ครบรอบ ๑๑๖ปี “สังฆบิดร” ผู้วางรากฐานการศึกษาคณะสงฆ์ไทย

วัน​ที่​ ๑๒ เมษายน ๒๕๖๙​ เป็นวันครบรอบ ๑๖๖ ปี แห่งพระประสูติกาลขององค์สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส “พระอริยเจ้าจากสมัยพุทธกาลสู่กรุงรัตนโกสินทร์” พระองค์เป็นพระราชโอรส ในรัชกาลที่ ๔ และเป็นอดีตสมเด็จพระสังฆราช ลำดับที่ ๑๐ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ อีกทั้งยังเคยดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ลำดับที่ ๓ ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโตท่านเมตตาเล่าว่า พระอริยบุคคลในยุครัชกาลที่ ๔ คือ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ซึ่งเป็นพระโอรสของรัชกาลที่ ๔ นั้นเอง เป็นองค์แรก

ทรงเริ่มศึกษาภาษาบาลีเมื่อพระชนมายุ ๘ พรรษา จนสามารถแปลธรรมบทได้ ต่อมาเมื่อ “สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์” สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ ๘ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สิ้นพระชนม์ในปี ๒๔๓๔ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ “สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส” ทรงครอง วัดบวรนิเวศวิหาร สืบต่อ นับเป็นเจ้าอาวาสพระองค์ที่ ๓

ต่อมาในปี ๒๔๓๖ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนพระสมณศักดิ์ขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาคณะ เจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต จากนั้นได้ทรงเริ่มพัฒนากิจการพระศาสนา ทรงสนับสนุนให้ภิกษุสามเณรที่บวชใหม่เล่าเรียนพระธรรมวินัยฉบับภาษาไทย ในเวลาต่อมาจึงทรงกำหนดให้เป็นหลักสูตรการศึกษาสำหรับคณะสงฆ์ เรียกว่า นักธรรม ซึ่งเป็นหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานของคณะสงฆ์สืบมาจนถึงปัจจุบัน

ทรงจัดตั้ง มหามกุฎราชวิทยาลัย ในปี ๒๔๓๖ เป็นการทรงริเริ่มจัดการศึกษาของภิกษุสามเณรแบบใหม่ คือ เล่าเรียนพระปริยัติธรรมประกอบกับวิชาการอื่น ๆ ที่เอื้อต่อการสั่งสอน พระพุทธศาสนา รวมทั้งจัดให้เป็นสถานศึกษาของภิกษุสามเณรและกุลบุตรด้วย

ในปี ๒๔๓๗ ทรงออกนิตยสาร ธรรมจักษุ พร้อมขยายการศึกษาของภิกษุสามเณรออกไปยังหัวเมืองทั่วพระราชอาณาจักร โดยให้วัดเป็นโรงเรียน ให้พระเป็นครู นับเป็นการวางรากฐานการศึกษาระดับประถมศึกษาของไทย ต่อมาในปี ๒๔๕๓ ทรงได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่ง “สมเด็จพระสังฆราช” พระองค์ที่ ๑๐ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

“สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส” ทรงประชวรด้วยวัณโรค สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ ๒ สิงหาคม ๒๔๖๔ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร สิริพระชนมายุ ๖๑ พรรษา

“บุคคลสำคัญของโลก” ด้วยพระปรีชาสามารถและคุณูปการอันอเนกอนันต์ UNESCO ได้ประกาศยกย่องให้พระองค์เป็น บุคคลสำคัญของโลก สาขาการศึกษา บริการสาธารณะ มนุษยศาสตร์ และศาสนา เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๔

 

ที่มา..มูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์

Leave a Reply