การที่สภา “มจร” มีมติให้ “พระพรหมวัชรธีราจารย์” ได้ไปต่ออีก 1 วาระ อีก 4 ปี
เรื่องนี้ไม่มีอะไร “ต้องลุ้น” เพราะคน “วงใน” รับรู้มานานแล้วว่า..พระพรหมวัชรธีราจารย์ คือ เป้าหมาย
ที่ ผู้บริหาร มจร ยุคนี้ ต้องการให้ไปต่อ
เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าผู้บริหาร “มจร” ไม่มีพระภิกษุที่พร้อมนั่งในตำแหน่ง “อธิการบดี”
สิ่งที่ “น่าลุ้น” มากกว่า คือ ตำแหน่ง “รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร” และตำแหน่งอื่น ๆ
ตอนนี้ทุกอย่างอยู่กำมือ “พระพรหมวัชรธีราจารย์-พระเทพวัชรสารบัณฑิต -ดร.สุรพล สุยะพรหม” แล้วว่าใครจะอยู่ ใครจะไป หรือ ใครจะเข้ามาแทนที่!!

“ผู้เขียน” มองว่า “มจร” ส่วนกลางยุคนี้ ขาด “คนเก่ง” และขาดคนมี “ภาวะผู้นำ”
ทั้งขาดคนที่ “กล้าคิด-กล้าทำ” กล้าคิด นอกกรอบ
คนที่กล้าคิด กล้าทำ กล้าเปิดหน้าทำงานแบบ “หามรุ่งหามค่ำ” มีไม่กี่รูป ไม่กี่คน
บางรูปเป็นผู้บริหารใน “มจร” กินเงินเดือนใน “มจร” แต่ไม่ค่อยเข้า..มจร
หรือหลายท่านเป็นจำพวก “ได้ครับพี่ ดีครับผม เหมาะสมครับท่าน”
เพื่อรักษาตำแหน่งและอำนาจ..ทำงานแบบ “รูทีน” ไปวัน ๆ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง
“ผู้เขียน” ไม่ชอบเอาเสียเลย คือ การ “ดึงคนนอก” ที่ไม่รู้วัฒนธรรมองค์กร ไม่รู้จารีตประเพณี “มจร”
เข้ามาอยู่ในตำแหน่ง “ผู้บริหาร” และยิ่ง “สตรี” ยิ่งไม่ควรให้ไปนั่งเป็น “ผู้บริหาร”
เพราะเท่าที่ฟังมา มีสตรีบางคน “ชอบอ้าง-ชอบจุ้น” ก่อให้ระบบการบริหารภายใน “ล้มเหลว”

“ผู้เขียน” มองบทบาท “พระพรหมวัชรธีราจารย์” ตลอด 8 ปีที่ผ่านมาให้คะแนน 90 % ท่านไม่ได้มี
“ปัญหา” เรื่อง “ความรู้ความสามารถ” และ “พฤติกรรม” หรือ การไม่ถูกยอมรับจากประชาคม มจร
แต่ท่านขาดในการ “รักษาพระ – ดึงคน” ที่มีความรู้และความสามารถ เพื่อทำงานให้ “มจร” หลายรูป
-หลายคน “ลาออก” บ้าง “ถูกเตะ” ออกบ้าง หรือบางรูป “อึดอัด” แล้วลาออกบ้าง
หรือมีคำครหาแบบน้อยเนื้อต่ำใจจาก “ชนชั้นผู้น้อย” ว่าสาย “วิชาการ” เติบโตและก้าวหน้าได้เร็ว
กว่า“สายปฎิบัติงาน”
หรือแม้กระทั้งตำแหน่ง “ทางวิชาการ” อยู่ดี ๆ “คนนอก” โผล่มาจากไหนไม่รู้ มาเป็น “ผศ.
รศ.” ขณะที่มีอาจารย์หลายรูป หลายคน สอนมาทั้งชีวิตเพิ่งได้ตำแหน่ง “ผศ.”
เรื่องนี้แบบมันต้อง “สร้างแรงจูงใจ” ดึงคนเก่งมีความรู้มาให้ได้
เรื่องแบบนี้ “พระพรหมวัชรธีราจารย์” ในฐานะ “เบอร์หนึ่ง” นิ่งเฉย ไม่รับรู้ ไม่ใส่ใจไม่ได้!!


Leave a Reply