“เจ้าคุณหรรษา” พระเมธีวัชรบัณฑิต ส่งข้อความข้อคิด 3 คำสอนของชีวิตในวันเกษียณบทเรียน “ศ.ดร.วัชระ งามจิตรเจริญ” ฝากลูกศิษย์มาให้อ่านเพื่อเตือนสติ เป็นข้อคิดที่ ดร.วัชร งามจิตรเจริญ พูดไว้ ในงาน “เสวนาวิชาการปรัชญาและศาสนา เพื่อเชิดชูเกียรติงานเกษียณของ ศ.ดร.วัชระ งามจิตรเจริญ ที่ธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์”
“ผู้เขียน” กับ “ดร.วัชระ งามจิตรเจริญ” ความจริงแล้วรู้จักกันแบบ “ผิวเผิน” ท่านเป็น “ศิษย์ร่วมสำนัก” กับพระอาจารย์สอนบาลีของผู้เขียนคือ “อ.ทวีป อินทวิมล”

ทั้ง “ดร.วัชร – อ.ทวีป” เป็นศิษย์วัดใต้ จังหวัดกาญจนบุรีและเป็นศิษย์ที่อยู่ภายใต้การดูแลของ “หลวงพ่อไพบูลย์” อดีตเจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรีด้วยกัน
เป็นการรู้จักเพราะคำบอกเล่าของอาจารย์ทวีป อินทวิมล หลังจาก ดร.วัชระ งามจิตรเจริญ ย้ายมาอยู่ “วัดสีหไกรสร” แถวพรานนก กรุงเทพมหานครเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่า
ดร.วัชระ งามจิตรเจริญ เป็นเพชรเม็ดงามของ “ศิษย์วัดใต้” เรียนเก่ง เป็น “นาคหลวง” สมควรให้พวกเรานำเอาเป็นแบบอย่าง มีความจำเป็นเลิศ เล่าขานถึงขนานว่าท่องพระปาฎิโมกข์ 15 วันได้ คล่องแคล่วแล้ว
ส่วน “ผู้เขียน” เป็นศิษย์ “วัดทุ่งลาดหญ้า” เป็นศิษย์ “หลวงพ่อลำใย” รู้จักกิตติศัพท์ของ “ดร.วัชระ งามจิตรเจริญ” ผ่าน “อ.ทวีป อินทวิมล” ตอนที่ท่านไปเป็น “พระอาจารย์ใหญ่” สอนบาลีวัดทุ่งลาดหญ้า
นั่นคือเหตุการณ์ตอนที่ผู้เขียนยังครอง “สมณเพศ” อยู่ ตอนหลังลาสิกขาแล้ว เจอ “ดร.วัชระ งามจิตรเจริญ” ตามงานต่าง ๆ ใน “มจร” บ้าง ก็ไปสวัสดีทักทายและแนะนำท่านว่าเป็นลูกศิษย์ของเพื่อนท่านและเป็น “ศิษย์วัดทุ่งลาดหญ้า”
จึงรู้จักกันแบบ “ผิวเผิน” ในลักษณะประมาณนี้

สำหรับ 3 คำสอนของชีวิตในวันเกษียณบทเรียน ศ.ดร.วัชระ งามจิตรเจริญฝากเตือนลูกศิษย์ ที่ “เจ้าคุณหรรษา” สรุปส่งมามีดังนี้
1.พอก็คือพอ Enough is enough.
พระพุทธเจ้าตรัสเตือนมา 2,600 ปีมาแล้วว่า แม่น้ำเสมอด้วยตัณหาย่อมไม่มี แม้กระทั่งซาร์ต นักปรัชญาชาวฝรั่งเศสก็ย้ำในประเด็นเดียวกันว่า มนุษย์ คือความปรารถนาที่ไร้ซึ่งความสำเร็จ
หลักคิดและแนวปฏิบัติทั้งสองข้อ คุกกรุ่นอยู่ในกายใจของท่านอาจารย์ในฐานะที่ทำงานทั้งด้านศาสนาและปรัชญามากว่า 30 ปี เห็นการต่อสู้ การฟาดฟัน เห็นรัก เห็นเกลียด เห็นโลภ โกรธ หลง เห็นผิดหวัง สมหวัง เห็นดี เห็นชั่ว ในแวดวงวิชาการ และสังคมโดยรอบ
ท่านอาจารย์จึงย้ำว่า ถึงวันนี้ชีวิตเดินทางมาไกลเกินกว่าที่คาดหวังแล้ว ทุกอย่างจึงเพียงพอแล้วกับการเสาะแสวงหาโลกธรรม คงเหลือแต่ชีวิตในบั้นปลายที่ต้องใช้เวลาไปแสวงหาความสะอาด สงบ และสว่าง ตามเส้นทางที่พระพุทธเจ้าออกแบบเอาไว้ให้พิสูจน์ และสอดรับกับภูมิปัญญาตะวันออกในประเด็นอาศรม 4 บนเส้นทางพรหมจารี คฤหัสถ์ วนปรัสถ์ และสันยาสี

