การเดินทางไปพม่าระหว่างวันที่ 23-26 กรกฏาคม 2569 ที่ผ่านมาหมาด ๆ นี้ ทำให้รู้ว่า “วัดพระธรรมกาย” สร้างความสัมพันธ์กับคณะสงฆ์พม่า มาอันยาวนานมากกว่า 20 ปี โดยผ่านพระภิกษุรูปหนึ่ง ที่ไม่มี “ตำแหน่ง” ทางปกครองคณะสงฆ์ ไม่มี “สมณศักดิ์”
แต่ท่านมี “หัวใจ” แห่งความเป็น “สมณทูต” อย่างแท้จริง แน่วแน่ “มุ่งมั่น” ถวายอกอุทิศตนเพื่อพระพุทธศาสนาและคณะสงฆ์อย่างแท้จริง
“หลวงตาอี๊ด” ในวัย 77 ปี เป็นพระภิกษุอารมณ์ดี คุยสนุก เดินคล่องแคล่วมั่นคง ไม่ต้องมีคนคอย “พยุง” ประคองแขนให้ดูเสมือน “ผู้ป่วยเตียง”

“ผู้เขียน” ถามท่านว่าอะไรคือ “แรงจูงใจ” อยากมาพม่าและอะไรคือ “แรงบันดาลใจ” ในการสร้างความสัมพันธ์กับคณะสงฆ์พม่า และทำมาแล้วกว่า 20 ปี
“หลวงตาอี๊ด” เล่าว่ามาจากการฟังเพลง “ผู้ชนะสิบทิศ” ของ “ชรินทร์ นันทนาคร” จึงมีแรงจูงใจ และเป็นแรงบันดาลใจ “สำคัญ” อยากมาเที่ยวพม่า และเชื่อมสัมพันธ์กับคณะสงฆ์พม่า
แต่เหลือกว่าสิ่งใด คือ “หลวงพ่อชัมมชโย” ท่าน “สนับสนุน” ให้สร้าง “ศาสนสัมพันธ์” กับคณะสงฆ์พม่าใน..ทุกมิติ เช่น ทำบุญตักบาตร บวชศาสนทายาท นิมนต์พระเถระผู้ใหญ่พม่ามาร่วมงานกับวัดพระธรรมกาย
“ส่วนการเดินทางมาพม่าคราวนี้คือการถวาย “เทียนพรรษา” ผ้าไตรจีวร 70 กว่าวัดทั่วพม่า เพื่ออนุรักษ์ประเพณีแบบเก่าเอาไว้ และตอนออกพรรษาก็จะเดิน “ทอดกฐิน” วัดในพม่าอีกหลายสิบวัดเช่นกัน..”

“หลวงพี่สนิทวงศ์” หรือ พระครูสมุห์สนิทวงศ์ วุฑฺฒิวํโส โฆษกวัดพระธรรมกาย เล่าเพิ่มเติมว่า “หลวงพี่อี๊ด” คือกำลังสำคัญของ “วัดพระธรรมกาย” ในพม่า ท่านเดินทางไปทางไปทั่วพม่า เช่น “รัฐฉาน” เมืองสกาย มัณฑะเลย์ ทวาย หรือแม้กระทั้ง “รัฐมอญ” ท่านจึงมีความสนิทสนมกับ “พระผู้ใหญ่” และ “นักธุรกิจ” ในพม่า จำนวนมาก ตอนแผ่นดินไหวในเมืองมัณฑะเลย์ ก็ได้ท่านเป็นคนประสานวัดพระธรรมกายจึงนำสิ่งของมาช่วยเหลือวัดและญาติโยมที่ประสบภัยได้ด้ งานตักบาตรหลายครั้งทั้งในทวาย มัณฑะเลย์ ในพม่าก็ได้หลางพี่อี๊ดนี่แหละเป็นคนประสาน หรือแม้กระทั้งงานถวายเทียนเข้าพรรษา ทอดกฐินวัดในพม่า ก็ได้ท่านเช่นกันเป็นกำลังหลัก..

“ผู้เขียน” สังเกตการณ์ทำงานของ “วัดพระธรรมกาย” นอกจากมี “พระภิกษุ” เป็น “แกนนำ” สำคัญแล้ว “กัลยาณมิตร” ที่เป็น “ฆราวาส” ทั้งคนพม่าและคนไทยที่เป็นฝ่าย “สนับสนุน” มีบทบาทไม่แพ้กัน
“ผู้เขียน” เดินทางไปพม่าคราวนี้มีความประทับใจในน้ำใจกัลยาณมิตรที่เป็น “ฆราวาส” ต้อนรับดูแล “จัดแจง” ให้คณะที่เดินทาง..ไม่มีสิ่งใดให้ตำหนิ!!
ทำงานกันเป็น “ทีม” ประสานกับคณะสงฆ์พม่าและเจ้าภาพอย่าง “ลงตัว”
และเท่าที่ฟังทั้ง “พระและกัลยาณมิตร” ทุกคนมุ่งมั่น “ก้มหน้า” ทำงานเพื่อคณะสงฆ์และพระพุทธ
ศาสนาโดยไม่หวั่นไหวต่อสิ่งใด ๆ และต่างก็ยึดมั่นในคำสอน “หลวงพ่อธัมมชโย” ที่สอนไว้ว่า
พุทธบุตรต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน เหมือนดวงตะวันที่มีดวงเดียว..


Leave a Reply