“ผู้เขียน” ได้รับคำชวนจาก “หลวงพี่สนิทวงศ์” โฆษกแห่งวัดพระธรรมกาย ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่นปริญญาเอกสันติศึกษา “มจร” ให้ไปร่วมงาน “บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ” ที่เมืองสะเทิม รัฐมอญ ประเทศเมียนมา
ความจริงการเดินทางครั้งนี้ผู้เขียนนอกจากไปร่วมงานดังคำชวนของ “หลวงพี่สนิทวงศ์” แล้ว เป้าหมายอีกประการหนึ่งคือ ไปติดต่อและสำรวจ “สำนักเรียนบาลีมอญ” เพื่อไปร่วมทอดกฐินและสมทบทุนการศึกษาบาลี ตามเจตนารมย์ของ “คณะสงฆ์วัดอรุณราชวราราม” และ “พระพรหมวัชรเมธี” รวมทั้ง “รองเจ้าอาวาสรูปใหม่” พระราชวชิรรัตนาภรณ์ หรือ “เจ้าคุณชุมพร” ที่เป็นสารตั้งต้นให้ผู้เขียนในฐานะศิษย์เก่าวัดอรุณราชวรามเป็นตัวแทนไปทอดกฐินสนับสนุนทุนการศึกษาแก่ สำนักเรียนบาลีมอญ จำนวน 5 วัด ในย่างกุ้งและรัฐมอญ ประเทศเมียนมา

“ผู้เขียน” พยายามค้นหาข้อมูล “พระสงฆ์” ในพม่าว่ามี “นิกาย” และ “ระบบการปกครอง” อย่างไร
ไปเจอ “งานวิจัย” พระพุทธศาสนาในประเทศพม่า : นิกาย การปกครอง และสมณศักดิ์ ซึ่งมีผู้เขียน ประกอบด้วย มัลลิกา ภูมะธน, ดิเรก ด้วงลอย , วรพจน์ วิเศษศิริ และ พระปลัดระพิน พุทธิสาโร
เป็นงาน “วิจัย” ที่น่าสนใจ เพราะยังน้อยให้รู้ว่า คณะสงฆ์พม่ามีกี่นิกายและมีการปกครองอย่างไร
“คณะผู้วิจัย” บอกว่า คือ การปกครองคณะสงฆ์พม่า มีสภาสังฆนายก มีสมาชิกที่เป็นพระสงฆ์จากนิกายต่าง ๆ 47 รูป ได้มาจากการเลือกตั้งจากวัดทั่วประเทศ การปกครองระดับล่างเป็นไปตามสายนิกาย
“สังฆนายก” คือ ผู้นำสงฆ์สูงสุดคือคณะสงฆ์พม่า เหมือนกับ “พระสังฆราช” ประเทศไทย
เพียงแต่ “สังฆนายก” ใช้กับ “คณะสงฆ์” ในประเทศที่ไม่มี “พระมหากษัตริย์” เช่น ลาว ศรีลังกา เป็นต้น
ส่วน “พระสังฆราช” มักใช้คำกับประเทศที่มีระบอบการปกครองที่มี พระมหากษัตริย์ เช่น กัมพูชา และไทย
สำหรับนิกายพระสงฆ์ในประเทศพม่า ประกอบด้วย 9 นิกาย ได้แก่
1) นิกายสุธัมมา เป็นนิกายใหญ่ที่มีประชากรพระภิกษุสงฆ์อยู่ประมาณ 90 เปอร์เซ็นทั่วประเทศ ของพระภิกษุสงฆ์ที่จำนวนประมาณ 500,000 รูป มีวัดทั่ว ประเทศตามสถิตที่ปรากฏล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 56,492 วัด
2) นิกายชเวจะเย้น ก่อตั้งขึ้นในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 โดยพระสงฆ์เจ้าอาวาสในหมู่บ้านที่แยกตัวออกจากนิกายสุธัมมาในรัชสมัยของกษัตริย์มินดง ในช่วงปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาให้บริสุทธิ์ และเที่ยงตรงตามพระธรรมวินัย
3) นิกายมหาทวาระ ผู้ก่อกำเนิดนิกายนี้ก่อตั้งโดย ออกโป สยาดอ ใน ค.ศ.1855 ที่ชื่นชมแนวทางการปฏิรูปพระพุทธศาสนาในศรีลังกา แยกออกมาจากนิกายสุธัมมา
4) นิกายมูละทวาระ ตั้งโด ย IngapuSayadaw หลังการมรณภาพของของ ออกโป สยาดอ โดยการนำรูปแบบของนิกายมหาทวาระ มาประยุกต์ปรับปรุงใช้เกิดขึ้นในปี ค.ศ.1918
5) นิกายอะโน๊กช้อง ทวาระ นิกายดังกล่าวแยกออกมาจากนิกาย นิกายมหาทวาระในช่วง OkpoSayadawที่ยังมีชีวิตอยู่ เกิดขึ้นใน ค.ศ.1900
6) นิกายเวฬุวน ก่อตั้งโดยเวฬุวัน สยาดอ อู ปุณตะวันทา โดยก่อตั้งอย่างเป็นเอกเทศตั้งแต่ ค.ศ 1919
7) นิกายจะตุธัมมิกมหาสติปัฏฐานแหงดต้วน ก่อตั้งโดยแหงดต้วน สยาดอ ในปี ค.ศ.1831-1910ในมัณฑเลย์เป็นนิกายที่เน้นความเรียบง่ายมีแนวคิดปฏิเสธการวางของบูชา มีความเคร่งครัดในพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา ปฏิเสธทุกพิธีกรรมที่ไม่เกี่ยวกับพุทธศาสนา
8) นิกายคณะวิมุตติ กะโด ก่อตั้งโดย Pitakattaik KyaungSayadaw U Indavamsa (ค.ศ.1831-1917) เกิดขึ้นภายใต้การรองขอของคณะวิมุตติ ใน ค.ศ.1896
9) นิกายธัมมยุตติกะ หรือ “นิกายมหาเย็น” ก่อตั้งโดยพระมหายิน สยาดอ หรือ พระไตรสรณธัช (พ.ศ. 2450-2460) จาก ประเทศไทย โดยท่านมีนามเดิมว่า “เย็น” เป็นชาวมอญเกิดในเมืองไทยที่บ้านคลองครุ ตำบลท่าทราย อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร รับการศึกษาภาษามอญและไทยชั้นต้นที่วัดคลองครุ อุปสมบทที่วัดบวรนิเวศวิหาร มีสมเด็จพระมหาสมณะเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ สอบได้เปรียญธรรม 5 ประโยค มีความเชี่ยวชาญภาษามอญและบาลีเป็นอย่างดีพระไตรสรณธัช (เย็น) เป็นผู้มีความรู้ในทางธรรมแตกฉาน มีลูกศิษย์ลูกหาเคารพนับถือมากมาย และเป็นผู้นำ ธรรมยุติกนิกาย ไปเผยแพร่ยังวัดในเมืองมอญ ประเทศพม่า
ปัจจุบัน “นิกายมหาเย็น” มีพระภิกษุประมาณ 1,000 รูป 100 วัด ยังยึดถือรูปแบบดั่ง “นิกายธรรมยุต” ในประเทศไทย

