พศจ. ประจวบฯ “ร่ายยาว” ละเอียดยิบ คดี “พม.อาทิตย์ อิสฺสรญาโณ” เผยเจ้าคณะปกครองมีคำสั่งให้ “สละสมณเพศ” แล้ว

วันที่ 17 กรกฏาคม 2569  นายรัฐวิชญ์ พาฉิมพลี ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ส่งหนังสือด่วนที่สุด ถึง ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (นางอุดมพร เอกเอี่ยม) รายงานข่าวออนไลน์พระมหาอาทิตย์ หรือ พระสมุห์อาทิตย์ อิสฺสรญาโณ ฟ้องผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยอ้างถึงเพจ “The buddh” มีความว่า

เรียน ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ตามที่ปรากฏช่าวทางสื่อออนไลน์ วันที่ 16กรกฎาคม 2569 (เพจ The Buddh) ว่า โดนพระฟ้อง !!! บอสใหญ่ สำนักพุทธ “อุดมพร เอกเอี่ยม” พร้อมทีมงาน โดนฟ้องเรียงตัว โดยพระภิกษุ นับเป็นคดีประวัติศาสตร์ นั้น สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ขอรายงานความเป็นมาของกรณีดังกล่าวดังนี้ 1. นางนวลพร เอียเล้าสกุล ได้ร้องเรียนพระมหาอาทิตย์ อิสฺสรญาโณ เจ้าอาวาส วัดบ้านทุ่งเคล็ด (ในขณะนั้น) ต่อเจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กู้ยืมเงินแล้วไม่ยอมคืน มีความลำบาก เป็นอย่างมาก จึงขอความช่วยเหลือจากเจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีคำสั่งที่ 24/2567ลงวันที่ 7 ตุลาคม 2567 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ และสอบสวนเจ้าอาวาสวัดบ้านทุ่งเคล็ด คณะกรรมการตรวจสอบและสอบสวนเจ้าอาวาส วัดบ้านทุ่งเคล็ด โดยพระศรีปริยัติเมธี รองเจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประธานกรรมการ รายงานผล การตรวจสอบ พระมหาอาทิตย์ อิสฺสรญาโณ (ทัพประเสริฐ) เจ้าอาวาสวัดบ้านทุ่งเคล็ด (ในขณะนั้น) ดังนี้

(1) การกู้ยืมเงินโดยใช้ชื่อวัดบ้านทุ่งเคล็ด เป็นผู้กู้ และไม่ชำระหนี้ตามสัญญาเงินกู้ จนถูกร้องเรียน และถูกฟ้องดำเนินคดี เป็นเหตุให้เชื่อได้ว่า พระมหาอาทิตย์ อิสฺสรญาโณ (ทัพประเสริฐ) เจ้าอาวาสวัดบ้านทุ่งเคล็ด (ในขณะนั้น) ได้กระทำการโดยทุจริตต่อหน้าที่และประมาทเลินเล่อในหน้าที่เป็นเหตุ ให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่การคณะสงฆ์ เป็นการละเมิดจริยาพระสังฆาธิการ ตามกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 24 (พ.ศ.2541)

(2) พฤติกรรมในการบริหารจัดการเงินของวัด ด้านการจัดทำบัญชีรายรับ รายจ่ายวัด พระมหาอาทิตย์ อิสฺสรญาโณ (ทัพประเสริฐ) เจ้าอาวาสวัดบ้านทุ่งเคล็ด (ในขณะนั้น) ชี้แจงว่า ได้มีการจัดทำ บัญชีรายรับ รายจ่ายวัด ประจำทุกเดือน และรายงานประจำปีแล้ว แต่ไม่สามารถนำหลักฐาน การจัดทำบัญชี ให้คณะกรรมการตรวจสอบได้ เป็นเหตุให้เชื่อได้ว่า พระมหาอาทิตย์ อิสฺสรญาโณ (ทัพประเสริฐ) เจ้าอาวาสวัดบ้านทุ่งเคล็ด (ในขณะนั้น) ขัดคำสั่งโดยชอบด้วยการคณะสงฆ์ และการขัดคำสั่งนั้นเป็นเหตุให้เกิด ความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่การคณะสงฆ์ เป็นการละเมิดจริยาพระสังฆาธิการ ตามกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 21 (พ.ศ. 2541)

