วันที่ 9 ม.ค.2569 ที่ตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร มีการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) ครั้งที่ 1/2569 โดยภายหลังการประชุม รศ.ชัชพล ไชยพร นักวิชาศาสนาเชี่ยวชาญ รักษาราชการแทนผอ.สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม กล่าวว่า ที่ประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) มีมติน้อมรับพระสังฆราโชบายจากสมเด็จพระสังฆราช เพื่อกิจการคณะสงฆ์และพระพุทธศาสนา พ.ศ.2569 ดังนี้
1.การธำรงรักษาและเชิดชูหลักการพระพุทธศาสนา ส่งเสริมการดำเนินงานด้านพระพุทธศาสนาให้มั่นคงต่อหลักการอันเป็นแก่นแท้ โดยยึดหลักปริยัติ ปฏิบัติ และปฏิเวธ เป็นสำคัญ มุ่งเน้นการเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่ถูกต้องตามพระธรรมวินัย ทั้งนี้ คณะสงฆ์ต้องให้ความสำคัญต่อการจัดการเรียนการสอนพระปริยัติธรรม การปฏิบัติธรรม และพระพุทธศาสนาเป็นภารกิจหลัก
2.การควบคุมและลดกิจกรรมที่เบี่ยงเบนจากหลักพระพุทธศาสนา กำหนดมาตรการควบคุมและลดการจัดสร้างหรือส่งเสริมเครื่องรางของขลังที่ไม่ใช่การเจริญอนุสสติ วิธีทางไสยศาสตร์ และวัตถุหรือกิจกรรมนอกหลักพระพุทธศาสนา รวมถึงการนำสิ่งที่ขัดต่อพระธรรมวินัย ตลอดจนรูปเคารพหรือพิธีกรรมที่ไม่สอดคล้องกับพระพุทธศาสนา เข้ามาในเขตพุทธศาสนสถาน ทั้งนี้ ให้กำกับดูแลอย่างเข้มงวด และห้ามดำเนินการใดๆ ที่เป็นไปในลักษณะนอกรีตหรือบิดเบือนหลักพระพุทธศาสนา
3.การกำหนดหลักเกณฑ์การแต่งตั้งพระสังฆาธิการ ปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์การพิจารณาแต่งตั้งพระสังฆาธิการและตำแหน่งทางการปกครองคณะสงฆ์ จากการให้ความสำคัญกับงบประมาณด้านถาวรวัตถุ เป็นการพิจารณาจาก 1.ความเคร่งครัดและการดำรงตนเป็นแบบอย่างด้านพระธรรมวินัย 2.สัมฤทธิผลด้านจัดการศึกษาและเผยแผ่พระพุทธศาสนา และสัมฤทธิผลในการบังคับใช้และปฏิบัติตามกฎและมติมส. 3.สัมฤทธิผลในการจัดการศาสนสมบัติและสาธารณูปการให้เรียบร้อยและสอดคล้องหลักธรรมาภิบาล

