ยิ่งให้..ยิ่งได้ “ปลัดเก่ง” ต้นแบบข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ อุปถัมภ์ภัตตาหาร “วัดกลางบุรีรัมย์” ทุกวันจันทร์และเสาร์

   วันที่ 14 ธันวาคม 64   นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทยโพสต์เฟชบุ๊คส่วนตัวว่า “ที่วัดกลาง บุรีรัมย์ ที่ผมคุ้นเคยนับถือและเคยไปอาศัยพักนอนตอนผมไปตรวจราชการที่จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อครั้งที่ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ทำให้ทราบว่าท่านส่งเสริมการศึกษาพระเณร มาก (รวมทั้งวัดอื่นๆด้วย เช่น วัดพระธาตุช้างค้ำ  น่าน ) ผมและดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย เลยร่วมสนับสนุนด้วยการขอถวายภัตตาหารมื้อเพลทุกสัปดาห์ในวันจันทร์และวันเสาร์ ขออนุญาตแบ่งบุญให้ทุกท่านและเรียนเชิญทุกท่านหากมีโอกาสทำบุญส่งเสริมการศึกษาของพระเณร หรือเด็กนักเรียนอย่าลืมช่วยกันทำนะครับ ที่วัด หรือที่โรงเรียนใกล้บ้านท่าน ได้ตามกำลังศรัทธา .. ก็จะเป็นกุศลยิ่งครับ..”

ปัจจุบันวัดกลางเป็นที่ตั้ง โรงเรียนปริยัติธีรวิทยา  มีพระภิกษุ- สามเณร ประมาณ 160 รูป   สำหรับวัดกลางเป็นวัดพระอารามหลวง เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองจังหวัดบุรีรัมย์มาตั้งแต่สมัยโบราณและเป็นพระอารามหลวงแห่งแรกของจังหวัด มีสระน้ำโบราณศักดิ์สิทธิ์อยู่ภายในวัด ที่เชื่อกันว่ามีอายุกว่า 3,000 ปี

ประวัติวัดกลางพระอารามหลวง  ตามตำนานเล่าว่าเดิมวัดแห่งนี้เป็นวัดร้างโบราณ สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก (สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ในขณะนั้น) เสด็จผ่านขณะนำทัพไปปราบเจ้าเมืองนางรองซึ่งเป็นกบฏ และได้หยุดพักทัพบริเวณนี้ซึ่งเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ เชื่อกันว่าคือสระน้ำโบราณซึ่งเป็นร่องรอยอารยะธรรมขอม จึงโปรดเกล้าให้ยกวัดร้างเป็นวัด มีพระสงฆ์ให้ชื่อว่า “วัดแปะใหญ่” ในสมัยกรุงธนบุรี และตั้งเป็นวัดโดยสมบูรณ์เมื่อประมาณ พ.ศ. 2329 โดยต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ได้ทรงเปลี่ยนชื่อเป็น “วัดกลาง”

ในอดีตชาวเมืองยังอาศัยน้ำจากสระน้ำโบราณที่อยู่ภายในวัดกลางสำหรับดื่มกินและใช้ในพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาด้วย โดยการนำน้ำในสระไปทำพิธีดื่มกินในพระอุโบสถหลังเก่าซึ่งเป็นที่ตั้งของพระอุโบสถในปัจจุบันนี้เอง

พระอุโบสถของวัดกลางได้มีการสร้างแล้วรื้อบูรณะหลายครั้ง ทว่าสิ่งที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงคือพระประธาน หรือหลวงพ่อโตซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารมิชัยทำจากหินศิลาแลงลงรักปิดทองนั้นยังคงประดิษฐานอยู่ดังเดิมมาโดยตลอด เชื่อกันว่ามีหลวงพ่อโตมีพระพุทธคุณเมตตาเรื่องการขอบุตรธิดาและให้โชคลาภ จึงมีผู้คนที่ศรัทธาเดินทางมาสักการะขอพรเป็นจำนวนมาก โดยทางวัดจะให้เปิดเข้าสักการะในวันพระเท่านั้น

ส่วนนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ถือว่าเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ และที่เป็นอย่างที่ดีของชาวพุทธ เนื่องจากที่ใจบุญและให้ความสำคัญกับกิจกรรมของคณะสงฆ์มาต่อเนื่อง ในช่วงที่เข้ามาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทยใหม่ได้สร้างความฮือฮาด้วยการแต่งตั้งพระภิกษุ 2 รูปเป็นที่ปรึกษาปลัดกระทรวงมหาดไทยในการขับเคลื่อนเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงผ่านโครงการโคกหนองนา และกำลังจะมีโครงการ ระหว่างกระทรวงมหาดไทยและคณะสงฆ์ ในการทำบันทึกข้อตกลงร่วม MOU กับฝ่ายสาธารณะสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคม อันมี สมเด็จพระมหาธีราจารย์ เป็นประธาน

และทั้งมีข่าวว่าอนาคตอาจใช้โมเดลปลัดกระทรวงมหาดไทยให้ผู้ว่าจังหวัดแต่ละจังหวัด แต่งตั้งเจ้าคณะจังหวัดขับเคลื่อนเรื่องความรู้รักสามัคคีและการขับเคลื่อนด้านสาธารณสงเคราะห์ของในแต่ละจังหวัดด้วย..

 

 

Leave a Reply