คพช.ดึง “อินทพร จั่นเอี่ยม” อดีต ผอ.พศ.เสริมทัพ!! หลังถูกวิจารณ์ไร้ผลงาน?

วันที่ 1 ตุลาคม 2569 วานนี้ราชกิจจาเผยแพร่คำสั่งนายกรัฐมนตรี  เรื่อง แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพิ่มเติม โดยระบุว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยกำหนดแนวนโยบายแห่งรัฐให้รัฐพึงอุปถัมภ์และคุ้มครอง พระพุทธศาสนาและศาสนาอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระพุทธศาสนาอันเป็นศาสนาที่ประชาชนชาวไทย ส่วนใหญ่นับถือมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน และโดยที่มีแนวโน้มที่จะเกิดการบิดเบีอนคำสอนของพระพุทธศาสนา และการบ่อนทำลายพระพุทธศาสนาด้วยรูปแบบต่าง ๆ อันเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ สังคม คุณธรรมจริยธรรม และส่งผลกระทบต่อสาธารณชน จึงได้กำหนดให้มีระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการคุ้มครองพระพุทธศาสนา พ.ศ. 2568 และให้มีคณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นคณะกรรมการระดับชาติ เพื่อให้การคุ้มครองพระพุทธศาสนาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดผลสัมฤทธิ์ สอดคล้องกับแนวนโยบายแห่งรัฐและนโยบายของรัฐบาล อาศัยอำนาจตามความในข้อ 5 (3) แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการคุ้มครอง พระพุทธศาสนา พ.ศ. 2568

นายกรัฐมนตรี ด้วยความเห็นชอบของมหาเถรสมาคม จึงแต่งตั้ง กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในเคณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพิ่มเติม คือ “นายอินทพร จั่นเอียม”  ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการสนับสนุนกิจการคณะสงฆ์และนโยบายพระพุทธศาสนา

สำหรับนายอินทพร จั่นเอี่ยม เคยดำรงตำแหน่งเป็นผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ก่อนที่จะเกษียณอายุราชการในปี 2568 โดยปัจจุบันมีตำแหน่งเป็นที่ปรึกษามหาเถรสมาคม

ส่วน คพช. ย่อมาจาก คณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งเป็นคณะกรรมการระดับชาติที่จัดตั้งขึ้นตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2568 โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ ประธานกรรมการ เพื่อทำหน้าที่ปกป้องและคุ้มครองศาสนา โดยมีความเกี่ยวข้องกับคณะสงฆ์ในประเด็นสำคัญ ดังนี้

หน้าที่และบทบาทของ คพช.

1)   เสนอมาตรการและกลไก: วางแนวทางร่วมกับฝ่ายบ้านเมืองและคณะสงฆ์เพื่อปกป้องพระพุทธศาสนา ให้เป็นไปตามกฎหมาย พระธรรมวินัย และมติของมหาเถรสมาคม (มส.)

2)   ไม่ก้าวก่ายการปกครองสงฆ์: การทำงานของ คพช. จะไม่ทำให้ฆราวาสมาปกครองพระสงฆ์ หากมาตรการใดเกี่ยวข้องกับการปกครองคณะสงฆ์โดยตรง จะต้องได้รับความเห็นชอบจากมหาเถรสมาคมและได้รับอนุมัติจากสมเด็จพระสังฆราชก่อน

3)  ประสานงานแก้ปัญหาพระสงฆ์ฝ่าฝืนวินัย: ช่วยสนับสนุนกลไกของรัฐและระดับจังหวัด (ผ่านคณะอนุกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาจังหวัด) ในการจัดการเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับพระภิกษุนอกรีตหรือผู้ฝ่าฝืนพระธรรมวินัย

4) ฟื้นฟูคณะวินัยธรและคณะธรรมธร: มีการประสานฟื้นฟูบทบาทหน้าที่ของคณะวินัยธร (พิจารณาเรื่องพระวินัย) และคณะธรรมธร (พิจารณาเรื่องพระธรรม) เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนงานด้านวินัยสงฆ์ภายใต้ความเห็นชอบของมหาเถรสมาคม

บทบาท “คพช.” ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาถูกวิพากษ์จากสังคมว่ายังไม่มีอะไรเป็นรูปธรรม ไม่สามารถปกป้องและคุ้มครองพระพุทธศาสนาได้ ไม่สามารถขจัดพระภิกษุนอกรีตพระธรรมวินัยทั้งในด้านพฤติกรรมและคำสอนได้ รวมทั้งไม่มีแผนในการสร้างการรับรู้เรื่องคำสอนที่ถูกต้องตามพระไตรปิกฎ และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้คณะสงฆ์ได้

Share:

Leave a Reply