รศ.ชัชพล กล่าวต่อไปว่า 4.การเสริมสร้างระบบตรวจสอบและขับเคลื่อนนโยบาย ให้คณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (คพช.) ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี เข้ามามีบทบาทสนับสนุนระบบการตรวจสอบประวัติในการเสนอแต่งตั้งตำแหน่งต่างๆ และร่วมเป็นกลไกขับเคลื่อนนโยบายของมส.ให้เป็นรูปธรรม
5.การบังคับใช้พระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด โปร่งใส และเป็นธรรรม ดำเนินการกำกับดูแลด้านพระธรรมวินัยอย่างเข้มงวด โดยอาศัยกฎมหาเถรสมาคมที่มีอยู่ แก้ไขเพิ่มเติม ร่วมกับกลไกของ คพช. ในกรณีอธิกรณ์หรือข้อกล่าวหาทางวินัย ให้ยึดหลักความยุติธธรรม ความโปร่งใส ความเสมอภาค และความรวดเร็ว โดยไม่ให้มีการช่วยเหลือหรือแทรกแซง
6.การปฏิรูปโครงสร้างองค์กรคณะสงฆ์ให้กระชับและมีประสิทธิภาพ ปรับโครงสร้างการบริหารคณะสงฆ์ให้คล่องตัว โดยลดจำนวนตำแหน่งที่ซ้ำช้อน แบ่งเขตการปกครองให้สอดคล้องกับจำนวนพระภิกษุสามเณรและโครงสร้างการปกครองของบ้านเมือง กำหนดการมอบหมายงานเจ้าคณะผู้ปกครองให้มีขอบเขตหน้าที่ชัดเจน โดยจัดกลุ่มภารกิจหลักเป็นด้านการปกครองและฐานข้อมูล ด้านการศึกษาและการศึกษาสงเคราะห์ ด้านการเผยแผ่ การปฏิบัติธรรม และงานพระธรรมทูต ด้านสาธาธารณูปการและการศาสนสมบัติ พร้อมกำหนดตัวชี้วัดสัมฤทธิผลให้ชัดเจน

7. การจัดตั้งกลไกกลั่นกรองก่อนเสนอเรื่องเข้าสู่ มส. จัดให้มีกลไกการตรวจสอบและพิจารณากลั่นกรองเรื่องสำคัญก่อนเสนอเข้าสู่การพิจารเรื่องมส. ตลอดจนการขอพระราชทานพระราชดำริและการขอประทานพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช โดยเฉพาะการแต่งตั้งในตำแหน่งต่าง ๆ ให้กำหนดตำแหน่ง หน้าที่ และคุณสมบัติอย่างชัดเจน
รศ.ชัชพล กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า 8. การปรับปรุงระบบนิตยภัต ทบทวนและปรับปรุงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับนิตยภัตให้เหมาะสม สอดคล้องกับภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ และสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน
9. การปรับโครงสร้างสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ปรับปรุงและพัฒนาโครงสร้างองค์กรของพศ. ให้สามารถสนองและรองรับการดำเนินนโยบายของมส.ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
10. การพัฒนาระบบฐานข้อมูลและการบริหารจัดการคณะสงฆ์ด้วยดิจิทัล จัดทำและพัฒนาฐานข้อมูลกลางเกี่ยวกับพระภิกษุสามเณร วัด สถานที่ที่มีพระภิกษุสามเณรพำนัก และการบริหารงานของคณะสงฆ์ให้เป็นระบบเดียวกันทั่วประเทศ เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลวิเคราะห์และตัดสินใจเชิงนโยบาย ทั้งนี้ ให้พัฒนาระบบดิจิทัลรองรับการบริหารภาครัฐอิเล็กทรอนิกส์ของคณะสงฆ์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และความถูกต้องในการบริหารจัดการ
11. การปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรการศึกษาของคณะสงฆ์ ปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาของคณะสงฆ์ให้ทันสมัย โดยยึดมั่นในพระธรรมวินัยและคณะสงฆ์ไทยควบคู่กับการประยุกต์องค์ความรู้สหสาขาวิชา การบูรณาการศาสตร์ และการเรียนรู้ที่เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกและเทคโนโลยีดิจิทัล ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อพัฒนาศักกยภาพพระภิกษุสามเณรให้สามารถปฏิบัติศาสนกิจและดำรงบทบาททางสังคมได้อย่างเหมาะสมในบริบทปัจจุบันและอนาคต
12. การจัดทำแผนพัฒนาคณะสงฆ์ระยะยาว ให้มีเป้าหมายชัดเจนและต่อเนื่อง มีการวางแผนและยุทธศาสตร์ของคณะสงฆ์ กำหนดทิศทางการพัฒนาเชิงนโยบาย การบริหาร และการขับเคลื่อนพระพุทธศาสนาให้สอดคล้องกับบริบทความท้าทายของสังคมไทยและสังคมโลก


Leave a Reply