ผลการวินิจฉัย คณะกรรมการตรวจสอบและสอบสวนเจ้าอาวาสวัดบ้านทุ่งเคล็ด (ในขณะนั้น) ได้วินิจฉัยแล้วว่า พระมหาอาทิตย์ อิสฺสรญาโณ ละเมิดจริยาอย่างร้ายแรง รายละเอียดตามคำวินิจฉัย ของคณะกรรมการฯ ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2567 เจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จึงมีคำสั่งที่ 28/2567 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2568 เรื่อง ถอดถอนพระสังฆาธิการออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาส ให้ถอดถอน พระสมุห์อาทิตย์ อิสฺสรญาโณ (ทัพประเสริฐ) ออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัตบ้านทุ่งเคล็ด ตั้งแต่วันที่ 13 ธันวาคม 2567  เป็นต้นไป

2.หลังถูกถอดถอนจากตำแหน่งเจ้าอาวาส

2.1 ถูกร้องเรียนให้ตรวจสอบพฤติกรรมของพระมหาอาทิตย์ อิสฺสรญาโณ (ทัพประเสริฐ) อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านทุ่งเคล็ด ในประเด็นเรื่องการเงินของวัดบ้านทุ่งเคล็ดขณะที่เป็นเจ้าอาวาส เรื่องพฤติกรรมไปแซะเหรียญที่ผู้มีจิตศรัทธาทำบุญนำเหรียญไปติดผนังโบสถ์ นำไปแลกเป็นธนบัตร ฉบับร้อย ห้าร้อย และหนึ่งพันบาท ตามร้านต่าง ๆ และนำเงินดังกล่าวไปใช้ส่วนตัว และบุคคลใกล้ชิด และเรื่องผู้หญิง ในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอทับสะแก ได้ดำเนินการสอบผู้ร้อง จำนวน 5 ราย และได้ส่งเรื่องมายังสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พิจารณาดำเนินการ พยานหลักฐาน สำเนาหนังสือบ้านทุ่งเคล็ด หมู่ 3  ตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2568 เรื่อง ขอให้ตรวจสอบพฤติารรมของพระอาทิตย์ อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านทุ่งเคล็ด และสำเนาหนังสือ ที่ทำการปกครองอำเภอทับสะแก ลับที่ปข 0518/24 ลงวันที่ 15 สิงหาคม 2568 เรื่อง ตรวจสอบพฤติกรรมของพระมหาอาทิตย์ อิสฺสรญาโณ (ทัพประเสริฐ) อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านทุ่งเคล็ด รายงาน ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมสำเนาบันทึกการสอบปากคำพยานบุคคล จำนวน 5 ราย

ผลการดำเนินการ เจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีคำสั่งที่ 14/2568 ลงวันที่ 27 สิงหาคม 2568 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยมี พระเมธีคุณาภรณ์ รองเจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานคณะกรรมการ และผู้อำนวยการสำนักางานพระพุทธศาสนาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หรือผู้ที่ได้รับ มอบหมาย เป็นผู้ประสานงาน

-คณะกรรมการตามคำสังที่ 14/2568  ลงวันที่ 27 สิงหาคม 2568โดยมีพระเมธีคุณาภรณ์ รองเจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานคณะกรรมการ ได้ดำเนินการดังนี้

(1) พระเมธีคุณาภรณ์ รองเจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานคณะกรรมการ มีหนังสือที่ รจจ.ปข. 3/2568 ลงวันที่ 3 กันยายน 2568 แจ้งพระมหาอาทิตย์ อิสฺสรญาโณ (ทัพประเสริฐ) อตีตเจ้าอาวาสวัดบ้านทุ่งเคล็ด ผู้ถูกร้อง เข้าให้ข้อมูลแก่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ในวันที่ 4 กันยายน 2568 ณ วัดบ้านทุ่งเคล็ด ตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

