วันที่ 18 มีนาคม 2569 เวลา 09.00 น. ณ องค์การยูนิเซฟ ถนนพระอาทิตย์ แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร พระเทพวัชรสารบัณฑิต รองอธิการฝ่ายวางแผนและพัฒนา พระปัญญาวชิรบัณฑิต รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พร้อมคณะผู้บริหาร คณาจารย์และเจ้าหน้าที่ เข้าพบ MR.Ken Legins Director of UNICEF Thailand เพื่อร่วมประชุมปรึกษาเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในกลุ่มเปราะบาง กลุ่มชาติพันธ์ุ รวมทั้งสามเณรกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีปัญหาสถานะทางทะเบียนและกลุ่มเปราะบาง โดยมีคณะเจ้าหน้ายูนิเซฟที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการศึกษาเด็กและเยาวชน ร่วมประชุมโดยพร้อมเพียง

พระเทพวัชรสารบัณฑิต ได้กล่าวตอนหนึ่งว่า ก่อนอื่นขอแสงความยินดีกับ คุณเคน ผู้อำนวยการยูนิเซฟ ที่เพิ่งเดินทางมารับตำแหน่งใหม่เมื่อต้นปีนี้ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในฐานะเป็นองค์กรหนึ่ง เราทำงานด้านเด็กและเยาวชนมานาน มีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่วันนี้เกิดมีเวทีในการพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อร่วมกันทำงานในอนาคต ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญในการทำงานให้กับเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน วันนี้จึงขอสรุปสั้น ๆ 4 ประการ คือ
” หนึ่ง การที่เรามาพบกันในวันนี้ถือว่าเป็นการผูกมิตร ทำให้รู้จักกันมากยิ่งขึ้น สอง แสวงหาความร่วมมือ ที่จะได้ทำงานร่วมกันในอนาคต สาม วันนี้ได้เชิญผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มาร่วมด้วย เพื่อเราจะได้ทำงานร่วมกันในด้านวิจัย และประการสุดท้าย คือ การเดินทางมาร่วมปรึกษาหารือกันในวันนี้ถือว่าเป็นคณะใหญ่พอสมควรเนื่องจากมีรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ คณบดีคณะครุศาสตร์ ผอ.วิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติ รองคณบดีคณะมนุษย์ศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ ผอ.สถาบันภาษา ผอ.ส่วนศูนย์อาเซียนมาร่วมปรึกษาหารือด้วย คือ เราอยากเห็นว่าหลังจากปรึกษาหารือกันแล้วควรตั้งคณะทำงานร่วมกันและพัฒนาเป็นการเซ็นต์ MOU ร่วมกันในอนาคตเพื่อจะได้มีแนวทางทำงานร่วมกันได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนยิ่ง ๆ ขึ้นไป..”

นอกจากนี้ พระเทพวัชรสารบัณฑิต ได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า พวกเราในที่นี้ทั้งที่เป็นพระภิกษุและฆราวาสมาวันนี้ ส่วนใหญ่เป็นเด็กจากชนบทอาศัยผ้ากาสาวพัตร์หรือผ้าเหลือง พูดภาษาชาวบ้านก็คือเด็กด้อยโอกาส มาบวชเรียน ในส่วนของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยเรามีคณาจารย์ เจ้าหน้าที่และบุคลากรประมาณ 26,000 รูป/คน มีวิทยาลัยกระจายอยู่ทั่วประเทศกว่า 40 จังหวัด และรวมทั้งสถาบันสมทบต่างประเทศอีก 5 แห่ง บุคลากรของเราร้อยละ 60% เป็นพระภิกษุ ภารกิจของ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ให้ความสำคัญกับการพัฒนาสติ ปัญญาและคุณธรรม เราทำงานด้านพัฒนาเด็กมานานโดยเฉพาะสามเณร มหาวิทยาลัยมีการส่งเสริมมาต่อเนื่องทั้งเด็กชาวเขาที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ และผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียน รวมทั้งเด็กและเยาวชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เรามีผลงานวิจัยเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้เป็นจำนวนมาก เราทำวัดให้มากกว่าโรงเรียนกินนอน รวมทั้งเด็กวัด ตรงนี้เราจะช่วยกันได้อย่างไร เพื่อให้พวกเขาเหล่านั้นมีโอกาสที่ดีในสังคม
“ในขณะที่ มจร เอง นอกจากเราส่งเสริมการศึกษาดังกล่าวมาแล้ว พระนิสิตเรามีนานาชาติทั้งหมด 27 ชาติ ในส่วนกลุ่มชาติพันธุ์มีหลายสิบกลุ่ม ทั้งมอญ ไทใหญ่ กะเหรี่ยง ปะโอ พวกท่านเหล่านี้ก็มีเครือข่ายเป็นแรงงานบ้าง เป็นศูนย์การศึกษานอกระบบบ้าง อย่างปิดเทอมช่วงนี้หลายกลุ่มก็ลงไปสอนหนังสือให้กับเด็ก ๆ เหล่านี้ ตรงนี้เราจะร่วมมือกัน ทำอย่างไรให้เด็กและเยาวชนเหล่านี้เข้าถึงการศึกษา มีโอกาสทางสังคม เพราะเขาก็คือมนุษย์คนหนึ่ง ที่ต้องการการศึกษาและโอกาสทางสังคม..”


Leave a Reply