วันที่ 19 เมษายน 2569 ช่วงเทศกาลสงกรานต์ทุกปี มักมีข่าวเกี่ยวกับความประพฤติของพระภิกษุของมาเนื่อง ๆ ทั้งเรื่องออกไปเล่นน้ำแบบวิถีชาวบ้าน โดยสภาพที่ไม่สำรวม หรือ แม้กระทั้งมีภาพพระภิกษุกราบเท้าบิดาบรรดา รดน้ำขอพรปีใหม่ ซึ่งลักษณะแบบนี้สังคมไทยมักตั้งคำถามถึงความ “เหมาะสมหรือไม่เหมาะสม” หากทำลักษณะแบบนี้ “ต้องอาบัติ” หรือ ” มีต้องโทษ” ทางปกครองอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะหากพระภิกษุรูปนั่นเป็น “พระสังฆาธิการ”

และล่าสุดมีการแชร์ภาพภาพพระภิกษุรูปหนึ่ง กำลังคุกเข่ารดน้ำที่เท้าที่คาดว่าเป็นพ่อและแม่ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ แล้วมาลูบหัวตนเอง ขณะที่บุคคลทั้งสองในภาพกลับลูบหัวของพระภิกษุ ในประเด็นดังกล่าว แม้ในภาพจะไม่ปรากฎว่ามีการกราบเท้า แต่ก็ถูกตั้งคำถามถึงเหมาะสมหรือไม่ เนื่องจากการเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนาถือว่าสละเรือนออกบวช และได้รับฉายาหรือชื่อใหม่ ซึ่งตามความเชื่อของโบราณกาลเป็นคนใหม่แล้ว
“Thebuddh” ขอนำข้อความที่เคยเป็นข้อถกเถียงในสังคมว่า “พระภิกษุ ไหว้พ่อแม่ได้หรือไม่” ซึ่งเผยแพร่โดย มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา (บ้านธัมมะ) ได้ตอบคำถามดังกล่าวว่า ประการที่สำคัญที่สุด ควรที่จะได้เข้าใจถึงความแตกต่างกันแห่งเพศ 2 เพศ คือเพศบรรพชิต กับ เพศที่เป็นคฤหัสถ์
เพศบรรพชิตเป็นเพศที่สูงยิ่ง แสดงถึงความเป็นผู้จริงใจในการที่จะขัดเกลาละคลายกิเลส จึงสละอาคารบ้านเรือน ทรัพย์สมบัติ วงศาคณาญาติ ออกบวช เพื่ออบรมเจริญปัญญาขัดเกลากิเลสของตนเองจนกว่าจะสามารถดับได้จนหมดสิ้น ส่วน เพศคฤหัสถ์ไม่ได้สละถึงอย่างนั้น ยังเต็มไปด้วยกิเลส ความติดข้องต้องการในรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ เป็นต้น ไม่ปลอดโปร่งเหมือนกับเพศบรรพชิต ดังนั้น เพศบรรพชิต จึงเป็นเพศที่ควรเคารพสักการะกราบไหว้ ในฐานะที่เป็นผู้ที่สละอาคารบ้านเรือน ออกบวชเพื่อ ขัดเกลากิเลสจริงๆ ยิ่งกว่าคฤหัสถ์,บรรพชิต จึงไม่มีการกราบไหว้ผู้ที่เป็นคฤหัสถ์ แม้จะเป็นบิดา มารดา ก็ตาม มีแต่คฤหัสถ์เคารพสักการะกราบไหว้ผู้ที่เป็นบรรพชิต


Leave a Reply