(2) พระมหาอาทิตย์ อิสฺสรญาโณ (ทัพประเสริฐ) อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านทุ่งเคล็ด ผู้ถูกร้อง ให้การในบันทึกถ้อยคำ ลงวันที่ 4 กันยายน 2568  ขอให้คณะกรรมการทั้งคำถามเป็นหนังสือ เกี่ยวกับประเด็นเรื่องร้องเรียนต่าง ๆ และจะขอตอบเป็นลายลักษณ์อักษร ภายใน 12 วัน นับจากได้รับหนังสือ แจ้งประเด็นคำถามจากคณะกรรมการฯ

(3) พระเมธีคุณาภรณ์ รองเจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประธานคณะกรรมการ ทำหนังสือ ที่รจจ.ปข. 5/2568  ลงวันที่ 4 กันยายน 2568  เรื่องขอให้ชี้แจงข้อเท็จจริง แจ้งพระมหาอาทิตย์ อิสฺสรญาโณ (ทัพประเสริฐ) อดีตเจ้าอาวาสวัตบ้านทุ่งเคล็ด  ผู้ถูกร้อง ดำเนินการให้ข้อมูลพร้อมพยานหลักฐาน แก่คณะกรรมการ เป็นลายลักษณ์อักษร ภายใน 12 วันตามที่ให้ถ้อยคำไว้ในบันทึก

(4) พระมหาอาทิตย์ อิสฺสรญาโณ (ทัพประเสริฐ) อตีตเจ้าอาวาสวัดบ้านทุ่งเคล็ด ผู้ถูกร้อง ทำหนังสือ ลงวันที่ 8 กันยายน 2568  เรื่องขอโต้แย้งสิทธิ์ ชี้แจงข้อเท็จจริง กล่าวโทษอันเนื่องจาก มีการใส่ความเรื่องร้องเรียนอันเป็นเท็จและจัดทำพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ และมีการบิดเบือนขั้นตอน ในกระบวนการยุติธรรม ในรายงานของคณะกรรมการตรวจสอบและสอบสวนที่เจ้าคณะจังหวัด ได้แต่งตั้งขึ้น ตามคำสั่งที่ 24/2567 ลงวันที่ 7 ดุลาคม 2567  ถึงสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สรุปใจความพอสังเขป ดังนี้

-คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบและสอบสวนเจ้าอาวาสวัดบ้านทุ่งเคล็ด คำสั่งที่ 24/2567 ลงวันที่ 7ตุลาคม 2567 ไม่เป็นไปตามกระบวนการและขั้นตอนตามกฎมหาเถรสมาคม ที่วางหลักเกณฑ์ไว้ ·

-คณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้ง จำนวนทั้งสิ้น 29 ราย ร่วมกันกลั่นแกล้งใส่ความ จัดทำพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ ให้ต้องข้อกล่าวหาและถูกกล่าวโทษว่าได้มีการกระทำความผิด อย่างร้ายแรงทั้งที่ในความจริงแล้วมิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้นจริง เพื่อมุ่งหมายให้ถูกถอดถอน จากเจ้าอาวาสวัต

– คำสังเจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่28/2567 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2567 เรื่องถอดถอนพระสังฆาธิการออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาส มีข้อความอันเป็นเท็จ จึงเป็นเอกสารเท็จ คำสั่งถอดถอนดังกล่าวจึงไม่มีผลผูกพันตามกฎหมาย คำสั่งถอดถอนจากเจ้าอาวาสวัดบ้านทุ่งเคล็ด จึงตกเป็นโมฆะ -ขอให้ยุติการดำเนินการใด ๆ จนกว่าศาลยุติธรรมจะพิจารณาแล้วเสร็จสิ้นถึงที่สุด เสียก่อน

