ถนนพระทำ?

วันที่ 27 กรกฏาคม 2569  พระปัญญาวชิรโมลี หรือ “เจ้าคุณโซล่าเซล์” เจ้าอาวาสวัดป่าศรีแสงธรรม อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี  พระภิกษุนักสังคมสงเคราะห์ชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความว่าว “ถนนพระทำ”  พูดคุยกันหลายคำ แต่มีประโยคหนึ่งที่ยังจำได้ไม่ลืม

“ถ้ามีเงินสักร้อยล้าน พันล้าน ทหารตัดถนนไปทางไหน จะเทคอนกรีตให้หมด” เป็นคำพูดที่ฟังแล้วสะท้อนใจ

ความจริงไม่ได้อยากสร้างถนนหรูหรา เพียงแต่อยากให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน ได้มีเส้นทางที่ปลอดภัย โดยเฉพาะช่วงหน้าฝน ที่บางแห่งโคลนลึกถึงเข่า รถเข้าออกแทบไม่ได้

วันนี้…เรายังไม่มีงบประมาณเช่นนั้น

แม้แต่เฉพาะจุดที่จำเป็นที่สุด คือทางขึ้นเนินชันเพียง 3 จุด ก็ยังต้องใช้คอนกรีตรวมประมาณ 800 ลูกบาศก์เมตร คิดเป็นงบประมาณเกือบ 2 ล้านบาท (คิวละ 2,400 บาท) ซึ่งก็ยังเป็นเรื่องที่ต้องค่อย ๆ ช่วยกัน

เมื่อยังทำคอนกรีตทั้งสายไม่ได้ จึงใช้วิธีที่พอมีกำลังทำได้ก่อน คือ ถนนพระทำ นำหินคลุกผสมซีเมนต์ บดอัดให้แน่น เพื่อให้รถผ่านได้ ลดโคลน ลดการติดหล่ม และยืดอายุการใช้งานของเส้นทาง

เมื่อวานนี้ก็ “ใจใหญ่” อยู่เหมือนกัน นำรถแบ็กโฮของวัดไปประจำให้เจ้าหน้าที่ใช้เปิดทางและปรับปรุงถนน พร้อมติดธงธรรมจักรไว้เป็นสัญลักษณ์ว่า…

นี่คือเส้นทางที่เกิดจากศรัทธาของผู้คน

ท่าน สส. พูดขึ้นมาว่า

“อยากให้เศรษฐีหมื่นล้านได้มาเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้ง เผื่อจะเกิดแรงบันดาลใจอยากร่วมสร้างประโยชน์ให้แผ่นดิน”

อาตมาก็ได้แต่ยิ้ม

เพราะเชื่อว่า…

บุญไม่ได้วัดกันที่ฐานะ แต่เริ่มต้นจากหัวใจที่อยากเห็นบ้านเมืองและผู้เสียสละมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ใครมีกำลังมากก็ช่วยมาก ใครมีกำลังน้อยก็ช่วยน้อย

 

ทุกแรงศรัทธา ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของ “ถนนพระทำ” ที่กำลังเชื่อมความเมตตาของผู้คน ไปสู่ผู้ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ปกป้องแผ่นดินไทย

และก่อนหน้านั้น “เจ้าคุณโซล่าเซลล์” ได้โพสต์เกี่ยวกับ “ถนนพระทำ” ว่า

ระยะทางกว่า 1,000 เมตร ที่ได้รับการปรับปรุงด้วยการใช้หินคลุกผสมปูนซีเมนต์ บดอัดให้แน่น เพื่อให้สามารถสัญจรได้สะดวกยิ่งขึ้น ทั้งสำหรับกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ใช้เส้นทางร่วมกัน

งานในจุดแรกของพื้นที่ชายแดน อำเภอกันทรลักษณ์ ใช้เวลาดำเนินการเพียง 4 วัน ก็แล้วเสร็จ จากเดิมที่ได้รับข้อมูลว่าจุดวิกฤตมีเพียงประมาณ 200 เมตร แต่เมื่อสำรวจหน้างานจริง พบว่าพื้นที่เสียหายมีมากกว่าที่คาด จึงปรับแผนและขยายการดำเนินงานจนสามารถปรับปรุงเส้นทางได้ยาวกว่า 1,000 เมตร

ก่อนดำเนินงาน ได้หารือร่วมกับผู้บังคับบัญชาที่รับผิดชอบพื้นที่ ทั้งผู้บังคับการและผู้บังคับหน่วย เพื่อประเมินความจำเป็นและกำหนดแนวทางที่เหมาะสมที่สุด ภายใต้งบประมาณที่มี เป้าหมายสำคัญคือช่วยให้การปฏิบัติภารกิจและการดูแลพื้นที่ชายแดนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

หลายท่านอาจสังเกตว่าถนนสายนี้มีความกว้างประมาณ 4 เมตร ไม่ใช่ 8 เมตร เช่นถนนมาตรฐานของหน่วยทหารช่าง ทั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ งบประมาณ และความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อให้สามารถขยายระยะทางที่ได้รับการปรับปรุงได้มากที่สุด เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่เห็นว่าถนนในลักษณะนี้สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้เป็นอย่างดี และยังสามารถต่อยอดพัฒนาในอนาคต หากมีโครงการสร้างเขื่อน ฝายน้ำล้น หรือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติม

จากจุดแรกแล้วเสร็จ ขณะนี้กำลังเตรียมดำเนินงานใน จุดที่สอง โดยอยู่ระหว่างตรวจสอบสภาพดินและความหนาของชั้นหิน เพื่อประเมินว่าจะต้องเพิ่มความแข็งแรงหรือขยายระยะทางจากแผนเดิมประมาณ 500 เมตรหรือไม่ พร้อมทั้งเตรียมเสริมความมั่นคงของบังเกอร์และที่กำบัง เพื่อให้กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่มีความปลอดภัยและอุ่นใจมากยิ่งขึ้น

งานพัฒนาพื้นที่ชายแดนยังมีอีกหลายส่วนที่ต้องดำเนินการ และยังต้องใช้งบประมาณอีกพอสมควร หากท่านใดมีจิตศรัทธาประสงค์ร่วมสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นวัสดุ อุปกรณ์ หรือปัจจัยในการดำเนินงาน ก็สามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาพื้นที่แห่งนี้ได้ตามกำลังศรัทธา

ถนนสายนี้ไม่ได้เป็นเพียงเส้นทางคมนาคม แต่เป็นเส้นทางแห่งกำลังใจ ที่เชื่อมโยงผู้เสียสละในแนวหน้า กับพลังศรัทธาของผู้คนในแนวหลัง เพื่อร่วมกันดูแลผืนแผ่นดินไทยให้มั่นคงต่อไป

Leave a Reply