“ปลัดเก่ง” นำคณะถวาย “ผ้าพระกฐินพระราชทาน” กรมสมเด็จพระเทพ ฯ ณ วัดตาปะขาวหาย จ.พิษณุโลก

วันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม 2568 เวลา 09.19 น. ณ ศาลาปราสาทเวชไชยยันต์ วัดตาปะขาวหาย ตำบลหัวรอ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานผ้าพระกฐิน เพื่อถวายแด่พระสงฆ์จำพรรษากาลถ้วนไตรมาส ณ ชุมนุมสงฆ์วัดตาปะขาวหาย โดยมีนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย คนที่ 41 เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายบุญเหลือ บารมี รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก นายนิสิต สวัสดิเทพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ผู้บริหารท้องถิ่น และพุทธศาสนิกชน เข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ  กล่าวว่า  การทอดกฐินครั้งนี้ถือว่าเป็นพระมหากรุณาธิการที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานผ้าพระกฐินให้ตนเองและ ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นำมาถวายแด่พระภิกษุสงฆ์ผู้จำพรรษา ณ วัดตาปะขาวหาย และรวมทั้งขออนุโมทนากับ อาจารย์ขวัญทอง สอนศิริ หรือ อาจารย์โจ้ ผู้รอบรู้ซึ่งถือว่าเป็นปราชญ์แห่งเมืองสองแควที่ชวนให้มาทอดกฐิน ณ พระอารามแห่งนี้ ตนเองถือว่าเป็นคนมีบุญที่ได้ทำสิ่งดี ๆ กับพระพุทธศาสนาและพระภิกษุสงฆ์ ผู้เป็นหลักชัยแห่งสังคมไทย

“ท่านเจ้าอาวาสที่นี้ท่านถือว่าเป็นแบบอย่างที่ดีของพระภิกษุสงฆ์ ทราบว่าข้าวอาหารที่เหลือจากฉันจากข้าวบิณฑบาต ท่านนำไปดูแลครอบครัวผู้ป่วยและผู้สูงอายุรอบวัดจำนวน 12 ครัวเรือน โดยทุกวันจะมีเจ้าหน้าที่เทศบาลมารับอาหารไปแจกตามครัวเรือนเป้าหมาย เรื่องดี ๆ แบบนี้ท่านทำมาแล้ว 6 ปีต่อเนื่อง ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีงามของสังคมไทย สำหรับบริวารกฐินที่นำมาถวายวันนี้ ยอดรวมทั้งสิ้น 1,420,420 บาท ซึ่งตนเองและภรรยา ดร.วันดี ในฐานะประธานร่วมทำบุญ 1 ล้านบาทเพื่อทะนุบำรุงวัดและอุปถัมภ์ค้ำจุนพระพุทธศาสนาในฐานะชาวพุทธ ที่พอมีกำลังอยู่บ้าง..”

ทั้งนี้ วัดตาปะขาวหาย หรือ “วัดเตาไห” เป็นวัดโบราณริมแม่น้ำน่าน ฝั่งตะวันออกของตำบลหัวรอ เป็นชุมชนเก่าแก่ที่มีตำนาน “เทพตาปะขาว” พระอินทร์นฤมิตตนมาช่วยหล่อพระพุทธชินราชจนสำเร็จสมปรารถนา ก่อนจะอันตรธานหายไป จึงถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองพิษณุโลกมาช้านาน

ต่อจากนั้น นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ได้เดินทางไป ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก (หลังเก่า) ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก เพื่อร่วมในพิธีสรงน้ำพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงโดยมี นายบุญเหลือ บารมี รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก, นายนิสิต สวัสดิเทพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก, หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และประชาชนทุกหมู่เหล่าร่วมพิธีด้วยความอาลัย..

พร้อมกันนี้นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ได้เดินทางไปดูโรงงานหล่อพระพุทธรูป เพื่่อดูแบบพระพุทธรูปตามคำแนะนำของ อาจารย์ขวัญทอง สอนศิริ หรือ อาจารย์โจ้ โดยกล่าวว่า “เนื่องจากตนเองและดร.วันดี  กุญชรยาคง จุลเจริญ ได้เป็นเจ้าภาพสร้างอุโบสถ์ไว้ที่เกาะช้าง จังหวัดตราด เป็นวันเล็ก ๆ ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว องค์รัชกาลที่ 5 เคยเสด็จไป เนื่องจากอุโบสถ์เก่าทรุดโทรมมากแล้ว ตนเองและดร.วันดี จึงมีศรัทธาตั้งใจสร้างอุโบสถ์หลังใหม่ขึ้นแทนที่เดิม พร้อมกับจะสร้างพระพุทธรูปองค์ใหม่ด้วย จึงมาดูงานโรงหล่อแห่งนี้ ที่ อ.โจ้ บอกว่าช่างฝีมือดี..”

และก่อนกลับนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ได้แวะไปดูการบูรณะอุโบสถและเจดีย์ ณ วัดวังทองวราราม อ.วังทอง จ.พิษณุโลก โดย อาจารย์ขวัญทอง สอนศิริ หรือ อาจารย์โจ้ เล่าว่า “อุโบสถและเจดีย์หลังนี้เก่ามาก กรมศิลปากรเคยมาสำรวจหลายครั้ง ทางวัดก็ไม่มีงบประมาณในการบูรณะเมื่อครั้งปลัดเก่ง ยังดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย จึงขอให้ท่านช่วยประสานกรมศิลปากรช่วยสนับสนุนงบประมาณมาบูรณะปฎิสังขรณ์ ซึ่งก็ได้ผล ตอนนี้กรมศิลปากรมาบูรณะแล้ว โดยเบื้องต้นทราบว่าได้งบประมาณมาประมาณ 5 ล้านบาท ซึ่งทางชุมชนต้องขอบคุณกรมศิลปากรที่อุดหนุนงบมาบูรณะและต้องขอบคุณปลัดเก่ง ด้วยที่ช่วยเป็นธุระประสานอธิบดีกรมศิลปากร จนได้งบประมาณมาบูรณะปฎิสังขรณ์อุโบสถพร้อมพระเจดีย์ วันนี้พาท่านมาดูความคืบหน้าในการบูรณะปฎิสังขรณ์ ซึ่งหลังจากบูรณะเสร็จตอนสมโภช จะเชิญท่านมาอีกครั้ง..”

 

Leave a Reply