(5) พระมหาอาทิตย์ อิสสรญาโณ (ทัพประเสริฐ) อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านทุ่งเคล็ด ผู้ถูกร้องเรียน ทำหนังสือลงวันที่ 15 กันยายน 2568  เรื่องขอยุติความขัดแย้ง ชี้แจงรายละเอียดด้วยเหตุ และด้วยผลทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและในปัญหาข้อกฎหมาย และโต้แย้งคัดค้านคำสั่งเจ้าคณะจังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ ที่14/2568 ลงวันที่ 27  สิงหาคม 2568  และโต้แย้งคัดค้านหนังสือรองเจ้าคณะจังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ ที่รจจ.ปข. 3/2568 ลงวันที่ 3 กันยายน 2568 ซึ่งได้ออกคำสั่งและออกหนังสือให้ชี้แจง ข้อเท็จจริงต่อคณะกรรมการที่ได้แต่งตั้งขึ้น โดยฝ่าฝืนต่อพระธรรมวินัยและไม่ชอบด้วยกฎหมายหลายบท หลายกรรม และเป็นไปโดยไม่อยู่บนขึ้นฐานแห่งความเป็นจริง และขอความเป็นธรรมโดยได้โปรดให้ความคุ้มครองและอารักขาแก่อาตมภาพและบรรดาชาวบ้านในชุมชน ตามพระธรรมวินัยและกฎหมาย บ้านเมือง ถึงสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สรุปใจความพอสังเขป ดังนี้

– คำสังเจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่14/2568 ลงวันที่ 27 สิงหาคม 2568 และหนังสือรองเจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่รจจ.ปข. 3/2568 ลงวันที่ 3 กันยายน 2568 ไม่มีการแจ้งคำสั่งหรือหนังสือให้อีกฝ่ายหนึ่งได้ทราบก่อน ผิดประเพณีธรรมเนียมขั้นตอนในการปฏิบัติ ตามพระธรรมวินัย ตามสังฆาณัติประมวลระเบียบวิธีพิจารณาวินิจฉัยอธิกรณ์ พ.ศ. 2486 และสังฆาณัติ ระเบียบคณะวินัยธร พ.ศ. 2485 และระเบียบ กฎ กติกาทางคณะสงฆ์และตามขั้นตอนกฎกระทรวง และข้อกฎหมายที่เคยปฏิบัติกันมา

-คัดค้านการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามคำสั่งเจ้าคณะจังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ ที่ 14/2568  ลงวันที่ 27 สิงหาคม 2568  เนื่องจากไม่มีการส่งรายชื่อคณะกรรมการ ให้ทราบล่วงหน้าก่อนเพื่อความเป็นธรรม เนื่องจากคณะกรรมการทั้งหมดและเจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นคู่พิพาทโดยตรงกัน ประกอบกับอาตมภาพ (พระมหาอาทิตย์ อิสฺสรญาโณ) ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องคดี ความอาญา เจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ต่อศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่เป็นผู้มีอำนาจในการออกคำสั่ง ในประเด็นเรื่องคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบและสอบสวนเจ้าอาวาสวัดบ้านทุ่งเคล็ด คำสั่งที่ 24/2568 ลงวันที่ 7 ตุลาคม 2567 และคำสังเจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ 28/2567 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2567  เรื่อง ถอดถอนพระสังฆาธิการอออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาส คดีหมายเลขตำที่ อ.820/2568และคดีหมายเลขแดงที่ อ.820/2568 ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาล ดังนั้น คำสั่งดังกล่าวจึงไม่ชอบรรมตามพระธรรมวินัย เเละไม่มีผลทางกฎหมาย

2.2 ตกเป็นจำเลยในคดีความแพ่ง ระหว่าง นางนวลพร เอียเล้ากุล โจทก์ กับพระมหาอาทิตย์ อิสฺสรญาโณ จำเลย ข้อหาหรือฐานความผิด กู้ยืม รับสภาพหนี้ จำนวนทุนทรัพย์ 2,162,780 บาท ผลคดี อยู่ในระหว่างพิพากษา

2.3  ตกเป็นจำเลยในคดีความแพ่ง ระหว่าง นางณัฐธิดา มุ่งหมาย โจทก์กับ พระมหาอาทิตย์ อิสฺสรญาโณ จำเลย ข้อหาหรือฐานความผิด กู้ยืมจำนวนทุนทรัพย์ 300,000  บาท ผลคดี ศาลพิพากษา ให้พระมหาอาทิตย์ ชำระหนี้แกโจทก์ เป็นเงินจำนวน 150,000  บาท

