสะท้อนว่า หากไม่มีการปฏิรูปกระบวนการเรียนการสอนในชั้นประโยค 1-2 และประโยค 3 ให้เข้าถึงง่ายและเป็นมิตรกับผู้เรียนมากขึ้น เราอาจเห็นฐานพีระมิดของการศึกษาคณะสงฆ์แคบลงเรื่อยๆ ในอนาคต
“การสอบบาลีไม่ใช่แค่การทดสอบความรู้ แต่มันคือการทดสอบความอดทนภายใต้ระบบระเบียบที่สืบทอดมานับร้อยปี”

ข้อมูลเพจ..มีอะไรมาบอก

Leave a Reply