วันที่ 6 มีนาคม 2569 พระมหานรินทร์ นรินฺโท ป.ธ.9 วัดไทยลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา นักวิจารณ์สังคมพระสงฆ์ชื่อดัง ได้โพสต์เฟชบุ๊คส่วนตัว “PM-Narin Narinto” กรณีครูบาชัยวัฒน์ ที่ไม่ไปรายงานตัววัดต้นสังกัด จนคณะสงฆ์ในวัดดังกล่าวขับครูบาชัยวัฒน์ พ้นวัดต้องหาวัดใหม่ภายใน 7 วัน หากหาไม่ได้จำต้องสึก ดังที่สื่อหลายสำนักรายงานไปแล้วนั้น ว่า
กรณีครูบาชัยวัฒน์วัดใจ สังฆราชน้อย จะปล่อยหรือจะปลด ข่าวต้นสังกัดจังหวัดเลย เรียกตัวครูบาชัยวัฒน์กลับไปรายงานตัว แต่รอแล้วไม่มา ก็เลยสั่งตัดหางปล่อยวัด ประกาศเนรเทศพ้นเขตวัด จะไปไหนก็ตามใจ ครูบาชัยวัฒน์เลยต้องรีบหาสังกัดอยู่ภายใน 7 วัน นับจากวันที่ 4 มีนาคม ศกนี้ พ้นจากนี้ไปก็อาจจะเข้าข่าย “ไม่มีสังกัดเป็นหลักแหล่ง” อาจจะถูกบังคับให้สละสมณเพศ คือว่า สั่งสึก ได้

สายตาของคนทั่วไปเมื่อได้อ่านข่าวแล้วก็คงจะมองไปในแนวนี้ คือมองไปที่ต้นสังกัดจังหวัดเลยกับพระชัยวัฒน์ เพียงสองคนสองที่ คล้ายๆ กับว่ามีตัวละครเพียงเท่านี้
แต่ในความเป็นจริงแล้ว เรื่องนี้มีเส้นสายใยโยงกว้างไกลไปทั้งในและต่างประเทศ พูดแล้วเหมือนละเมอ จะบอกว่าครูบาชัยวัฒน์นั้นไม่ธรรมดา ไม่งั้นแค่ 4 พรรษา คงไม่ดังระดับซูเปอร์สตาร์ในผ้าเหลืองดังที่เห็นหรอก
เข้าเรื่อง คือว่า เรื่องของครูบาชัยวัฒน์นั้น ถ้าจะให้เข้าสู่กระบวนการสืบสวนสอบสวนทวนความในทางวัดแล้ว ก็ต้องมาทางนี้ ส่วนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและป่าไม้นั้น ก็ว่ากันไปอีกทางหนึ่ง ซึ่งคงจะไปบรรจบกันที่ใดที่หนึ่ง เพราะทุกคดีความย่อมจะมีการเจรจาต้าอวย ยิ่งครูบาชัยวัฒน์ยังแค่บุกรุกป่า ยังไม่ถึงกับฆ่าคนหรืออวดอุตริมนุสธรรม ก็ถือว่ายังพอเจรจากันได้ สุดแต่ว่าใครจะยอมรับหน้าเสื่อไปออกหน้าให้เท่านั้น
คือปัญหาครูบาชัยวัฒน์นั้น มันมาเกิดตอนที่ครูบาเพิ่งจะลงหลักปักฐาน ทั้งบวชใหม่ ทั้งสร้างวัดใหม่ แต่ทำการใหญ่เกินตัว ก็เลยโดนคดีแบบที่ว่า “ดับดาวรุ่ง” ถ้าหากว่าสร้างฐานไปนานหน่อย ซักประมาณคึกฤทธิ์แห่งพุทธวจน ก็เชื่อว่า..น่าจะรอด เพราะถึงตอนนั้นก็เงินหนาแล้ว เมืองไทยเรานี้ มีเงินก็ง้างได้ทุกอย่าง แม้กระทั่งกรงขัง เพียงแต่ต้องใช้ให้เป็น

ว่ากันในทางวัดนั้น ครูบาชัยวัฒน์ สังกัดวัดศรีสุทธาวาส จังหวัดเลย ซึ่งมีพระราชวชิรสุธี เป็นทั้งเจ้าอาวาสและเจ้าคณะจังหวัด ซึ่งจังหวัดเลยนั้นอยู่ในเขตการปกครองคณะสงฆ์ธรรมยุต ภาค 8 และมีพระธรรมวชิรญาณโสภณ (ม.ล.คิวปิด ปิยโรจโน) วัดบวรนิเวศวิหาร บางลำพู เป็นเจ้าคณะ
ขณะที่วัดป่ารักษาใจ ซึ่งครูบาชัยวัฒน์ต้องคดีบุกรุกที่ดินของหลวงนั้น อยู่ในเขตจังหวัดสระบุรี ซึ่งมีพระราชวัชรญาณรังสี (สมชาติ ธมฺมโชโต) วัดพุทธแสงธรรม เป็นเจ้าคณะจังหวัด ซึ่งในคัคเอาต์งานใหญ่ของวัดป่ารักษาใจเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมานั้น มีการนิมนต์พระเถระผู้ใหญ่ตั้งแต่ระดับชั้นธรรมลงมา จำนวนกว่า 10 รูป ไปร่วมงาน แต่ไม่มีชื่อของเจ้าคุณสมชาติ เจ้าคณะจังหวัดสระบุรี แต่อย่างใด นั่นเป็นปริศนาว่า เชิญแขกต่างบ้านต่างเมืองมาเต็มวัด แต่เจ้าที่เจ้าทาง เจ้าของพื้นที่สายตรง กลับไม่เชิญ หรือเชิญแล้วไม่มา ก็ไม่รู้ล่ะ รู้แต่ว่าไม่มีเจ้าคณะจังหวัดสระบุรีอยู่ในฎีกาวัดป่ารักษาใจ แล้วจะให้ใครมารักษาพื้นที่ให้ล่ะทีนี้
ขยับขึ้นไปอีก จังหวัดสระบุรีนั้นอยู่ในเขตการปกครองของคณะสงฆ์ธรรมยุตภาคที่ 2 และในภาคนี้มีเจ้าคณะภาคชื่อว่า พระธรรมวชิรจินดาภรณ์ (สมคิด จินฺตามโย) วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ซึ่งมีเจ้าอาวาสคือ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
ท่านเจ้าคุณสมคิด ท่านดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าคณะภาค 1-2-3 รวบที่เดียว 3 ภาค จังหวัดสระบุรีก็อยู่ในอำนาจการปกครองของท่าน นอกจากนั้นท่านยังมีตำแหน่งเป็นอธิการบดีมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร.) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยสงฆ์ฝ่ายธรรมยุต คู่กับมหาจุฬาลกรณราชวิทยาลัย หรือ มจร. ของมหานิกายด้วย โดยแต่เดิมนั้นท่านเป็นพระผู้อุปัฏฐากใกล้ชิดในสมเด็จพระสังฆราช ถือว่าอยู้ใกล้ศูนย์อำนาจของคณะสงฆ์ไทยมากที่สุดรูปหนึ่งเลยทีเดียว


Leave a Reply