2.4  ตกเป็นจำเลยในคดีความแพ่ง ระหว่าง พระอธิการประสิทธิ์ ถิรมโน หรือสัญจร โจทก์ กับ พระมหาอาทิตย์ อิสฺสรญาโณ จำเลย ข้อหาหรือฐานความผิด ละเมิด คดีหมายเลขดำ ที่พ.246/2568 ศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผลคดีอยู่ระหว่างพิพากษา

2.5 ตกเป็นจำเลยในคดีความแพ่ง ระหว่าง พระอธิการประสิทธิ์ ถิรมโน หรือสัญจร โจทก์ กับ พระมหาอาทิตย์ อิสฺสรญาโณ จำเลย ข้อหาหรือฐานความผิด กระทำการเป็นเจ้าพนักงานโดยฝ่าฝืน คำสั่งมิให้ปฏิบัติการตามตำแหน่งหน้าที่ต่อไปแล้ว คดีหมายเลขตำที่ อ./2568 ศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

2.6  สรุปพฤติการณ์ พระมหาอาทิตย์ อิสฺสรญาโณ ภายหลังถูกถอดถอนจากตำแหน่ง เจ้าอาวาสที่อาจเข้าข่ายการกระทำความผิดพระธรรมวินัย กฎหมาย กฎ ระเบียบ คำสั่งและ มติมหาเถรสมาคม ดังนี้

2.6.1 กรณีคัดค้านคำสั่งเจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ คำสั่งที่ 28/2567 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2567 เรื่องถอดถอนพระสังฆาธิการออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาส อาจเข้าข่าย ฐานความผิด “ขัดคำสั่งเจ้าคณะผู้มีอำนาจ เป็นเหตุให้เสียหายแก่คณะสงฆ์อย่างร้ายแรง” เสียระบบ การปกครองบังคับบัญชาก่อให้เกิดความเสียหายในการบริหารการปกครองงคณะสงฆ์อย่างร้ายแรง ส่งผลถึง การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าอาวาสรูปปัจจุบันในการบำรุงรักษาวัด จัดกิจการและศาสนสมบัติของวัด ให้เป็นไปด้วยดี

 2.6.2 กรณีตกเป็นจำเลยในคดีอาญา ฐานความผิด กระทำการเป็นเจ้าพนักงาน โดยฝ่าฝืนคำสั่งมิให้ปฏิบัติการตามตำแหน่งหน้าที่ต่อไปแล้ว คดีหมายเลขดำที่ อ./2568 ศาลจังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ อาจเข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมายอาญาฐานแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานและกระทำการเป็นเจ้าพนักงานโดยตนเองมิได้เป็นเจ้าพนักงาน มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปีหรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับตเมประมวลกฎหมาย มาตรา 145

2.6.3  กรณีถูกฟ้องร้องเป็นจำเลยในคดีแพ่งกับฆราวาสหลายคดีฐานความผิด การกู้ยืม โดยใช้วัดเป็นลูกหนี้ (ผู้กู้)แล้วไม่ชำระคืนตามสัญญากู้ยืม จนถูกเจ้าหนี้ (ผู้ให้กู้) ฟ้องต่อ เจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์ และฟ้องเป็นคดีในชั้นศาล เป็นการนำความเสื่อมเสียมาแก่การคณะสงฆ์และสร้างมลทิน ให้แก่พระพุทธศาสนาประกอบการตรวจสอบข้อมูลบัญชีวัดปรากฏว่าไม่พบจำนวนเงินจากสัญญากู้ยืมเข้าสู่ ระบบบัญชีวัตแต่อย่างใด ดังนั้น อาจเข้าข่ายการกระทำความผิดอาญาฐานยักยอกทรัพย์ และประพฤติผิด พระธรรมวินัยอย่างร้ายแรงประเภทครุกาบัติ

