มส.แต่งตั้ง “พระสังฆาธิการ” หลายตำแหน่ง พร้อมกำชับ”งานสาธารณสงเคราะห์ของคณะสงฆ์” ให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น!!

วันที่ 30 กันยายน 2569  ที่ตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร มีการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.)  สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงมีพระบัญชา โปรดให้ดำเนินการประชุมตามระเบียบการประชุมมหาเถรสมาคมการนี้ สมเด็จพระธีรญาณมุนี สมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุดที่มาประชุม ปฏิบัติหน้าที่ประธานการประชุม และมีบัญชาให้ดำเนินการตามระเบียบวาระการประชุมมหาเถรสมาคม ครั้งที่ ๒๒/๒๕๖๙ โดยมีกรรมการมหาเถรสมาคม ครบองค์ประชุม พร้อมด้วยที่ปรึกษามหาเถรสมาคม เข้าร่วมประชุม

การนี้ นางอุดมพร เอกเอี่ยม ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ในฐานะเลขาธิการมหาเถรสมาคม พร้อมด้วยข้าราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม และปฏิบัติงานถวายในการประชุมภายหลังจากประชุมเสร็จสิ้น รองศาสตราจารย์ ดร.ชัชพล ไชยพร ผู้เชี่ยวชาญด้านวิชาการพระพุทธศาสนา รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม แถลงข่าวสาระสังเขปของการประชุม ดังนี้

ที่ประชุมรับทราบรายงานผลการดำเนินงาน ตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ได้กำหนดเกณฑ์ประเมินส่วนราชการตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการของสำนักงานพระพุทธศาสานาแห่งชาติ โดยกำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จของการพัฒนาระบบการรายงานทางการเงินของวัด โดยกำหนดค่าเป้าหมาย ตามตัวชี้วัดที่ ๑ วัดในกรุงเทพมหานคร ๒๑๓ วัด และวัดในภูมิภาค จำนวน ๗๖ วัด รวมเป็น ๓๔๖ วัด

เรื่องการปกครองคณะสงฆ์ เสนอแต่งตั้งพระสังฆาธิการให้เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัด และเจ้าคณะอำเภอ ในเขตปกครองคณะสงฆ์ภาค ๔ และภาค ๗ ดังนี้

๑. พระครูอินทวุฒิคุณ เจ้าอาวาสวัดบ้านกลาง อ.ลี้ จ.ลำพูน และเจ้าคณะอำเภอลี้ เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดลำพูน

๒. พระครูนิภาธรรมประสิทธิ์ เจ้าอาวาสวัดนครสวรรค์ อ.เมืองนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ และรองเจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณจังหวัดนครสวรรค์

๓. พระวชิรธรรมวิสิฐ เจ้าอาวาสวัดจันเสน อ.ตาคลีจ.นครสวรรค์ และที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอตาคลี เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์

๔. พระครูนิทัศนสารโกวิท เจ้าอาวาสวัดสระโบสถ์ อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์ และเจ้าคณะอำเภอท่าตะโก เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอท่าตะโก

เสนอแต่งตั้ง พระมงคลบุญเขต เจ้าอาวาสวัดลานบุญ เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร

เสนอแต่งตั้ง พระครูสุภัทรญาณนิวิฐ เจ้าอาวาสวัดปากท่อ อ.ปากท่อ จ.ราชบุรีและเจ้าคณะอำเภอปากท่อ เป็นที่ปรึกษาจังหวัดราชบุรี

เสนอแต่งตั้ง พระครูสีลพลาธร เจ้าอาวาสวัดอู่ตะเภา เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร เจ้าคณะแขวงลำผักชี เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะเขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร

เสนอแต่งตั้ง พระครูสุวรรณคีรีพิสุทธิ์ เจ้าอาวาสวัดสุวรรณคีรี อ.เมืองลพบุรี จ.ลพบุรี และเจ้าคณะตำบลท่าศาลา เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะตำบลท่าศาลา จ.ลพบุรี

เสนอแต่งตั้งรองเจ้าอาวาสพระอารามหลวง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง ในเขตปกครองคณะสงฆ์กรุงเทพมหานคร ดังนี้

๑. พระครูปลัดสุวัฒนมงคลวรคุณ(วิชาญ ชุติปญฺโญ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดนางนอง ดำรงตำแหน่งรองเจ้าอาวาสวัดนางนอง พระอารามหลวงกรุงเทพมหานคร

๒. พระครูภาวนาสังวรกิจ (สุวิทย์ สุวิชฺโช) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดวชิรธรรมสาธิต ดำรงตำแหน่งรองเจ้าอาวาสวัดวชิรธรรมสาธิต พระอารามหลวง กรุงเทพมหานคร

เสนอแต่งตั้งผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสร้อยทอง พระอารามหลวง ดังนี้

๑. พระมหาปรีชา ภทฺทปญฺโญ ป.ธ.๙ วัดสร้อยทอง เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสร้อยทอง ฝ่ายปกครอง

๒. พระมหาประกาศิต อาจารปาลี ป.ธ.๙ วัดสร้อยทอง เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสร้อยทอง ฝ่ายการศึกษา

๓. พระมหาสมชัย รตนญาโณ ป.ธ.๙ วัดสร้อยทอง เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสร้อยทอง ฝ่ายการศึกษาสงเคราะห์

