คำศัพท์ “พระวินยาธิการ” หรือ “ตำรวจพระ” เป็นคำใหม่ที่ใช้เรียกพระภิกษุผู้ได้รับแต่งตั้งจากเจ้าคณะจังหวัดให้มีหน้าที่ช่วยเหลือด้านการปกครองคณะสงฆ์ในจังหวัดโดยเฉพาะหน้าที่เกี่ยวกับความเรียบร้อยด้านการปฏิบัติวินัยของพระภิกษุสามเณร พระวินยาธิการ มีหน้าที่แนะนำ ตักเตือนชี้แจงระเบียบปฏิบัติแก่พระภิกษุสามเณรที่ประพฤติไม่เรียบร้อย และหากไม่ปฏิบัติตามหรือทำผิดก็นำตัวส่งเจ้าคณะผู้รับผิดชอบหรือเจ้าหน้าที่บ้านเมืองให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่
ในอดีต “พระวินยาธิการ” เป็นองค์กรที่เกิดขึ้นด้วย “จิตอาสา” จากพระภิกษุกลุ่มหนึ่งที่มีความห่วงใยต่อสถานการณ์คณะสงฆ์โดยเฉพาะปัญหาพระนอกรีต และพระปลอมเข้ามาบวช โดยเฉพาะเรื่องการเรี่ยไร บิณฑบาตผิดวินัย หรือพักแรมในที่อโคจร และทั้งในอดีต “พระวินยาธิการ” ไม่มีกฎหมายหรือระเบียบอะไรรองรับกลายเป็น “องค์กรเถื่อน”

เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2562 สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประธานกรรมการมหาเถรสมาคมได้ลงนามประกาศใช้ระเบียบมหาเถรสมาคมว่าด้วยพระวินยาธิการ
สาระสำคัญสำคัญของระเบียบนี้ กำหนดหน้าที่พระวินยาธิการมีหน้าที่ สอดส่องดูแล แนะนำ และระงับอธิกรณ์ (เรื่องราวที่เกิดขึ้น) เพื่อป้องกันไม่ให้พระภิกษุสามเณรประพฤติตนไม่เหมาะสมตามพระธรรมวินัย กฎมหาเถรสมาคม และกฎหมายบ้านเมือง
อำนาจหน้าที่:ตรวจตราและแนะนำตักเตือนภิกษุสามเณรที่ประพฤติผิดหากพบการกระทำความผิด สามารถจับกุมตัวส่งเจ้าคณะผู้รับผิดชอบหรือเจ้าหน้าที่บ้านเมืองดำเนินการต่อไป
ข้อจำกัดในการดำเนินงาน ไม่ได้รับอำนาจในการตัดสินให้สละสมณเพศ (สึก) ด้วยตนเอง แต่ต้องรายงานผู้ปกครองคณะสงฆ์
ปัจจุบันมีการจัดตั้งศูนย์พระวินยาธิการประจำจังหวัด/เขตเพื่อให้การทำงานร่วมกับตำรวจและเจ้าหน้าที่บ้านเมืองมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ระะเบียบพระวินยาธิการนี้เกิดขึ้นเพื่อมุ่งเน้นการรักษาความเรียบร้อยและความศรัทธาของพุทธศาสนิกชนเป็นสำคัญ
สาระสำคัญของระเบียบมหาเถรสมาคมว่าด้วยพระวินยาธิการ พ.ศ. 2562 นี้ ระบุว่า ออกตามความในมาตรา 15 ตรีแห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535
เหตุผลสำคัญที่จำต้องออกระเบียบพระวินยาธิการ เนื่องด้วยการปฎิบัติหน้าที่ของพระวินยาธิการปัจุจุบัน ยังไม่มีบทบัญญัติรองรับที่ชัดเจน ดังนั้น เพื่อให้การปฎิบัติหน้าที่ของพระวินยาธิการเกิดความเรียบร้อยดีงาม ตามเจตนารมณ์แห่งการรักษาหลักพระธรรมวินัยและกฎหมาย จึงจำต้องออกระเบียบนี้