2. ไม่มีเรา องค์กรไม่สามารถเดินต่อไปได้ Without us, organazation can not move on.
หลักคิดและแนวปฏิบัติดังกล่าวข้างต้น กลับใช้มิได้กับท่านอาจารย์ที่มีอายุครบ 65 ปี และเดินทางเข้าสู่วัยเกษียณอย่างงามสง่า และทรงพลัง ท่ามกลางลูกศิษย์ที่ล้อมหน้าล้อมหลัง พร้อมจัดสัมมนาทางวิชาการในประเด็นที่ว่า พุทธศาสนศึกษาจะอยู่ในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร เพื่อส่งท้ายให้ความมั่นใจว่า แม้ท่านอาจารย์จะมิได้อยู่บริหาร พุทธศาสนศึกษาจะต้องเดินทางต่อไปได้ด้วยความราบรื่น
ถึงกระนั้น ภายใต้อุดมการณ์ที่ถูกท่านอาจารย์ปลูกฝังมา ถึงเวลาที่มวลศิษย์ต้องรับไม้ต่อ และพากันขับเคลื่อน หลักสูตรและส่งมอบหลักธรรมคำสอนแก่ชาวโลกต่อไป เพื่อเปิดทางให้ท่านอาจารย์ได้ใช้ชีวิตและลมหายใจที่เหลืออยู่ ค้นหาความหมายของชีวิตอย่างเป็นอิสระ ก่อนจะเดินทางจากโลกนี้ไปอย่างสันติสุข
3.ถึงเวลาตามหาความหมายของนิพพาน It is time to seek the meaning of Nibbana.
ท่านอาจารย์ย้ำด้วยเสียงแผ่วเบาว่า ตลอด 30 กว่าปีที่รับราชการมา สรรพสิ่งที่มุ่งหวังก็ได้สมปรารถนาแล้ว แต่เสียใจบ้างก็ตรงที่คู่ชีวิตได้มาด่วนจากไปก่อนถึงวันนี้ ถึงกระนั้น ชีวิตก็ต้อง Move on ต่อไป เพื่อตามหาความหมายที่แท้ของคำว่า “นิพพาน” ให้สอดรับกับผลงานทางวรรณกรรมทรงค่าที่ท่านได้รจนาขึ้นภายใต้ชื่อว่า “ความเป็นอนัตตาของนิพพาน” ซึ่งชีวิตในช่วงหลังนี้ ท่านอาจารย์ก็พูดถึงการปฏิบัติเพื่อมุ่งนิพพานอยู่เนืองๆ
การถอดบทเรียนชีวิตที่ท่านอาจารย์ศาสตราจารย์ ดร.วัชระ งามจิตรเจริญ ได้เผชิญหน้ามากว่า 30 ปี แล้วนำมาเตือนลูกศิษย์นั้น นับเป็นธรรมบรรณาการอันล้ำค่าที่ท่านอาจารย์ได้ส่งมอบให้ลูกศิษย์ทุกรูปคนที่เดินทางมาร่วมงานที่จัดโดยคณะศิลปศาสตร์ ธรรมศาสตร์ พร้อมทั้งคณาจารย์ สาขาพุทธศาสนศึกษา และมวลศิษย์..



Leave a Reply