นิตยภัตคืออะไร ปัจจุบันมี “พระภิกษุ” จำพวกใดบ้างที่ได้รับ??

มีพระภิกษุที่เข้าไปร่วมประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา แจ้งว่า “ปารีณา ศรีวนิชย์” ที่ปรึกษาด้านวิจัยและพัฒนาวิชาการพระพุทธศาสนา สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้กล่าวต่อหน้าองค์กร “พระธรรมทูต”จากทั่วโลกว่า ปีหน้า 2570 พระสังฆาธิการ ที่มีตำแหน่งและจะได้รับนิตยภัต จะได้เงินค่านิตยภัตทุกรูป พร้อมจะจ่าย “ย้อนหลัง” ให้พระคุณเจ้าที่ไม่ได้รับก่อนหน้านี้อีกด้วย สำหรับตัวเลขกลม ๆ  มีพระภิกษุทั่วประเทศมีสิทธิได้รับค่านิตยภัตประมาณ 50,000 รูป จากพระภิกษุทั้งหมดประมาณ 250,000 รูป ภายใต้งบประมาณ 1,200 ล้านบาท

ปัจจุบันมีกระแสพระภิกษุจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับนิตยภัต และมีพระภิกษุเดินทางไปยื่นหนังสือทวงถามความคืบหน้าต่อ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ทั้งปรากฎต่อสาธารณะและไม่เป็นปรากฎต่อสาธารณะ  และในอดีตเคยมี “พระภิกษุกลุ่มหนึ่ง” ให้ทนายไปยื่นเรื่องร้องเรียนต่อสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สุดท้ายก็ไม่ได้ผลเหมือนเดิม  เงิน “นิตยภัต” เป็นปัญหาที่นี้เรื้อรังมานาน เนื่องจากมีพระภิกษุหลายที่มี “สิทธิพึง” ได้รับกลับไม่ได้รับบ้าง รายชื่อตกหล่นบ้าง ซ้ำซ้อนบ้าง หรือแม้กระทั้งบางรูปสึกไปแล้ว หรือมรณภาพแล้ว เกิดข้อครหา “อม” ไว้ก็มี  จนกลายเป็น “ดินพอกหางหมู” เพื่อความเข้าใจว่า “นิยตภ้ต” คืออะไร พระภิกษุที่จะได้รับนิตยภัตต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง “Thebuddh” ขอสรุปตามที่เพจ “ศิลปะวัฒนธรรม” ได้กล่าวไว้ ดังนี้

พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์คำว่านิตยภัต (นิตะยะภัต) ว่า “อาหารหรือค่าอาหารที่ถวายแก่ภิกษุสามเณรเป็นประจำ” ส่วนในคู่มือการปฏิบัติงานนิตยภัต อธิบายว่า “นิตยภัต” คือค่าภัตตาหารที่พระมหากษัตริย์ถวายแก่พระภิกษุสามเณร เนื่องจากนิตยภัตถวายให้พระสงฆ์เป็นประจำทุกเดือน เช่นเดียวกับเงินเดือนฆราวาส คนจำนวนมากจึงเรียกนิตยภัตว่าเงินเดือนสงฆ์

ในอดีตที่ผ่านมา บรรดาพระสงฆ์ซึ่งยกย่องให้เป็นผู้นำเพื่อบริหารกิจการของพระศาสนา นับตั้งแต่ชั้นสูงลงมาเป็นลำดับทั้งปวงนี้ พระมหากษัตริย์จะทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานสมณกัปปิยภัณฑ์ เป็นเครื่องบำรุงถวายเป็นรางวัล เช่นเดียวกันกับข้าราชการทหารและพลเรือน

“กัปปิยภัณฑ์” คืออาหารคาวหวานที่โปรดพระราชทานแก่พระสงฆ์เป็นประจำวัน ประจำเดือน หรือแม้แต่ประจำปีก็ดี ดังปรากฏในหนังสือคำให้การชาวกรุงเก่าว่า ในแผ่นดินสมเด็จพระมหาธรรมราชานั้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าหน้าที่สังฆการีนิมนต์พระสงฆ์เข้าไปรับพระราชทานอาหารบิณฑบาตในเวลาเช้าและอาหารฉันในเวลาเพล 100 รูป ที่พระบรมมหาราชวัง เป็นประจำ พระราชนิยมดังกล่าวนี้ แม้ในแผ่นดินสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ก็คงทรงปฏิบัติต่อมา แต่เพิ่มพระราชทาน “เบี้ยหวัดเงินตราถวายประจำปี” ตามพระราชศรัทธา

ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก มีพระราชดำริว่า การพระราชทานนิตยภัต 2 ประเภท คือ ถวายเป็นภัตตาหารสำรับเช้า และสำรับเพล กับถวายเป็นเงินรายเดือน (เดิมการถวายจากทางราชการแผ่นดินเป็นเงินหวัดเงินปี) แต่ไม่ปรากฏว่า พระสงฆ์ที่ได้รับเป็นพระสงฆ์ประเภทใด
รัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว การจ่ายนิตยภัตเป็นเงินมาปรากฏหลักฐาน ว่า พ.ศ. 2371 เมื่อพระราชทานสมณศักดิ์แก่พระสงฆ์รูปใดแล้ว ก็พระราชทานนิตยภัตและกำหนดอัตรานิตยภัตไว้ด้วย ดังนี้ สมเด็จพระสังฆราช 5 ตำลึง, สมเด็จพระพนรัตน์ 5 ตำลึง, กรมหมื่นนุชิตชิโนรส 5 ตำลึง, พระพรหมมุนี 5 ตำลึง, พระพุทธโฆษา 5 ตำลึง, พระพิมลธรรม 4 ตำลึง 3 บาท และพระธรรมอุดม 4 ตำลึง 3 บาท
รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงมีการกำหนดจำนวนเงินพระราชทานไว้ชัดเจนตามสมณศักดิ์ โดยวางอัตราระบุไว้ชัด แต่เรียกจำนวนเงินตรานั้นว่า “ตำลึง” ดังประกาศทรงแต่งตั้งพระราชาคณะในปีวอก พุทธศักราช 2451 ดังนี้

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ออกพระที่นั่งบรมราชสถิตย์มโหฬาร ในการทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทวีธาภิเษก และสมโภชสิริราชสมบัติ ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานสัญญาบัตรแด่พระสงฆ์ในการพระฤกษ์ ประทับพระราชลัญจกรใหม่ คือ  ให้เลื่อนยศพระคุณคณาภรณ์ มีสมณศักดิ์เสมอตำแหน่งเทพพิเศษ มีนามว่า พระญาณวราภรณ์ สุนทรศีลวิสุทธินายก ไตรปิฏกเมธามหาคณฤศร บวรสังฆาราม คามวาสี สถิตวัดบวรนิเวศวิหาร พระอารามหลวง มีนิตยภัตราคาเดือนละ 6 ตำลึงกึ่ง มีฐานานุศักดิ์ ตั้งฐานานุกรมได้ 4 รูป คือ พระครูปลัด 1 พระครูสังฆรักษ์ 1 พระครูสมุห์ 1 พระครูใบฎีกา 1

รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพิจารณาเห็นว่าการเรียกชื่อนับจำนวนเงินตราอย่างสมัยก่อนว่า อัฐ ฬส ไพ เฟือง สลึง ตำลึง และชั่ง ไม่เป็นการนับพิกัดอัตราอย่างสากลที่ประเทศใช้ทั่วไป จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ทางราชการออกประกาศเรียกชื่ออัตราการนับจำนวนเงินเสียใหม่ คำประกาศดังกล่าวนี้ได้ออกใช้เมื่อในราวปีกุน พุทธศักราช 2454 ฉะนั้น คำว่าตำลึงในที่ทั่วไปจึงงดใช้ ทั้งนี้รวมไปถึงอัตรานิตยภัตของบรรดาพระสงฆ์ที่ทรงสมณศักดิ์รับพระราชทานเงินนิตยภัตด้วย

ในเอกสารประกาศเลื่อนสมณศักดิ์ของพระราชาคณะ ตามคำประกาศ ปีชวด พุทธศักราช 2454 ดังนี้ศุภมัสดุ พระพุทธศาสนกาล เป็นอดีตภาค 2454 พรรษากาล ปีตยุบัน จันทโคจร มุสิกสมพัตสร กัตติกมาส สุกกปักษ์ ทุติยดิรวิวาร สุริยคติกาล รัตนโกสินทรศก 131 พฤศจิกายนมาส ทสมสุรทินโดยกาลนิยม พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชดำริว่า พระราชาคณะผู้ทรงคุณธรรมปรากฏในสาวกมณฑลซึ่งสมควรจะเลื่อนตำแหน่งขึ้นตามคุณวุฒิยังมีอีกหลายรูป

