“พระพรหมเสนาบดี” พระมหาเถระ “ผู้มีแต่ให้”

พรุ่งนี้ทราบข่าวจาก “พระธรรมวชิรสุนทร” เจ้าคณะจังหวัดลพบุรี  ว่าเป็นวันคล้ายวันเกิดของ “พระพรหมเสนาบดี” หรือ “หลวงพ่อพิมพ์” แห่งวัดปทุมคงคา ที่วัดลูกศิษย์ลูกหาจะการจัดงาน เนื่องในวโรกาสคล้ายวันเกิดครบรอบ 81 ปี 60 พรรษาให้กับท่าน

“พระพรหมเสนาบดี” พระมหาเถระชื่อนี้เป็นที่ลูกจักทุกทั่ววงการตั้งแต่ “ชนชั้นสูง”จนถึง “ชนชั้นรากหญ้า” เพราะท่านได้ชื่อว่าเป็น “พระทำงาน-พระผู้เสียสละ”  รวมทั้งสื่อบางแขนงตั้งฉายาให้ว่า “มือประสานสิบทิศ” ด้วย

เป็นพระภิกษุประเภท “ติดดิน” 

“พระพรหมเสนาบดี” ท่านเกิดเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2488  ที่อำเภอบ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร แต่ไปบวชพระภิกษุที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี  จบชั้นประถม 4 อ.บางขุนที จ.สมุทรสงคราม สอบได้นักธรรมเอก วัดคลองวาฬ จ.ประจวบคีรีขันธ์ สอบได้ ป.ธ. 7 สำนักเรียนวัดปทุมคงคา การศึกษาระดับปริญญาตรีและโท จากประเทศอินเดีย เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์ เพราะเป็นผู้ออกแบบโปรแกรมสมณศักดิ์ที่คณะสงฆ์ออกแบบเป็นโปรแกรมสมณศักดิ์ในปัจจุบัน

และทั้งเป็น “พระภิกษุผู้ทรงพระปาฎิโมกข์” ตั้งแต่เป็น “ยุวภิกขุ” จนถึงปัจจุบัน

“ผู้เขียน” รู้จักและพูดคุยกับพระพรหมเสนาบดีครั้งแรกหลายปีมาแล้ว ตั้งแต่เป็น “โปรดิวเซอร์” ผลิตรายการอยู่ในช่อง 11 เจอกันครั้งแรกเนื่องจากไปออกรายการ “พีอาร์” โครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 การได้คุยกับท่านเป็นไปด้วยความ “อบอุ่น” ด้วยความที่ท่านเป็นพระเถระที่มี “ใบหน้ายิ้มแย้ม”  พูดคุยด้วยความจริงใจ สบายใจแก่คู่สนทนา ตอนนั้นยังจำได้ว่า “พระพรหมเสนาบดี” ชวนผู้เขียนร่วมลงพื้นที่หมู่บ้านรักษาศีล 5  ณ จังหวัดน่าน

แต่ผู้เขียนปฎิเสธ ไม่ได้ไปด้วย!!

ตอนหลังทราบจากเพื่อนสื่อมวลชนว่า “พระพรหมเสนาบดี” หมดเงินค่าดูแลสื่อมวลชนด้วยงบส่วนตัวไปกลับ ประมาณ 300,000 บาท

“ผู้เขียน” มาสัมผัสกับ “พระพรหมเสนาบดี” อีกครั้งตอนมาลงพื้นที่ “หมู่บ้านรักษาศีล 5”  3-4 ปีหลังมานี้ และยิ่ง “รู้จักตัวตน” บทบาทท่านมากยิ่งขึ้น เมื่อมาทำงานเป็น “จิตอาสา” สื่อมวลชนสายพระสงฆ์

เนื่องจาก “พระภิกษุ-สามเณร” และชาวพุทธที่รู้จักท่าน ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ล้วนต่างแซ่ซ้องเล่าขาน ยกย่องความดีของ “พระพรหมเสนาดี” ให้ฟังอยู่อย่างสม่ำเสมอ

สมดังชื่อ “หลวงพ่อพิมพ์” ผู้พิมพ์ตรึงตราอยู่ในหัวใจชาวพุทธทุกผู้คน ไม่เป็นผู้มีพิษมีภัยแก่ผู้ใด!!

“พระพรหมเสนาบดี”  แม้ไม่ได้อยู่ใน “วัด” ที่มีรายได้จาก“แหล่งท่องเที่ยว” หรือ “สายมู”  แต่ท่านมีธรรมหัวใจของนักสังคมสงเคราะห์ ตั้งมั่นอยู่ในปณิธาน “อัตถะ หิตะ สุขะ”  ใช้เงินส่วนตัว มอบเป็นทุนการศึกษาให้พระภิกษุสามเณร ทุนการศึกษาเด็ก น้ำท่วมไฟไหม้ ชาวประชาเดือดร้อนที่ไหน มักมีชื่อ “พระพรหมเสนาบดี” ปรากฎอยู่เสมอ ๆ

เป็น “พระมหาเถระ” ผู้มีแต่ให้โดยแท้จริง!!

“พระพรหมเสนาบดี” ให้แม้กระทั้งตำแหน่ง “กรรมการมหาเถรสมาคม” ที่เปรียบเสมือนตำแหน่ง “รัฐมนตรี” ที่พระมหาเถระส่วนใหญ่ใฝ่ฝันอยากนั่งเก้าอี้ตัวนี้

“พระพรหมเสนาบดี” ก็ยินดีสละให้ “เพื่อพี่ เพื่อเพื่อน” สละให้ “เพื่อน้อง”  ถึง 2 ครั้ง  2 คราว

“ผู้เขียน”  คิดว่าพระภิกษุสงฆ์ที่เป็นผู้เสียสละ เป็นศูนย์รวมที่เคารพนับถือของคณะสงฆ์ทั้งมหานิกายและธรรมยุต ทั้งยังมีน้ำใจกว้างแบบ “พระพรหมเสนาบดี” เป็นสิ่งที่หายากยิ่งในสังคมยุคปัจจุบัน

ชาวพุทธ!! ทั้งพระภิกษุและฆราวาสควรถือ “พระพรหมเสนาบดี” เป็นแบบอย่าง ในการเสียสละ และอุทิศตนเพื่อส่วนรวม

ปัจจุบัน “พระพรหมเสนาบดี” นอกจากเป็นที่ปรึกษามหาเถรสมาคม เป็นรองประธานอำนวยการหมู่บ้านรักษาศีล 5 แล้ว ยังได้รับไว้วางใจจาก “มส.” ให้นั่งเป็นประธานจัดงานโครงการ “สืบสานงานพ่อต่อยอดทุนเล่าเรียนหลวง 100 ปี”   ในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้วย

เนื่องในวโรกาส “พระพรหมเสนาบดี” มีอายุครบ 81 ปี 60 พรรษา “ผู้เขียน” แม้จะไม่ใช่ศิษย์ใกล้ชิด แต่ขอกราบสักการะมุทิตาจิตยกย่องความดีของท่าน ผ่านบทความ “ส่องกล้อง มองสงฆ์” 

และหากขอพรสิ่งใดให้ท่านแล้ว ประสบความสำเร็จ สมดังปรารถนาไซร์!!

จะขอพรกราบ “พระสยามเทวาธิราช” ดลบันดาลให้ “พระพรหมเสนาบดี” ให้ได้รับโปรดเกล้า ฯ สถาปนาเป็น “เจ้าประคุณสมเด็จ” โดยเร็วพลันด้วยเถิด!!

Share:

Leave a Reply