พาไปรู้จัก “วัดกวิศราราม” วัดมอญในรัชสมัย “สมเด็จพระนารายณ์” มีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์

วันที่ 25 ตุลาคม 2568 เวลา 10.00 น. ณ วัดกวิศราราม ราชวรวิหาร ตำบลท่าหิน อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานผ้าพระกฐินพร้อมเครื่องบริวารพระกฐิน ตามที่กระทรวงวัฒนธรรมได้ขอรับพระราชทาน เพื่อน้อมนำไปทอดถวายยังที่ชุมนุมสงฆ์ โดยมี พระธรรมวชิรสุนทร เจ้าอาวาสวัดกวิศราราม ราชวรวิหาร เจ้าคณะจังหวัดลพบุรี พระภิกษุผู้จำพรรษา รับการถวาย โดย นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม มอบหมายให้ นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานกระทรวงวัฒนธรรม ประจำปีพุทธศักราช 2568 และมีนางโชติกา อัครกิจโสภากุล รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหาร วัฒนธรรมจังหวัด ข้าราชการ เจ้าหน้าที่กระทรวงวัฒนธรรม และพุทธศาสนิกชน เข้าร่วม   ในการนี้ กระทรวงวัฒนธรรมได้มอบทุนการศึกษาให้กับโรงเรียน จำนวน 2 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนวินิตศึกษา ในพระราชูปถัมภ์ และโรงเรียนเทศบาล 2 ระบบสาธิต เทศบาลเมืองลพบุรี จากนั้น ถวายภัตตาหารเพลพระสงฆ์ เป็นลำดับสืบไป

สำหรับ วัดกวิศราราม เป็นพระอารามหลวงขั้นตรี ชนิดราชวรวิหาร สังกัดมหานิกาย ตั้งอยู่ริมถนนเพทราชา ทางด้านทิศใต้ของพระนารายณ์ราชนิเวศน์ ตั้งอยู่เลขที่ 73  ถนนเพทราชา ตำบลท่าหิน อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี เสนาสนะประกอบด้วยพระอุโบสถ มีลักษณะเป็นพระอุโบสถมหาอุต โครงสร้างก่ออิฐถือปูน ศิลปะสมัยอยุธยา ศาลาการเปรียญเป็นอาคารไม้ หอระฆัง หอไตร หอสวดมนต์ พระเจดีย์คู่อยู่ด้านหน้า พระอุโบสถ พระเจดีย์ทรงกลมบนฐานสี่เหเลี่ยมอยู่ด้านหลังพระอุโบสถ และมี “บ่อนํ้าศักดิ์สิทธิ์” อยู่หน้าพระอุโบสถวัดกวิศราราม เป็นวัดเก่าแก่สร้างมาแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ประมาณ พ.ศ. 2208  ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมานับตั้งแต่ พ.ศ. 2210 ในแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เดิมชื่อ “วัดขวิด” ในตำนานอารามหลวงกล่าวไว้ว่า “วัดกวิศรารามเมืองลพบุรี พระนารายณ์มหาราชเจ้ากรุงทวารวดีทรงสร้าง เดิมชื่อวัดขวิด ในรัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนาใหม่ พระราชทานนามว่า วัดกวิศราราม รัชกาลที่ 5 ทรงปฏิสังขรณ์อีก”

การสร้างวัดขวิดในครั้งแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราชนั้นสันนิษฐานว่าสร้างสำหรับพระสงฆ์รามัญ ไว้สวดพระปริตรทำนํ้าพระพุทธมนต์ถวายพระเจ้าอยู่หัวคู่กับวัดตองปุ มีพระบรมราชาธิบายใน พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่องประเพณีพระสงฆ์รามัญสวดพระปริตรทำนํ้าพระพุทธมนต์ในพระราชวังชั้นใน ความตอนหนึ่งว่า “อนึ่งเมื่อมีการเสด็จพระราชดำเนินประทับแรมราตรี ณ ตำบลใดเป็นทางไกล คือเสด็จไปการสงคราม หรือแทรกโพนข้างในแผ่นดินก่อน ๆ พระสงฆ์สวดพระปริตรนี้ก็ต้องตามเสด็จพระราชดำเนินด้วยทุกครั้ง เมื่อได้อาราธนาพระสงฆ์รามัญวัดตองปุให้ตามเสด็จขึ้นไปตั้งอารามชื่อวัดตองปุอยู่สวดพระปริตรถวาย นํ้าพระพุทธมนต์(ใช้สรงพระพักตร์) ในทุกวันอารามนั้นก็ยังปรากฏจนทุกวันนี้ และนํ้าในพระพุทธมนต์พระปริตร นี้ย่อมเป็นที่เห็นว่ามีอำนาจป้องกันอันตราย ๆได้จริง”

โดยเฉพาะการเป็นวัดมอญมีพระสงฆ์มอญในการสวดพระปริตรเพื่อท่านํ้าพระพุทธมนต์ถวายเพื่อใช้ใน พิธีสำคัญต่าง ๆ ย่อมต้องมีการสวดพระปริตรที่วัดแห่งนี้ร่วมกับวัดตองปุ ซึ่งในอดีตเป็นวัดมอญเช่นเดียวกัน นํ้าที่นำมาใช้ในการสวดพระปริตรเพื่อเสกนํ้าพระพุทธมนต์นั้น เป็นนํ้าที่นำจากบ่อนํ้าโบราณซึ่งจัดเป็นบ่อนํ้า ศักดิ์สิทธิ์ภายในวัด บ่อนํ้าแห่งนี้อยู่บริเวณหน้าหอพระไตรปิฏก เป็นบ่อวงกลมขนาดใหญ่ ชุดลึกก่อด้วยศิลาแลง และอิฐ ความลึกประมาณ 5  เมตร ภายในบ่อมีนํ้าใสบริสุทธิ์ ไม่เคยเหือดแห้ง ทางวัดบำรุงรักษาไว้อย่างดี

ปัจจุบันมี พระธรรมวชิรสุนทร เป็นเจ้าอาวาสปกครองวัดและดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดลพบุรี นํ้าในบ่อแห่งนี้ได้มีการนำไปใช้ประกอบพิธีสำคัญ ๆ ของจังหวัดอยู่เนือง ๆ รวมทั้งในงานพระราชพิธี เสด็จออกมหาสมาคม ทรงรับการถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5  ธันวาคม 2550 และพระราชพิธีเสด็จออกมหาสมาคม ทรงรับการถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมหรรษารอบ 5  ธันวาคม 2554 และพิธีทำบุญเมืองลพบุรี ใน พ.ศ. 2560 และในปี พ.ศ. 2562 ได้มีการอัญเชิญนํ้าศักดิ์สิทธิ์จากแหล่งนํ้าศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ทั่วประเทศไปประกอบ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ครั้งประวัติศาสตร์สู่แผ่นดินรัชกาลที่ 10 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ บ่ำน้ำศักดิ์ วัดกวิศราราม เป็นหนึ่งในครั้งประวัติศาสตร์ ครั้งนี้ด้วย

 

Leave a Reply