“ผู้เขียน” เคยฟังพระดำรัสของ “สมเด็จพระสังฆราช” องค์ปัจจุบัน ตอนพาคณะสงฆ์มอญเข้าเฝ้าว่า พระองค์เคยเสด็จไปเยี่ยมนิกายมหาเย็นประมาณเมื่อปี 2493 ตอนนั้นไปกับคณะธรรมยุตชุดใหญ่ เดินทางโดยรถไฟจากเมืองย่างกุ้งไปยังเมืองเมาะละเหม่ง ก็เป็นที่ประทับใจมาก พระองค์บอกต่อว่าปัจจุบันอยากไปอีก อยากไปดูการศึกษาของนิกายมหาเย็นและสานสัมพันธ์ดังครูบาอาจารย์ได้ทำสืบทอดกันเอาไว้ แต่ร่างกายไม่ไหวแล้ว
ส่วน “รามัญนิกาย” ซึ่งเป็นคณะสงฆ์มอญในประเทศพม่า ส่วนใหญ่อยู่ในรัฐมอญ และเมืองย่างกุ้ง สังกัดใน “นิกายสุธัมมา” แม้ทางการพม่าจะไม่รับรอง แต่คณะสงฆ์มอญก็ถือว่าตนเองเป็น “คณะรามัญนิกาย” ปัจจุบันมีประมาณ 10,000 รูป มีวัตรปฎิบัติแบบฉบับของตนเอง มีระบบการเรียนภาษาบาลีและเปิดสนามสอบบาลีด้วยภาษามอญ ที่ทางรัฐบาลพม่ารับรอง เพียงชาติพันธุ์เดียวในประเทศพม่า เนื่องจากเป็น “ชาติพันธุ์เก่าแก่”

Leave a Reply