วันที่ 1 มีนาคม 2569 สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 (พระสันตะปาปาองค์ปัจจุบัน) ออกมาวิจารณ์การใช้กำลังทางทหารของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่านอย่างรุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยถือเป็นเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่หนักหน่วงและตรงไปตรงมาที่สุดจากผู้นำคริสตจักรคาทอลิกนับตั้งแต่สงครามเริ่มลุกลามเมื่อ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา
ในแถลงการณ์อย่างเป็นทางการที่เผยแพร่ผ่านสำนักพระสันตะปาปาและอ่านในพิธีมิสซาเมื่อเช้าวันนี้ พระสันตะปาปากล่าวถึงสถานการณ์ในตะวันออกกลางว่า
“สงครามกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง และความกระตือรือร้นในสงครามกำลังแพร่กระจายไปทั่ว
> หลักการที่สถาปนาขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งห้ามมิให้ชาติใดใช้กำลังเพื่อละเมิดพรมแดนผู้อื่น ได้ถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง”
พระองค์ทรงเน้นย้ำต่อว่า
> “สันติภาพไม่ได้ถูกแสวงหาในฐานะของขวัญและสิ่งดีงามที่พึงประสงค์ในตัวมันเอง หรือเพื่อสร้างจักรวาลที่เป็นระเบียบตามพระประสงค์ของพระเจ้า พร้อมด้วยรูปแบบความยุติธรรมที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นในหมู่มนุษย์
แต่กลับถูกแสวงหาผ่านอาวุธ เพื่อเป็นเงื่อนไขในการยืนยันการครอบครองของตนเอง
> นี่คือภัยคุกคามอย่างร้ายแรงต่อหลักนิติธรรม ซึ่งเป็นรากฐานของการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขในสังคมพลเมืองทั้งปวง”
คำพูดของพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ในครั้งนี้ถือเป็นการวิจารณ์ที่ “รุนแรงและตรงที่สุด” เท่าที่เคยมีต่อการกระทำทางทหารของสหรัฐฯ ในสมัยประธานาธิบดีทรัมป์ โดยเฉพาะปฏิบัติการ Epic Fury ที่ใช้ขีปนาวุธ Tomahawk และเครื่องบินรบถล่มเป้าหมายในอิหร่าน รวมถึงพื้นที่ใกล้ที่พักของผู้นำสูงสุดอยาตอลเลาะห์ คาเมเนอี
– พระองค์ไม่ได้เอ่ยชื่อ “สหรัฐฯ” หรือ “อิสราเอล” โดยตรง แต่บริบทและถ้อยคำชี้ชัดเจนว่าหมายถึง “ชาติผู้ใช้กำลังเพื่อละเมิดพรมแดนผู้อื่น” และ “แสวงหาสันติภาพผ่านอาวุธเพื่อครอบครอง” ซึ่งตรงกับการกระทำของสหรัฐฯ-อิสราเอลในปฏิบัติการครั้งนี้
– นี่ต่างจากสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสในอดีต ที่มักใช้ถ้อยคำอ่อนโยนและเรียกร้องสันติภาพแบบสมดุล แต่พระเลโอที่ 14 ทรงเลือกใช้ภาษาที่ “เฉียบขาดและตำหนิอย่างเปิดเผย” สะท้อนจุดยืนที่แข็งกร้าวกว่าต่อการใช้กำลังทางทหารในยุคปัจจุบัน
– แถลงการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากเลขาธิการสหประชาชาติอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เพิ่งเรียกร้อง “หยุดยิงทันที” ใน UNSC เมื่อเช้าวันเดียวกัน ทำให้โลกเห็น “สองเสียงหลัก” จากองค์กรระหว่างประเทศและศาสนจักรที่ประณามการลุกลามของสงคราม
สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 กลายเป็น “นักวิจารณ์ที่รุนแรงที่สุด” ต่อปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในอิหร่านครั้งนี้ ด้วยถ้อยคำที่ตำหนิตรงถึงแก่นของ “การแสวงหาสันติภาพผ่านอาวุธ” และ “การทำลายหลักนิติธรรมระหว่างประเทศ” คำพูดนี้ไม่เพียงสะท้อนจุดยืนของวาติกัน แต่ยังเป็นเสียงทางศีลธรรมที่ดังที่สุดในขณะที่โลกกำลังเผชิญความเสี่ยงสงครามภูมิภาค หากไม่มีฝ่ายใดยอมถอยตามคำเรียกร้องของทั้งกูเตอร์เรสและพระสันตะปาปา ผลกระทบต่อพลเรือน ราคาน้ำมัน และเสถียรภาพโลกอาจรุนแรงเกินกว่าที่ใครคาดคิด
ที่มาเพจ คัดข่าว / หาดใหญ่

Leave a Reply