วันที่ 19 เมษายน 2569 สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ แจ้งข่าวกรณีปรากฏข่าวพระภิกษุมีพฤติกรรมละเมิดพระธรรมวินัยในช่วงวันที่ 16-18 เมษายน 2569 สรุปผลการดำเนินการ ดังนี้
1.กรณีปรากฏภาพภิกษุ 2 รูปจากอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ที่เข้ามาพำนัก ณ วัดพรหมวงศาราม กรุงเทพมหานคร อยู่กับอาหารและสุราในกุฏิ วัดพรหมวงศาราม มีคำสั่งให้ขับออกให้พ้นวัดและให้พ้นสภาพนักเรียนในสำนักแล้ว ทั้งนี้ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงใหม่ได้เข้าประสานงานกับวัดศรีดงเย็น อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ และวัดโสภณาราม อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ให้เรียกตัวกลับต้นสังกัด พร้อมทั้งให้สอบสวนข้อเท็จจริงกรณีเข้าข่ายละเมิดสิกขาบทในสุราปานวรรค เกิดความเสื่อมเสียต่อภาพลักษณ์คณะสงฆ์อย่างร้ายแรง เพื่อออกคำสั่งลงโทษโดยเร็ว อนึ่ง สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้บันทึกพฤติกรรมในฐานข้อมูลพระภิกษุเพื่อเป็นหลักฐานแห่งความประพฤติ ประกอบการพิจารณาดำเนินการต่อไป
2.กรณีภาพข่าวภิกษุสัมผัสกายสตรี สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครราชสีมา ได้ประสานงานกับเจ้าคณะตำบลหมูสี เขต 2 อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ตรวจสอบข้อมูลในทันทีที่ปรากฏข่าว พบว่าเป็นภิกษุรายดังกล่าวมาขอพำนัก ณ วัดศิมาลัยทรงธรรม อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา แต่มิได้สังกัดวัดศิมาลัยทรงธรรม โดยมีสังกัดตามใบสุทธิอยู่ที่วัดป่าเทพธรรมาราม อำเภอโพธิ์ชัย จังหวัดร้อยเอ็ด ขณะนี้ได้ออกจากพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาไปแล้วตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2569 นอกจากนี้ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มอบหมายเร่งรัดให้สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดร้อยเอ็ด ตรวจสอบและสืบเสาะข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏข้อมูลบอกเล่าจากบุคคลใกล้ชิดสตรีรายดังกล่าว ณ เวลา 21.00 น.ของวันที่ 18 เมษายน 2569 ว่าภิกษุรายดังกล่าวสละสมณเพศเป็นคฤหัสถ์แล้วเพื่อใช้ชีวิตครอบครัว ทั้งนี้ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดร้อยเอ็ด กำลังดำเนินการแสวงหาหลักฐานการสละสมณเพศมายืนยันว่าเป็นคฤหัสถ์แล้วตามที่กล่าวอ้างอย่างเร่งด่วน อนึ่ง สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้บันทึกพฤติกรรมและการสละสมณเพศในฐานข้อมูลพระภิกษุเพื่อเป็นหลักฐานแห่งความประพฤติ ประกอบการพิจารณาดำเนินการต่อไป
3.กรณีปรากฏข่าวในกระแสสังคมออนไลน์ ขอให้คณะสงฆ์จังหวัดร้อยเอ็ดสอบอธิกรณ์พระครูสุจิตปุญญาภรณ์ ด้วยมีหลักฐานภาพและเสียงที่อาจเป็นความผิดตามพระวินัยและตามกฎหมาย สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดร้อยเอ็ดได้เข้าประสานสำนักงานเจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ดและคณะสงฆ์อำเภอพนมไพรในทันที และถวายความเห็นในการดำเนินการ กระทั่งพระครูรูปดังกล่าวได้สละสมณเพศเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2569 ดังแถลงการณ์ของสำนักงานเจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ด อนึ่ง สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้บันทึกพฤติกรรมและการสละสมณเพศในฐานข้อมูลพระภิกษุเพื่อเป็นหลักฐานแห่งความประพฤติ ประกอบการพิจารณาดำเนินการ ทั้งนี้ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้เร่งรัดการแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมหลักฐานประเภทภาพและเสียงเพื่อเข้าสู่การพิจารณาของคณะสงฆ์ หากปรากฏหลักฐานแสดงพฤติการณ์อันอาจเข้าข่ายความผิดทางกฎหมาย สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติจะได้ประสานส่งมอบข้อมูลให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการกับคฤหัสถ์ที่เป็นอดีตภิกษุรายดังกล่าวต่อไป


Leave a Reply