เนื้อหาหลัก ๆ ของระเบียบพระวินยาธิการ แบ่งออกเป็น 6 หมวด 28 ข้อ เช่น คณะกรรมการเจ้าคณะใหญ่ เป็นประธาน ไล่ลงไปจนถึงจังหวัด ซึ่งเจ้าคณะจังหวัดเป็นประธาน พร้อมทั้งเจ้าคณะอำเภอในจังหวัดอีกไม่เกิน 5 รูป ผู้ทรงคุณวุฒิ ร่วมเป็นคณะกรรมการ และจะต้องจัดตั้งศูนย์พระวินยาธิการประจำจังหวัด และตำบลหนึ่งให้มีพระวินยาธิการจำนวน 2 รูป โดย ได้รับเงินอุดหนุนรูปละ 2,000 พันบาทต่อปี
คุณสมบัติสำคัญคือ ต้องเป็นพระสังฆาธิการ เป็นเปรียญหรือมีความรู้นักธรรมเอก อำนาจหน้าที่ คือ ตรวจตรา แนะนำ ชี้แจง ช่วยเหลือเจ้าพนักงานในการสืบสวน สอบสวนแล้วแต่กรณี หากเจอพระภิกษุสามเณร ไม่ยินยอมขออารักขาต่อพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจได้ เป็นต้น..
บทบาท “พระวินยาธิการ” หรือ “ตำรวจพระ” ตลอดระยะเวลา 6-7 ปีที่ผ่านมา ยังไม่มีผลงานอะไรเป็นที่..ประจักษ์
ปัญหาพระนอกรีต ประพฤติผิดพระธรรมวินัย เสพยาเสพติด บิณฑบาตรเวียนและล่วงเวลา ก็ยังไม่บันเทาลง กลับมีข่าวปรากฎอยู่หน้าสื่อหลักแทบทุกวัน
ส่วนหนึ่งอาจเป็นไปได้ว่า “พระภิกษุ” ที่ได้รับแต่งตั้งตำบลละ 2 รูป มีศาสนกิจ “ทับซ้อน” บางรูปเป็นทั้งเลขาอำเภอ หรือ เจ้าคณะตำบล
ขณะมองไปที่ “ศักยภาพ-คุณภาพ” องค์ความรู้ด้าน “พระวินัย” และ “กฎหมาย” ของพระวินยาธิการบางรูป ก็ยังไม่มี ผนวกกับเวลาลงพื้นที่ทุกอย่างต้องใช้เงิน ทั้งค่าคนขับรถ ค่าน้ำมัน และอาจต้องอำนวยความสะดวกให้กับหน่วยงานในพื้นที่ เช่น ตำรวจ ฝ่ายปกครอง เป็นต้น
และที่สำคัญสุด แม้เจอ “ข้อร้องเรียน” ลูบหน้าปะจมูก จะทำอะไรให้เด็ดขาดหรือจริงจังไม่ได้ เพราะเกรงว่าจะไปกระทบกระเทือนคนใกล้ชิดหรือพวกพ้องของตนเอง
และยิ่งข้อร้องเรียนเป็น “พระเถระผู้ใหญ่” องค์กร “พระวินยาธิการยิ่งไม่กล้าหือ!!
สิ่งเหล่านี้คือปมปัญหาของ “ตำรวจพระ” ระเบียบที่ประกาศออกมาจึงเป็นเพียงกระดาษเปล่า
ไม่สามารถกอบกู้แต่ภาพลักษณ์คณะสงฆ์ที่ตกต่ำลงได้
เพจ งานพระศาสนา เพื่อบุญกิจ ได้สรุปสาระสำคัญของระเบียบดังกล่าวไว้ดังนี้ “ตำรวจพระ” คือใคร? ทำหน้าที่อะไร? ใครเป็นได้?
หลายคนได้ยินคำว่า “ตำรวจพระ” แล้วอาจเข้าใจว่าเป็นตำรวจที่บวชเป็นพระ หรือเป็นพระที่มีอำนาจจับกุม แต่ในความเป็นจริง “ตำรวจพระ” เป็นคำเรียกโดยทั่วไปของเจ้าหน้าที่ฝ่ายคณะสงฆ์ที่ทำหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยในกิจการพระพุทธศาสนา มิใช่ตำรวจตามกฎหมายบ้านเมือง
ตำรวจพระ คืออะไร?
