วันที่ 28 มีนาคม 2569 เรื่องราวมหากาพย์คดีประวัติศาสตร์ เมื่อ 27 มีนาคม 2569 ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และอัยการได้ยืนยันแล้วว่า คดีของ พระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ในข้อหาฟอกเงินและรับของโจร “ขาดอายุความ” สรุป Timeline เส้นทาง 15 ปีเพจ “รถบรรทุกข่าว” ได้สรุปจุดเริ่มต้นของคดีพระธัมมชโย ไว้ดังนี้
ยุคทองและการรับเช็ค ปี 2552–2554
ในช่วงปี 2552-2554 นายศุภชัย ศรีศุภอักษร (อดีตประธานสหกรณ์ฯ คลองจั่น) สั่งจ่ายเช็คหลายร้อยใบออกจากสหกรณ์ฯ โดยมีเช็คหลายใบสั่งจ่ายในนาม “พระเทพญาณมหามุนี” และเครือข่ายวัดพระธรรมกาย รวมมูลค่ากว่า 1,400 ล้านบาท เช็คใบสุดท้ายถูกสั่งจ่ายในปี 2554 ซึ่งกลายเป็นตัวเลขตั้งต้นในการนับอายุความทางอาญา 15 ปี

มรสุมเริ่มตั้งเค้า 2556-2558
ในปี 2556 สมาชิกสหกรณ์ฯ ร้องเรียนว่าถอนเงินไม่ได้ นำไปสู่การขุดคุ้ยพบการยักยอกเงินครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สหกรณ์ไทย
จนถึงปี 2558 DSI พบเส้นทางการเงินโยงมาที่วัดพระธรรมกาย ทางกลุ่มศิษย์พยายามคืนเงิน 684 ล้านบาทให้สหกรณ์ฯ เพื่อจบคดีแพ่ง แต่คดีอาญายังคงเดินหน้าต่อ
ในปี 2559 สงครามหมายจับและกำแพงมนุษย์ เดือนมีนาคม–เมษายน 2559 DSI ออกหมายเรียกอดีตพระธัมมชโยถึง 3 ครั้ง แต่ทางวัดอ้างว่าท่าน “อาพาธหนัก” ขาบวมเป็นลิ่มเลือด ไม่สามารถเดินทางมาได้
17 พฤษภาคม 2559 ศาลอาญาอนุมัติ “หมายจับ” ครั้งแรก
มิถุนายน 2559 DSI นำกำลังบุกวัดครั้งแรก แต่เจอ “กำแพงมนุษย์” ของศิษยานุศิษย์ที่นั่งสวดมนต์ขวางทางเข้า จนเจ้าหน้าที่ต้องยอมถอย

ปฏิบัติการมาตรา 44 “ธรรมกายไร้เงา” 2560
16 กุมภาพันธ์ 2560 รัฐบาลประกาศใช้ มาตรา 44 กำหนดให้วัดพระธรรมกายเป็นเขตควบคุมพิเศษ
กุมภาพันธ์–มีนาคม 2560 เจ้าหน้าที่นับพันนายปิดล้อมและตรวจค้นวัดอย่างละเอียดทุกซอกทุกมุมเป็นเวลา 23 วัน
10 มีนาคม 2560 เจ้าหน้าที่ถอนกำลังหลังพบเพียงความว่างเปล่า อดีตพระธัมมชโยหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย พร้อมคำถามว่า “หายไปทางไหน?” ล่องหนได้? หายตัวได้?
ช่วงเวลาแห่งการ “รอคอย” และการหมดอายุความ ปี 2561–2569 คดีเงียบหายไปจากหน้าสื่อ แต่ DSI ยืนยันว่ามีการติดตามตัวผ่านช่องทางลับและประสานงานต่างประเทศอยู่เสมอ
20 มีนาคม 2569 อัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 4 มีหนังสือแจ้ง DSI ให้ “ยุติการดำเนินคดี”
27 มีนาคม 2569 ในคดีอาญาฐานฟอกเงินและรับของโจร ขาดอายุความ 15 ปี อย่างเป็นทางการ นับจากเช็คใบสุดท้ายปี 2554 ส่งผลให้หมายจับทั้งหมดถูกยกเลิกไปโดยปริยาย
ขณะที่เมื่อวานนี้ โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ได้ออกมายืนยันข้อมูลดังกล่าวว่า คดีอาญาของอดีตพระธัมมชโย ได้สิ้นสุดลงแล้วเนื่องจากขาดอายุความจริง พร้อมระบุว่า อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษได้สั่งการด่วนให้กองบริหารคดีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งรวบรวมข้อเท็จจริงและตรวจสอบเอกสารหนังสือสั่งการจากพนักงานอัยการ เพื่อนำมาประมวลผลให้มีความชัดเจนสูงสุด
โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า คดีที่เกี่ยวเนื่องกันนี้แบ่งออกเป็น 3 ส่วนได้แก่
1. คดีมูลฐาน ที่เชื่อมโยงกับความผิดฐานฟอกเงิน
2. คดีเกี่ยวกับการรับโอน หรือเปลี่ยนแปลงสภาพทรัพย์สิน
3. คดีฟอกเงินทางแพ่ง ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงาน ปปง.
แม้คดีอาญาของพระธัมมชโยสิ้นสุดลงแล้ว แต่ในส่วนของการติดตามทรัพย์สินคืนให้แก่ผู้เสียหายนั้น มีรายงานว่าสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ได้เผยว่าการที่คดีอาญาสิ้นสุดลง ไม่มีผลกระทบใด ๆ ต่อคดีทางแพ่ง ที่ผ่านมา ปปง. ได้ดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สินในคดีนี้ไปแล้วมูลค่ากว่า 1,400 ล้านบาท ซึ่งศาลได้มีคำสั่งให้ทรัพย์สินดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน เพื่อนำไปเฉลี่ยคืนให้แก่สมาชิกและผู้เสียหายของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นบางส่วนแล้ว

นอกจากนี้ ยังมีทรัพย์สินบางส่วนที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างกระบวนการรอขายทอดตลาด ได้แก่:
1. สถานปฏิบัติธรรมในพื้นที่ต่างจังหวัด
2. อาคารลูกโลก (มหารัตนวิหารคด) ที่ตั้งอยู่ภายในพื้นที่วัดพระธรรมกาย
บทสรุปในทางกฎหมาย ณ วันนี้
คดีอาญา: จบลงแล้ว รัฐไม่สามารถฟ้องร้องหรือจับกุมในข้อหาเดิมได้อีก
คดีแพ่ง: ปปง.ยังคงเดินหน้าอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องต่อไป เพื่อนำกลับมาเฉลี่ยคืนให้ผู้เสียหายสมาชิกสหกรณ์ฯ
คดีสงฆ์: แม้คดีอาญาจะจบ แต่การถอดถอนสมณศักดิ์และตำแหน่งเจ้าอาวาสยังมีผลบังคับอยู่
ที่มาเพจ รถบรรทุกข่าว

Leave a Reply