มติเอกฉันท์!! ปี’70 ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ “วิสาขบูชาโลก” เนื่องในโอกาสพิเศษ!!

วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ณ เมืองอู๋ซี จังหวัดเจียงซู สาธารณรัฐประชาชนจีน พระพรหมบัณฑิต กรรมการมหาเถรสมาคม ประธานสภาสากลวันวิสาขบูชาโลกเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสภาสากลวันวิสาขบูชาโลก (ICDV) โดยมี พระพรหมวัชรธีราจารย์ อธิการบดี มจร พระพรหมวชิรเมธาภรณ์ อธิการบดี มมร พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหาร นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา , นางอุดมพร เอกเอี่ยม ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และบุคคลที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม

พระเมธีวัชรบัณฑิต หรือ “เจ้าคุณหรรษา” เผยว่า การประชุมในวันนี้วาระสำคัญมีหลายประเด็น แต่ที่สำคัญที่สุดคือในปี 2570 ที่ประชุมสภาสากลวันวิสาขบูชาโลก ได้มีมติเอกฉันท์เห็นชอบให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการจัดงานวันวิสาขบูชาโลกครั้งที่ 22 เพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9  เนื่องในอภิลักขิตสมัย 100 ปีวันพระบรมราชสมภพ และฉลองพระชนมายุ 100 พรรษา สมเด็จพระสังฆราช ผู้เป็นสังฆบิดรของคณะสงฆ์ไทย ซึ่งจะเวียนมาบรรจบทั้งสองวาระในพุทธศักราช 2570 พร้อมกัน

พร้อมกับกล่าวชื่อชมวิสัยทัศน์ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ที่ใช้ Soft Power เปิดประตูวิสาขบูชาโลก เปิดประตูสู่เส้นทางสายไหมทำไม? รัฐบาลจีนจึงยอมทุ่มสรรพกำลัง ทั้งเตรียมงาน เตรียมคน และเตรียมงบประมาณจำนวนมาก เพื่อจัดงานวิสาขบูชาโลก โดยเชิญชาวพุทธนานาชาติตามเส้นทางสายไหม จำนวนกว่า 3,000 รูปคน มาร่วมพิธีเฉลิมฉลองวันวิสาขบูชาโลก ที่องค์การสหประชาชาติได้ให้การยอมรับว่าเป็นวันสำคัญสากลของสหประชาติ หรือ United Nations Day of Vesak: UN Day of Vedak

ทั้งหมดเป็นไปตามแนวนโยบายแห่งรัฐของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ที่มุ่งใช้ One Belt, One Road (OBOR) หรือที่ปัจจุบันรู้จักในชื่อ Belt and Road Initiative (BRI) เป็นยุทธศาสตร์ในการสร้างเครือข่ายระดับโลก ทั้งสังคม และเศรษฐกิจ ที่ริเริ่มโดยประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีนในปี พ.ศ. 2556 เพื่อฟื้นฟูเส้นทางสายไหมในอดีตผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการเชื่อมโยงเครือข่ายการค้า ครอบคลุมทั้งทางบกและทางทะเล

รัฐบาลจีนย่อมประจักษ์ชัดว่า วันวิสาขบูชาโลกเป็นอีกหนึ่ง Global platform ที่องค์การสหประชาชาติได้ให้การรับรอง และเป็นเวทีที่ชาวพุทธทั่วโลก และชาวพุทธบนเส้นทางสายไหมได้มาร่วมกิจกรรมเฉลิมฉลองและแบ่งปันประสบการณ์ทางวิชาการ และการปฏิบัติระหว่างกันปีละหนึ่งครั้ง ซึ่งสอดรับกับทิศทางของ Belt and Road Initiatives หรือ อี้ ไต้ อี้ ลู่ ที่มุ่งเชื่อมโยงมนุษยชาติให้สามารถใช้เส้นทางนี้แสวงหาความเจริญ ทางสังคม ศาสนา วัฒนธรรม และเศรษฐกิจฯลฯ

แม้สังคมโลกกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตการณ์สงคราม เศรษฐกิจ และการเมือง แต่รัฐบาลจีนยังคงยืนยันที่จะจัดกิจกรรมครั้งนี้ต่อไป เพราะเห็นว่า วิสาขบูชาโลกเป็นโอกาสที่รัฐบาลเฝ้ามองมานานร่วม 20 ปี จึงเป็นที่มาของเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ โดยให้พุทธสมาคมจีน และกระทรวงที่รับผิดชอบด้านศาสนา เข้ามารับหน้าที่ในการดำเนินการมาตลอด 3 ปี จนเกิดมีพิธีเฉลิมฉลองวิสาขบูชาโลก ครั้งที่ 21 ณ เมืองอู๋ซี จังหวัดเจียงซู

หลายครั้งที่ได้ยินบนเวทีโลก ผู้นำจีนมักจะพูดตรงกันมาโดยตลอดว่า แม้พระพุทธศาสนาจะมิได้เกิดที่เมืองจีน แต่จีนจะเป็นผู้นำในการเสนอภูมิปัญญาของพระพุทธศาสนาในโลกยุคใหม่ เพื่อให้ชาวโลกบนเส้นทางสายไหมได้ประโยชน์จากภูมิปัญญานี้ร่วมกัน ทั้งหมด จึงเป็นที่มาของหัวข้อหลักในการจัดงานครั้งนี้ว่า พุทธปัญญาเพื่อสร้างอนาคตร่วมของมนุษยชาติ

Leave a Reply