2.6.4 กรณีถูกร้องเรียนให้ตรวจสอบเรื่องพฤเติกรรมไปแซะเหรียญที่ผู้มีจิตศรัทธา ทำบุญนำเหรียญไปติดผนังโบสถ์ (เหรียญบาท เหรียญห้า เหรียญสิบ) นำไปแลกเป็นธนบัตรฉบับร้อย ห้าร้อย และหนึ่งพันบาท ตามร้านต่าง ๆ แล้วนำเงินดังกล่าวไปใช้ส่วนตัว และบุคคลใกล้ชิด อาจเข้าข่ายการกระทำ ความผิดอาญาฐานยักยอกทรัพย์ และประพฤติผิดพระธรรมวินัยอย่างร้ายแรง ประเภทครุกาบัติ

2.6.5 กรณีกระทำการติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ในที่สาธารณะ ข้างถนน โดยไม่ได้รับอนุญาตและเชิญชวนรับบริจาคร่วมบุญสร้างบารมีทอดผ้าป่าปลดหนี้วัด ผ่านทางสื่อออนไลน์ โดยระบุร่วมบุญได้ที่ธนาคารกสิกรไทย ชื่อบัญชี พระมหาอาทิตย์ ทัพประเสริฐ เลขบัญชี 211  271 5242  ซึ่งเป็นบัญชีส่วนตัวไม่ใช่บัญชีวัด อาจเข้าข่ายกระทำความผิดตามขเระราชบัญญัติควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ. 2487  (ห้ามจัดให้มีการเรี่ยไรเพื่อรวบรวมทรัพย์สินมาให้/ชดใช้ค่าปรับให้จำเลย) และพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550  (มาตรา 14 (1): นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวล กฎหมายอาญา รับโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีหรือปรับไม่เกิน 100,0000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

2.6.6 กรณีมีพฤติกรรมไม่ให้ความร่วมมือกับคณะสงฆ์ และเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบข้อมูล ข้อเท็จจริง เพื่อประกอบการพิจารณาในประเด็นเรื่องร้องเรียนต่าง ๆให้ได้ข้อยุตินำไปสู่การ แก้ไขปัญหา ตลอดถึงพฤติการณ์จัดทำหนังสือถึงหน่วยงานต่าง ๆ ในประเด็นเรื่อง การโต้แย้งสิทธิ ชี้แจงข้อเท็จจริงก็ดี การคัดค้านคำสั่งเจ้าคณะผู้ปกครองก็ดี การขอยุติความขัดแย้งก็ดี การร้องเรียน พระธรรมวชิรสิทธาจารย์ เจ้าคณะภาค 15 ร่วมกันกระทำความผิดกับพระสังฆาธิการก็ดี และการฟ้องร้อง ดำเนินคดีกับเจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์ เป็นต้น จากการรวบรวมข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานปรากฏชัดว่า กระบวนการ ขั้นตอน การพิจารณาและข้อสังการต่าง ๆ ของเจ้าคณะปกครองสงฆ์เป็นการปฏิบัติหน้าที่ และใช้อำนาจตามพระธรรมวินัย กฎหมาย กฎระเบียบ คำสั่ง และมติมหาเถรสมาคม อย่างเคร่งครัด แต่พระมหาอาทิตย์ อิสสรญาโณ กลับมีพฤติการณ์ไม่ยอมรับและรุกรานสงฆ์ ซึ่งอาจเข้าข่ายภิกษุผู้เก้อยาก

3. สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม ดำเนินการ ตรวจสอบรวบรวมข้อเท็จจริง พยานหลักฐานเกี่ยวกับพฤติการณ์พระมหาอาทิตย์ อิสฺสรญาโณ (ทัพประเสริฐ) วัดบ้านทุ่งเคล็ด เรียบร้อยแล้ว พบว่า พระมหาอาทิตย์ อิสฺสรญาโณ (ทัพประเสริฐ) ได้กระทำการเข้าข่าย มีพฤติการณ์ตามข้อ 3 (3) (ข) มีการกระทำอันเป็นอาบัติระดับใดก็ตาม และมีพฤติการณ์ ว่าถ้าดำรงสมณเพศ ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียอย่างร้ายแรงแก่คณะสงฆ์ แห่งกฎมหาเถรสมาคม ว่าด้วยการให้พระภิกษุ สละสมณเพศ (ฉบับที่ 2 )พ.ศ. 2568