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เลื่อนพระญาณวราภรณ์ วัดบวรนิเวศวิหาร มีสมณศักดิ์พิเศษเสมอตำแหน่งธรรม มีนิตยภัตราคาเดือนละ 28 บาท มีฐานานุศักดิ์ ตั้งฐานานุกรมได้ 6 รูป คือ พระครูปลัดญาณวัฒน์ มีนิตยภัตราคาเดือนละ 6 บาท 1 พระครูวินัยธร 1 พระครวินัยธรรม 1 พระครูสังฆรักษ์ 1 พระครูสมุห์ 1 พระครูใบฎีกา 1 รวม 6 รูป

ยุคปัจจุบัน พระสงฆ์ที่ได้รับสมณศักดิ์ นับตั้งแต่พระครูชั้นสัญญาบัตร พระราชาคณะชั้นต่างๆ สมเด็จพระราชาคณะ และสมเด็จพระสังฆราช จะไม่ปรากฏอัตราราคานิตยภัตในสัญญาบัตร หิรัญบัฏ และสุพรรณบัฏ ที่ทรงพระกรุณาโปรดแต่งตั้ง หรือสถาปนาเช่นที่ผ่านมา รวมไปถึงบรรดาพระสงฆ์ที่ได้รับการแต่งตั้งสืบต่อจากพระสงฆ์รูปนั้นๆ ซึ่งเรียกกันว่า พระครูฐานานุกรมชั้นสัญญาบัตร มีพระครูปลัดชั้นธรรม และรวมไปถึงพระครูสัญญาบัตรชั้นอื่นๆ อีกด้วย แต่ราชการจัดสรรเงินงบประมาณไว้สำหรับถวายเมื่อได้รับการแต่งตั้งหรือสถาปนาไว้ต่างหาก

เงินดังกล่าวคงเรียกว่านิตยภัตตามเดิม สำหรับอุปถัมภ์บำรุงแด่พระสงฆ์ ที่ได้รับพระราชทานแต่งตั้งเป็นประจำปีทั่วประเทศ โดยมีหลักเกณฑ์ในการเบิกจ่ายนิตยภัตว่า พระสงฆ์รูปใดได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ รัฐบาลจัดถวายเงินนิตยภัตตามลำดับชั้นของสมณศักดิ์เป็นประจำ แต่หากว่าพระสงฆ์สมณศักดิ์รูปนั้นได้รับการแต่งตั้งให้มีตำแหน่งซึ่งเรียกว่า พระสังฆาธิการด้วย จะถวายเงินนิตยภัตเฉพาะอัตราที่สูงกว่าเพียงตำแหน่งเดียว

ตัวอย่างเช่น พระราชาคณะชั้นราชมีอัตรานิตยภัตถวายเดือนละ 240 บาท ต่อมาได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะภาค ซึ่งมีอัตรานิตยภัตที่จัดถวายเดือนละ 400 บาท ดังนี้ ก็คงได้รับการถวายเพียงตำแหน่งเดียว คือ ตำแหน่งเจ้าคณะภาคตัดนิตยภัตในฐานะสมณศักดิ์พระราชาคณะชั้นราชออก
อัตรานิตยภัตทุกตำแหน่ง กรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ เป็นผู้ดำเนินงานจัดสรรตั้งงบประมาณ และรวมถึงมีหน้าที่ในการเบิกจ่ายด้วย เฉพาะในส่วนภูมิภาค นั้นกรมการศาสนาจะได้ทำความตกลงกับผู้ว่าราชการจังหวัด โดยโอนเงินไปตั้งจ่ายทางคลังจังหวัด เพื่อสะดวกแก่การเบิกจ่ายถวายพระสมณศักดิ์ และพระสังฆาธิการดังกล่าวก็ย่อมทําได้

ปัจจุบันเงิน “นิตยภัต” เป็นไปตามบัญชีอัตรานิตยภัต ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2555 ครอบคลุมพระภิกษุประมาณ 50,000 รูปทั้งมหานิกาย ธรรมยุต จีนนิกาย และอนัมนิกาย โดยสมเด็จพระสังฆราชได้รับนิตภัตเดือนละ 37,700 บาท (นอกจากรัฐบาลถวายในการปฎิบัติศาสนกิจเป็นรายปี ๆ ละ 23 ล้านบาท) จนถึงเลขานุการเจ้าคณะตำบลได้รับเดือนละ 1,200 บาท  ดังปรากฎอยู่ด้านล่างนี้

คลิกดูอัตรานิตยภัตพระสงฆ์แต่ละตำแหน่ง

 

 

ข้อมูล ศิลปวัฒนธรรม และเพิ่มเติมโดย Thebuddh

 

Leave a Reply