“พระมหานรินทร์” มอง “สังฆราโชบาย” ความหวังลม ๆ แล้ง ๆ เหมือนนโยบาย “นักการเมือง” แนะแก้ให้ตรงจุด “มส.” ต้องห้ามสร้างวัตถุ 1 ปี กล้าไหม?

วันที่ 10 มกราคม 2569 หลังจากวานนี้ที่ประชุม “มหาเถรสมาคม” รับทราบ “สังฆราโชบาย” จำนวน 12 ข้อ ขอให้ มหาเถรสมาคมไปดำเนินการการ พร้อมกับจัดภารกิจของมหาเถรสมาคมจาก 6 ด้านให้เป็น 4 กลุ่มภารกิจหลัก ซึ่งหากคณะสงฆ์ดำเนินการเป็นไปได้ตามสังฆราโชบายถือว่าเป็นการ “ปรับโฉมใหม่” ของคณะสงฆ์

หลังจาก “สังฆราโชบาย” เผยแพร่ออกไป พระภิกษุสงฆ์และชาวพุทธ เห็นชอบด้วย เนื่องจาก “ทันต่อโลก” และการเปลี่ยนแปลงของยุคปัจจุบัน แต่หลายท่าน

เชื่อว่า “เป็นไปได้ยาก” เนื่องจากใน “มส.” บางรูปมี “ผลประโยชน์” เกี่ยวข้องกับ “สังฆราโชบาย” บางข้อ ซ้ำสังฆราโชบาย บางข้อคล้ายกับตอน “ปฎิรูปกิจการพระพุทธศาสนา” ยุค “คสช.” มหาเถรสมาคมมอบหมายให้ “กรรมการ มส.” บางรูปไปขับเคลื่อนงาน แต่ “ไม่ทำงาน”

อย่างเช่น พระมหานรินทร์ นรินฺโท วัดไทยลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา ร่ายยาวพร้อมถามว่า “มหาเถรสมาคมกล้าไหม !

จากข่าวสารเกี่ยวกับการประชุมมหาเถรสมาคมครั้งล่าสุด ที่ระบุว่า “มส. น้อมรับพระสังฆราชดำริ ให้มีการคุมเข้มวัตถุมงคลทุกชนิด ไว้เหนือเกล้าฯ” นั่นก็เท่ากับว่า รับทราบเฉยๆ โดยไม่มีการปฏิบัติการที่เรียกว่า Take action แต่อย่างใดทั้งสิ้น เราจึงอย่าหวังว่าจะได้มีความเปลี่ยนแปลงใดๆ ในพระพุทธศาสนาของไทย

เพราะ มส. ก็เคยออกมติแบบนี้มามากมายหลายร้อยครั้งแล้ว แต่ก็เหลวทั้งเพ ยิ่งออกก็ยิ่งเละ เพราะพวกนักสร้างนั้นก็คือพ่อค้า เจาะจุดอ่อนพระสงฆ์ไทยออกว่า “ถ้ามาในรูปแบบของสังฆทาน ท่านก็ต้องรับ และรับโดยไม่มีข้อแม้ และต่อจากนั้นเราก็สอดไส้เข้าไป” เราจึงได้เห็นการนิมนต์พระผู้ใหญ่ซึ่่งเป็นกรรมการมหาเถรสมาคมไปเป็นประธานหรือร่วมงานพุทธาภิเษก ทั้งวัตถุมงคลและอวมงคลกันเกร่อ และเมื่อ มส. กินเสียเอง ก็เท่ากับเขียนด้วยมือ ลบด้วยเท้า กลายเป็นเสือกระดาษไปในที่สุด ซึ่ง ณ วันนี้้ เมื่อมีพระสังฆราชดำริออกมาก็ทำเป็นฮือฮากันอีก เหมือนนักการเมืองช่วงเลือกตั้งไม่มีผิดเลย สัญญาเก่ายังทำไม่ได้ แต่สัญญาใหม่มาให้เกิดความหวังอีกแล้ว หวังลมๆ แล้งๆ นะสิครับ

การออกดำริพระสังฆราชมาประกาศเช่นนี้ก็ไม่ต่างจากนโยบายนักการเมือง ที่สัญญิงสัญญาว่า จะปราบยาบ้า กัญชา ยาเสพติด รวมทั้งการพนัน ฯลฯ แต่สุดท้ายอบายมุขก็เกลื่อนเมือง และปัญหาก็พัฒนารุนแรงขึ้นกว่าเดิม เพราะเราไม่เด็ดขาดกับปัญหา การจะล้างไพ่วงการสงฆ์ไทยในปัจจุบันนี้จึงต้องใช้วิธีการเด็ดขาด ปิดก็ปิดให้หมด อย่าให้มีช่องว่างอ้างว่า “สร้างวัตถุมงคล ไม่ใช่อัปมงคล” ครั้นพอวัตถุมงคลผ่าน อัปมงคลก็ตามมา จะผ่าตัดกลัวเสียเลือดก็นอนรอวันตายอย่างเดียวสิครับ

ถ้าพระสังฆราชเอาจริง และถ้ามหาเถรสมาคมรับสนองพระดำริจริงๆ ก็ง่ายๆ ในการประชุมมหาเถรสมาคมครั้งต่อไป ก็ออกมติ “ห้ามวัดทุกวัด และพระภิกษุสามเณรทุกรูปทุกองค์สร้างวัตถุมงคลทุกประเภท เป็นเวลา 1 ปี” แค่นั้นแหละครับ รับรองเรียบร้อยโรงเรียนจีน

ขอเวลาแค่ปีเดียวก็พอ แล้วจะดูว่า “วัดไหน เกจิองค์ใดจะลงแดงตายก่อน” หยุดวิกฤตพระศาสนาได้ก็ต้องทำอย่างนี้ มิใช่ทำเป็นดำริเลื่อนลอย พอรับทราบพระสังฆราชดำริเสร็จ เย็นนั้นกรรมการ มส. ก็ต้องไปร่วมงานปลุกเสกอีกแล้วครับท่าน

ถามว่า มหาเถรสมาคม “กล้าไหม” ใครฝ่าฝืนก็สั่งปลดจากทุกตำแหน่ง เชือดไก่ให้ลิงดู ดูอย่างในหลวงทรงยกเลิกพระราชกิจจานุเบกษาเรื่องพระราชทานสมณศักดิ์ไปสิ มีแต่คนชื่นชมว่า ทรงพระเด็ดขาด

ถามอีกครั้งนะครับ สมเด็จพระสังฆราชและมหาเถรสมาคม ที่เคารพอย่างสูงยิ่ง ว่ากล้าหรือเปล่า ขอแค่มติเดียวเท่านั้น

Leave a Reply