4. เจ้าคณะภาค 15 พิจารณาแล้ว เห็นว่า พระมหาอาทิตย์ อิสฺสรญาโณ (ทัพประเสริฐ) วัดบ้านทุ่งเคล็ด ประพฤติผิดพระธรรมวินัยเป็นอาจิณและมีพฤติการณ์ว่าถ้าดำรงสมณเพศต่อไป อาจก่อให้เกิด ความเสียหายแก่การคณะสงฆ์ อาศัยอำนาจตามความในข้อ 9 แห่งกฎมหาเถรสมาคมว่าด้วยการให้พระภิกษุ สละสมณเพศ (ฉบับที่ 2)พ.ศ.2525  จึงได้มีคำสั่งเจ้าคณะภาค 15 ที่ 2/2569 ลงวันที่ 10 มีนาคม 2569 เรื่องให้พระภิกษุสละสมณเพศ โดยให้พระมหาอาทิตย์ อิสฺสรญาโณ (ทัพประเสริฐ) สละสมณเพศ ตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป และได้แจ้งคำสั่งให้พระมหาอาทิตย์ อิสฺสรญาโณ (ทัพประเสริฐ) ทราบแล้ว เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569

5. เจ้าคณะภาค 15 ได้มีหนังสือที่ จภ.15 053/2569 ลงวันที่ 16 มีนาคม 2569 ถึงผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เรื่องขอรับการสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่ ปฏิบัติการและอารักขา สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จึงได้มีหนังสือที่ ปข.0035 /168 ลงวันที่ 16 มีนาคม 2569 ถึงผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ขอความอนุเคราะห์ แจ้งหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยร้องเพื่อขอรับการสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการและอารักขาให้การจัดการ สละสมณเพศเป็นไปโดยสงบและเรียบร้อย และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้มีหนังสือที่ พศ 007/2823 ลงวันที่ 17 เมษายน 2569 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ขอความอนุเคราะห์ให้การสนับสนุน กำลังเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการและอารักขา ให้การจัดการสละลรมณเพศเป็นไปโดยสงบและเรียบร้อย ซึ่งจังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ได้แจ้งนายอำเภอทับสะแก ให้การสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติการและอารักขา ให้การจัดการสละสมณเพศเป็นไปโดยสงบและเรียบร้อย

6.ศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีคำพิพากษา คดีหมายเลขดำที่ พ.451/2568 คดีหมายเลขแดงที่ พ 114/2569 วันที่10  มิถุนายน 2569 กรณีวัดบ้านทุ่งเคล็ด โจทก์ที่ 1  และพระอธิการประสิทธิ์ ถิรมโน โจทก์ที่ 2  ยื่นฟ้องขับไล่ พระมหาอาทิตย์ หรือพระสมุอาทิตย์ อิสฺสรญาโณ หรือทัพประเสริฐ จำเลย ศาลพิพากษาให้จำเลยและบริวารออกจากวัดของโจทย์ที่ 1 ห้ามมิให้จำเลย และบริวารข้องเกี่ยวกับโจทก์ที่ 1 อีกต่อไป ให้จำเลยส่งมอบสมุดทะเบียนบ้านของโจทก์ที่ 1 คืนแกโจทก์ ทั้งสอง หากจำเลยไม่ส่งคืนให้โจทก์ทั้งสองไปดำเนินการยกเลิกสมุดทะเบียนบ้านฉบับเดิมและออกฉบับใหม่ได้กับให้จำเลยใช้ค่าฤชา ธรรมเนียมแทนโจทก์ทั้งสอง โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการ ดำเนินการให้เป็นพับ