๔. พระมหาสมพงษ์ กิตฺติภทฺโท ป.ธ.๙ วัดสร้อยทอง เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสร้อยทอง ฝ่ายเผยแผ่พระพุทธสาสนา

เสนอแต่งตั้ง พระมหาวาสุเทพ ญาณเมธี วัดมณีสถิตกปิฎฐาราม อ.เมืองอุทัยธานี จ.อุทัยธานี ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมณีสถิตกปิฎฐาราม

เสนอแต่งตั้งพระสังฆาธิการให้เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดพัทลุง ดังนี้

๑. พระวชิรธรรมวิจิตร เจ้าอาวาสวัดจินตาวาส อ.เมืองพัทลุง จ.พัทลุง และรองเจ้าคณะจังหวัดพัทลุง เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดพัทลุง

๒. พระสุนทรวชิรคุณ เจ้าอาวาสวัดสุนทราวาส อ.ควนขนุน จ.พัทลุง และรองเจ้าคณะจังหวัดพัทลุง เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดพัทลุง

เสนอแต่งตั้งรองเจ้าคณะจังหวัดชุมพร ดังนี้ พระครูศรีธรรมวิเทศ วัดปากน้ำชุมพร ดำรงตำแหน่งรองเจ้าคณะจังหวัดชุมพร สืบแทน พระครูบัณฑิตธรรมธาดา รองเจ้าคณะชุมพรได้รับพระบัญชาแต่งตั้งดำรงตำแหน่งเจ้าคณะชุมพร

ทั้งนี้เรื่องการปกครองคณะสงฆ์ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบ ดังนี้

เห็นชอบให้พระครูสุตวัฒนาธร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดเจียงอีศรีมงคลวราราม จ.ศรีสะเกษ ลาออกผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดเจียงอีศรีมงคลวราราม เพื่อไปดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดศรีสุขสวัสดิ์ อ.ไพรบึง จ.ศรีสะเกษ

เห็นชอบให้พระครูจันทสีลคุณ เจ้าอาวาสวัดป่ากิ่วดู่ตำบลแม่คะ อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน แม่ฮ่องสอน (ธรรมยุต)

เห็นชอบให้ พระมหาอนุวัต อภิชาโต ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสองพี่น้อง พระอารามหลวง อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดป่าเลไลยก์วรวิหาร อ.เมืองสุพรรณบุรี จ.สุพรรณบุรี

สืบเนื่องในวาระการประชุม มหาเถรสมาคม รับพระบัญชาพระดำริเห็นชอบเอกสารทางวิชาการด้านการสนับสนุนกิจการและการปกครองคณะสงฆ์ เพื่อรับรองและใช้เป็นเอกสารอ้างอิงในการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ในโครงการเฉลิมพระเกียรติคุณเนื่องในวาระครบรอบ ๑๐๐ ปี แห่งการสถาปนาธรรมศึกษา โดยสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระชินวรวิสุทธิเทวารยวงศ์สกลมหาสังฆปรินายก พระองค์ที่ ๑๑ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์เพื่อส่งเสริมการศึกษา มรดกทางวัฒนธรรม และวัฒนธรรมแห่งสันติภาพ ในการเสนอเรื่องต่อองค์กรการศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) เพื่อขึ้นทะเบียนวาระการเฉลิมฉลอง ๑๐๐ ปี และเสนอเฉลิมพระเกียรติคุณ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระชินวรวิสุทธิเทวารยวงศ์ เป็นบุคคลสำคัญของโลก

และ ที่ประชุมรับทราบผลการดำเนินงาน “โครงการเสริมพลังวัดพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบาง” ระหว่างฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยเห็นชอบให้มีการผลักดันและขับเคลื่อนงานสาธารณสงเคราะห์ ของมหาเถรสมาคม ดังนี้

๑.รับทราบและสนับสนุนการขยายผลการขับเคลื่อนงานสาธารณะสงเคราะห์ทั้งในและต่างประเทศ ให้ดำเนินการต่อเนื่อง

๒.ส่งเสริมให้ศูนย์ประสานงานสาธารณสงเคราะห์ประจำจังหวัดของคณะสงฆ์ทุกจังหวัด เป็นศูนย์กลางการประสานงานและขับเคลื่อนงาน

๓. มอบหมายให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด สำนักงานคณะกรรมการอบรมประชาชนกลาง หน่วยอบรมประชาชนประจำตำบล(อปต.)และวัดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ให้เผยแผ่หลักธรรม เรียบเรียงนำเสนอกัณฑ์เทศน์ว่าด้วยการพัฒนาสังคม นำไปประยุกต์ใช้ในการเทศนาและการสอนหลักธรรม เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงสิทธิและบริการสวัสดิการสังคมของประชาชน โดยมีคณะสงฆ์เป็นผู้นำเป็นศูนย์กลางของสังคม และ

๔.ส่งเสริมให้สถาบันการศึกษาของคณะสงฆ์ และหน่วยฝึกอบรมพระธรรมทูตทั้งธรรมยุตและมหานิกาย นำหลักสูตรเพิ่มทักษะพระธรรมทูตและหลักสูตรสังคมสงเคราะห์นานาชาติไปบรรจุหรือประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนและฝึกอบรม ให้ต่อเนื่อง

ทั้งนี้ มหาเถรสมาคมเห็นชอบและมีข้อสั่งการสนับสนุนงานสาธารณสงเคราห์ของคณะสงฆ์ ให้มีความก้าวหน้ายิ่งขึ้นต่อไป

ที่มา..WBTV

Share:

Leave a Reply