“ตำรวจพระ” เป็นคำเรียกที่ใช้กันทั่วไป หมายถึง
✅เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองคณะสงฆ์
✅ พระสงฆ์ผู้ได้รับมอบหมายให้ตรวจตรา ดูแล และรักษาพระวินัย
✅ ผู้ช่วยเจ้าคณะในการกำกับดูแลพระภิกษุสามเณรในเขตปกครอง
โดยในทางราชการคณะสงฆ์มักเรียกว่า
🔹 พระวินยาธิการ
ซึ่งได้รับแต่งตั้งจากเจ้าคณะผู้ปกครองตามระเบียบของคณะสงฆ์
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
หน้าที่ของตำรวจพระ
1. ตรวจสอบพระที่ประพฤติไม่เหมาะสม
-สอดส่องดูแลพระภิกษุสามเณรให้ปฏิบัติตามพระธรรมวินัย
2. รับเรื่องร้องเรียน
-รับแจ้งเหตุจากประชาชนเกี่ยวกับพระสงฆ์ที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม
3. ตรวจสอบข้อเท็จจริง
-สอบถาม รวบรวมข้อมูล และรายงานเจ้าคณะผู้ปกครอง
4. ร่วมดำเนินการทางพระวินัย
-ช่วยเจ้าคณะดำเนินการตามพระธรรมวินัยและกฎมหาเถรสมาคม
5. คุ้มครองพระพุทธศาสนา
ป้องกันผู้แอบอ้างเป็นพระ หรือผู้กระทำการที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่พระศาสนา
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
ใครเป็นตำรวจพระได้?
โดยทั่วไปต้องเป็นพระภิกษุที่มีความประพฤติดี มีความรู้ด้านพระธรรมวินัย ได้รับความไว้วางใจจากเจ้าคณะผู้ปกครองได้รับการแต่งตั้งอย่างถูกต้องตามระเบียบคณะสงฆ์
บางพื้นที่อาจมี
👮 เจ้าหน้าที่บ้านเมือง
🤝 สำนักงานพระพุทธศาสนา
👮♂️ ตำรวจฝ่ายปกครอง
ร่วมประสานงานกับพระวินยาธิการในการปฏิบัติหน้าที่
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
⚠️ ตำรวจพระจับกุมคนได้หรือไม่?
❌ จับกุมประชาชนไม่ได้
❌ ไม่มีอำนาจเหมือนตำรวจของรัฐ
✅ มีหน้าที่ตรวจสอบและรายงานต่อเจ้าคณะผู้ปกครอง
✅ ประสานงานกับตำรวจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อมีคดีทางกฎหมาย
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
📖 หลักการในพระวินัย
พระพุทธเจ้าทรงวางหลักให้คณะสงฆ์ช่วยกันดูแลพระศาสนา “ภิกษุทั้งหลาย เมื่อเห็นภิกษุทำผิดธรรมวินัย พึงว่ากล่าว ตักเตือน และทำสังฆกรรมตามพระวินัย” จึงเป็นที่มาของการมีผู้ทำหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยของคณะสงฆ์ในแต่ละยุคสมัย
สรุปสั้น ๆ
🚔 ตำรวจพระ = พระวินยาธิการ
📌 ทำหน้าที่ตรวจตรา ดูแล และรักษาพระธรรมวินัย
📌 รับเรื่องร้องเรียนและตรวจสอบพฤติกรรมพระสงฆ์
📌 ไม่มีอำนาจจับกุมเหมือนตำรวจบ้านเมือง
📌 ต้องเป็นพระภิกษุที่ได้รับการแต่งตั้งจากเจ้าคณะผู้ปกครอง
🙏 มีหน้าที่สำคัญในการช่วยรักษาความมั่นคงและความน่าเลื่อมใสของพระพุทธศาสนา
จำนวนผู้ชม : 735
More Articles
By the same author
Related Articles
From the same category
Leave a Reply