วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา ณ หอประชุม พุทธมณฑล ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีการปฐมนิเทศพระนิสิตทุนพระราชทานโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทยประจำปีการศึกษา 2568 โดยมี โดยมี พระพรหมบัณฑิต กรรมการมหาเถรสมาคม ประธานกรรมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พลเอกเฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี เป็นประธานฝ่ายคฤหัสถ์ พร้อมด้วยพระเถรานุเถระ พระนิสิตทุนเล่าเรียนหลวง คณะผู้บริหารสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม

พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท กล่าวตอนหนึ่งว่า ในวันที่ 30 เมษายน 2569 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ ไปในการถวายทุนการศึกษาพระราชทานโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา
“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานทุนการศึกษาถวายแด่พระภิกษุและสามเณร ประจำปีการศึกษา 2568 ได้แก่ ทุนศึกษาบาลีในระดับเปรียญธรรม 6 ประโยค จำนวน 46 ทุน และทุนระดับอุดมศึกษา ในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย รวมจำนวน 225 ทุน และเพื่อให้การพระราชทานทุนการศึกษาดังกล่าว บังเกิดผลสัมฤทธิ์ตามพระราชปณิธานโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทยจึงได้จัดพิธีปฐมนิเทศพระนิสิตทุนพระราชทานขึ้น เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ แก่พระนิสิตทุนพระราชทานในหลักเกณฑ์ระเบียบ และแนวทางการปฏิบัติในระหว่างการรับทุนการศึกษาพระราชทาน เป็นเวทีแห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการสานสัมพันธ์อันดีระหว่างพระนิสิตทุนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน อันจะนำไปสู่การหล่อหลอมผู้รับทุนพระราชทานให้เจริญงอกงามพร้อมทั้งในด้านวิชาการและคุณธรรม และสามารถประสานพลังในการสืบทอดและเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้มั่นคงยั่งยืน”

ด้าน พระพรหมบัณฑิต กล่าวว่า โครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทยถือกำเนิดขึ้นจากพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งโครงการนี้ขึ้น เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์2547 และพระราชทานทุนประเดิมเริ่มแรกเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2547 ในหลวงรัชกาลปัจจุบันพระองค์ก็ทรงสืบสานงานต่อ ต่อยอดทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย ซึ่งเมื่อย้อนดูสถิติตลอด 20 ปี ก็จะพบว่า สำหรับทุนเล่าเรียนหลวงทุกโครงการสำหรับพระสงฆ์ไทยได้รับพระราชทานมาแล้ว 13,486 รูป/คน หากคิดเป็นเงินประมาณ 185 ล้านบาท (ข้อมูลปี68)

สำหรับโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย เป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวองค์รัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2547 ด้วยทรงมีพระราชปณิธานในการสนับสนุนพระสงฆ์ให้มีโอกาสได้รับการศึกษาพุทธธรรมชั้นสูง ซึ่งจะสามารถเข้าถึงแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาได้ด้วยตนเอง และนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้องจนแตกฉานในพระธรรม แล้วนำไปสั่งสอนพุทธบริษัทต่อไปได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน การบำรุงพระสงฆ์ด้วยวิธีการนี้จะเป็นทางสำคัญที่จะช่วยจรรโลง และเผยแผ่ พระสัทธรรมได้ถูกต้องตามพระไตรปิฎกสืบต่อไป ประกอบกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวองค์รัชกาลปัจจุบัน ทรงสืบสาน รักษา ต่อยอด พระราชกรณียกิจนี้สืบต่อมา เพื่อพัฒนาความรู้ และคุณภาพพระสงฆ์ ให้เป็นหลักทางใจของประชาชน ให้พระสงฆ์เป็นประโยชน์ในสังคมไทยสืบไป
อีกทั้งเพื่อสืบสาน รักษา ต่อยอด พระราชปรารภของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช องค์ปฐมราชวงศ์จักรี ที่ว่า “การสอบพระปริยัติธรรมภิกษุสามเณร นับเป็นราชการแผ่นดินอย่างหนึ่งด้วยอยู่ในพระราชกิจของพระเจ้าแผ่นดินผู้เป็นพุทธศาสนูปถัมภก เพราะฉะนั้นต่อมามีรับสั่งสังฆนายกทั้งปวงจึงประชุมสอบพระปริยัติธรรมพระภิกษุสามเณร และมีเจ้าพนักงานฝ่ายพระราชอาณาจักรช่วยปฏิบัติดูแลตามตำแหน่งจนสำเร็จราชการ”

คุณสมบัติผู้รับทุนจะต้องเป็นพระภิกษุหรือสามเณรที่มีสัญชาติไทย มีศีลาจารวัตรที่งดงามตามพระธรรมวินัย มีความประพฤติเรียบร้อย มีวิริยะอุตสาหะในการศึกษาเล่าเรียนจนสำเร็จหลักสูตร และมีจิตอาสา โดยต้องผ่านการคัดเลือกตามเกณฑ์ของโครงการฯ และของสถานศึกษาที่ศึกษาอยู่ แบ่งออกเป็น 5 ประเภท ได้แก่ 1. ทุนศึกษาบาลีชั้นสูง (แบบต่อเนื่อง) เปรียญธรรม 6 – 9 ประโยค 2.ทุนระดับอุดมศึกษา (แบบต่อเนื่อง) ด้านพุทธศาสตร์ ระดับปริญญาตรี-ปริญญาเอก 3. ทุนหลักสูตรอบรมพระนักเทศน์ 4. ทุนหลักสูตรอบรมพระวิปัสสนาจารย์ และ 5 ทุนหลักสูตรอบรมพระธรรมจาริก

ภาพ..สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

Leave a Reply