7. พระมหาอาทิตย์ อิสฺสรญาโณ ได้มีลิขิตลงวันที่ 12 มิถุนายน 2569 เรื่องแจ้งการใช้สิทธิ ฟ้องคดีต่อศาลปกครองและขอให้งดเว้นการบังคับใช้คำสั่ง แจ้งว่า พระมหาอาทิตย์ อิสฺสรญาโณ ซึ่งเป็นผู้ ถูกกล่าวหาหรือผู้ได้รับผลกระทบตามคำสั่งที่อ้างถึง เห็นว่า คำสั่งดังกล่าวมีกระบวนการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และมีข้อความข้อมูลตลอดจนข้อเท็จจริงที่ปรากฏ ในคำสั่งซึ่งเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐหรือผู้มีอำนาจ ปกครองฝ่ายสงฆ์เป็นข้อมูลเท็จอันทำให้ เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อสถานะทางศาสนาและการปกครองคณะสงฆ์ พระมหาอาทิตย์ อิสฺสรญาโณ จึงได้ใช้สิทธิทางศาลยี่นฟ้องต่อศาลปกครอง เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 คดีหมายเลขดำที่ 1140/2569 โดยผู้ฟ้องคดีได้มีคำขอท้ายฟ้อง ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนข้อมูล และข้อความอันเป็นเท็จ ตลอดจนเพิกถอนคำสั่งที่อ้างถึงดังกล่าวเสียสิ้นในการนี้ เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิ ของผู้ฟ้องคดีในระหว่างที่กระบวนการพิจารณาคดีของศาลปกครองยังไม่ถึงที่สุด และเพื่อป้องกันมิให้เกิดความเสียหายที่ยากแก่การเยียวยาในภายหลัง ถ้ามีบุคคลหรือหน่วยงานใดมาขอกำสังจากหน่วยงานของท่าน จึงขอความร่วมมือจากหน่วยงานของท่านโปรดระงับ งดเว้นการบังคับใช้ หรือชะลอการนำคำสั่งดังกล่าว ให้พระมหาอาทิตย์ อิสฺสรญาโณ สละสมณเพศตามที่อ้างถึงไปพลาง ๆ ก่อนจนกว่าศาลปกครองกลาง จะมีคำพิพากษาศาลหรือคำสั่งเป็นอย่างอื่น หากหน่วยงานของท่านยังคงยืนยันที่จะบังคับใช้คำสั่งดังกล่าว อาจถือเป็นการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนสิทธิ และก่อให้เกิดความเสียหายเพิ่มเติม ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้เกี่ยวข้อง ต้องรับผิดตามกฎหมายได้

8. จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้จัดประชุมอนุกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (อพช.) ระดับจังหวัด เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 ที่ประชุมได้หารือกรณีดังกล่าว ที่ประชุมได้มีมติ รับทราบ และมอบฝ่ายเลขานุการ ดำเนินการทำหนังสือให้ประธานอนุกรรมการ อพช. จังหวัดลงนาม ถึงกองบังคับการป้องกัน ปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ เพื่อสอบถามความคืบหน้า เรื่องการตรวจสอบเส้นทางการเงิน ที่ทางเจ้าอาวาสวัดบ้านทุ่งเคล็ดได้ดำเนินการส่งเรื่องไปยังกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริต และประพฤติมิชอบ (ป.ป.ป.) สำหรับประเด็นที่พระมหาอาทิตย์ อิสฺสรญาโณ มีหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัด แจ้งการใช้สิทธิฟ้องคดีต่อศาลปกครองและขอให้งดเว้นการบังคับใช้คำสั่ง หากมีบุคคลหรือหน่วยงานใด มาขอกำลังจากหน่วยงานของท่านขอคาวามร่วมมือจากหน่วยงานไปรตระงับ งดเว้นการบังคับใช้ หรือชะลอ การนำคำสั่งดังกล่าให้พระมหาอาทิตย์ อิสฺสรญาโณ สละสมณเพศตามที่อ้างถึงไปพลาง ๆ ก่อน จนกว่าศาลปกครองกลางจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นอย่างอื่น นั้น หากยังไม่มีคำสั่งศาลให้ทุเลาการบังคับตามคำสั่ง ทางปกครอง ถือว่ายังเป็นคำสังที่ชอบโดยกฎหมาย

9. ทั้งนี้ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้เตรียมพร้อมให้การสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ และอารักขาให้การจัดการสละสมณเพศเป็นไปโดยสงบและเรียบร้อย หากได้รับการแจ้งการเข้าดำเนินการ ของเจ้าคณะผู้ปกครองต่อไป จึงเรียนมาเที่อโปรดทราบ

Leave a Reply