โฉมหน้า!! กรรมการสรรหาอธิการบดี “มจร”

วันที่ 10 มิถุนายน 2569 แหล่งข่าวจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) เผยว่าในเดือนสิงหาคม 2569 ที่จะถึงนี้ พระพรหมวัชรธีราจารย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จะหมดวาระการดำรงตำแหน่งอธิการบดีลง  สภามหาวิทยาลัยจึงอนุมัติรายชื่อกรรมการสรรหาจำนวน 7 รูป/คน เพื่อสรรหาอธิการบดีรูปใหม่ มีรายชื่อดังนี้ต่อไป

1. พระพรหมบัณฑิต อุปนายกสภามหาวิทยาลัย
2. พระพรหมโมลี กรรมการสภามหาวิทยาลัย
3. พระพรหมวชิรานุวัตร อดีตคณบดีคณะพุทธศาสตร์
4. พระสุธีรัตนบัณฑิต คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย /กรรมการสภามหาวิทยาลัย
5. พระราชญาณวชิรเวที คณบดีคณะพุทธศาสตร์
6. ศ.พิเศษ จำนงค์ ทองประเสริฐ ราชบัณฑิต กรรมการสภามหาวิทยาลัย
7. พล.ต.อำนาจ ญาติฉิมพลี ประธานมูลนิธิศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

สำหรับการสรรหาอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการสรรหาอธิการบดี ซึ่ง พระพรหมวชิราธิบดี นายกสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยได้ลงนามประกาศไว้ เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อให้เป็นไปตามมาตรา 25 และมาตรา 26แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2540 และข้อ 5 ของแนวปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา (ฉบับที่ 2) ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบิกษาเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2556

เนื่องหาในข้อบังคับข้อ 7  กำหนดให้คณะกรรมการสรรหา มีหน้าที่และอำนาจดังนี้  1. ศึกษาทิศทางการพัฒนามหาวิทยาลัย และคุณสมบัติที่พึงประสงค์ของอธิการบดี เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาสรรหาอธิการบดี  2. กำหนดวิธีการรับการเสนอชื่อและการคัดเลือกผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม โดยไม่ใช้วิธีการเลือกตั้งหรือหยั่งเสียง 3. ประมวลประวัติและผลงาน รวมทั้งพิจารณากลั่นกรองและประเมินคุณสมบัติของพระภิกษุผู้ได้รับการเสนอชื่อ เพื่อให้ได้ผู้ที่เหมาะสมที่สุดเสนอสภามหาวิทยาลัย ตามจำนวนที่คณะกรรมการสรรหาเห็นสมควร

ในกรณีที่มีการเสนอชื่อพระภิกษุเกินกว่าหนึ่งรูป ให้เสนอเรียงตามอาวุโสพรรษา

สำหรับพระภิกษุผู้ที่จะดำรงตำแหน่งอธิการบดี นอกจากจะต้องมีคุณสมบัติตามมาตรา 26 แห่ง พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2540 แล้ว ต้องมีคุณสมบัติเพิ่มเติมดังนี้

(1) เป็นผู้ที่มีความรู้และความเข้าใจในทิศทางการพัฒนามหาวิทยาลัยเป็นอย่างดี (2) เป็นผู้ที่มีผลงานทางวิชาการหรือประสบการณ์ด้านการบริหารเป็นที่ประจักษ์ชัดว่ามีความรู้ความสามารถเป็นอย่างดี (3) เป็นผู้ที่มีภาวะผู้นำ เป็นที่ยอมรับนับถือของประชาคมในมหาวิทยาลัย และ (4) เป็นผู้ที่สามารถอุทิศเวลาให้แก่การปฎิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่

การดำเนินการสรรหาอธิการบดี เพื่อที่สมเด็จพระสังฆราชจะทรงแต่งตั้ง ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จไม่น้อยกว่า 60 วันก่อนที่อธิการบดีที่ดำรงตำแหน่งจะครบวาระ..

Leave a Reply