๗ สุดยอดเครื่องรางของขลังในสมัยอยุธยา

หากกล่าวถึง เครื่องราง คือ ของที่นับถือว่าป้องกันอันตราย ยิงไม่ออก ฟันไม่เข้า เช่น ตระกรุด ผ้ายันต์ เหล็กไหล เครื่องรางถือเป็นวัตถุมงคลประเภทหนึ่ง ของขลัง คือของที่ถือว่าศักดิ์สิทธิ์ มีพลังหรืออำนาจที่อาจบันดาลให้เป็นไป หรืออาจบันดาลสิ่งที่ต้องประสงค์สำเร็จได้ สองคำนี้มักนิยมใช้คู่กันเป็นเครื่องรางของขลัง วันนี้ได้นำเรื่องราวของ ๗ สุดยอดเครื่องรางของขลังในสมัยอยุธยา นำมาใหเทุกท่านได้อ่านศึกษา ไปชมกันเลย

เครื่องรางของขลังอยู่คู่กับสังคมไทยมาเนิ่นนานตั้งแต่สมัยอยุธยา หากแต่ในสมัยอยุธยามาถึงธนบุรีนั้นยังไม่มีประเพณีหรือความนิยมในการนำพระเครื่องมาห้อยคอหรือใช้เป็นเครื่องรางของขลัง ประเพณีห้อยพระเครื่องเกิดขึ้นสมัยสมัยรัตนโกสินทร์นับแต่มีการติดต่อกับชาติตะวันตกเป็นต้นมาและนี่คือ ๗ สุดยอดเครื่องรางของขลังที่นิยมมากที่สุดในสมัยอยุธยา

๑. ตะกรุด ทำจากแผ่นโลหะบางรูปสี่เหลี่ยมเช่น ทอง เงิน นาก ทองแดง หรือใบลานและกระดาษสาลงเลขยันต์ คาถาอาคม เช่นเดียวกับลงผืนผ้าเพื่อทำประเจียด แล้วม้วนให้กลมตรงกลางเว้นช่องว่างสำหรับใช้สายเชือกร้อยสำหรับคาดบั้นเอว คล้องคอหรือคาดไว้ที่ต้นแขน ศักดิ์สิทธิ์ ดีในทางแคล้วคลาด คงกระพันชาตรี ป้องกันภยันตราย รวมทั้งด้านเมตตามหานิยม

๒. ผ้าประเจียด ประเจียดแต่ดั้งเดิมเป็นผ้าผืนสามเหลี่ยมซึ่งมีอักขระเลขยันต์ เพื่อให้เกิดความคงกะพันชาตรี แคล้วคลาด มหาอุด ฯลฯ บางครั้งจะมียันต์ไชยามพวานหรือยันต์พระอิสาณเชิญธงในผ้าประเจียด แต่โดยทั่วไปประเจียดก็ถักขึ้นจากสายสิญจน์หรือผ้าดิบที่ผ่านการปลุกเสกเท่านั้น ใช้ผูกคอหรือต้นแขน

๓. มงคล มงคลทำด้วยสายสิญจ์หรือผ้าดิบที่เกจิอาจารย์เป็นผู้เขียน อักขระหัวใจมนตร์คาถาและเลขยันต์แล้วถักหรือม้วนพันด้วยด้าย ห่อหุ้มด้วยผ้าซึ่งผ่านพิธีกรรมจากครูบาอาจารย์ผู้ทรงวิทยาคม ทำเป็นวงสำหรับสวมศีรษะโดยรวบเป็นหางยาวไว้ข้างหลัง มงคลถือเป็นเครื่องรางให้สิริมงคลและคุ้มกันอันตราย

๔. ปลัดขิก ปลัดขิกหรือขุนเพ็ดจัดเป็นเครื่องรางของขลังที่ได้รับความนิยมอีกอย่างหนึ่งของคนไทย ปลัดขิกส่วนมากแกะสลักมาจากไม้ที่เชื่อกันว่าเป็นไม้มงคลหรือบางทีอาจทำจาก หิน ทองเหลือง ทองแดง กัลปังหา เขา งา เขี้ยว ของสัตว์ แกะสลักเป็นรูปร่างเหมือนอวัยวะเพศชายแต่ไม่มีหนังหุ้มปลายอวัยวะ มีขนาดต่างๆกัน และยาวพอเหมาะกับขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง

เมื่อทำการแกะสลักแล้วก่อนนำมาบูชาเป็นเครื่องรางของขลังจะต้องทำการปลุกเสกโดยผู้มีความรู้ด้านไสยศาสตร์หรือพระภิกษุ ซึ่งหากทำการปลุกเสกด้วยพระภิกษุเชื่อกันว่าจะได้รับพระพุทธคุณมาด้วย ในปัจจุบันจึงพบว่าปลัดขิกส่วนใหญ่มาจากการปลุกเสกของพระภิกษุ คนไทยส่วนใหญ่เชื่อกันว่าให้คุณแก่ผู้บูชา เป็นเครื่องรางที่เด่นในเรื่อง คงกระพัน กันเขี้ยวงาและเสน่หา เมตตาค้าขาย

๕. ผ้ายันต์ คือผ้าดิบหรือผ้าเนื้อบางสีขาวหรือสีแดง ฯลฯ  เขียนอักขระเลขยันต์และรูปภาพต่างๆโดเกจิอาจารย์ที่ชาวบ้านเชื่อถือว่า มีคาถาอาคมแก่กล้า วิธีทำคล้ายผ้าประเจียดแต่ผ้ายันต์มักเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ใช้พกติดตัวหรือพันเป็นผ้าประเจียดก็ได้ เชื่อว่าทำให้แคล้วคลาด

๖. นกสาริกาและยันต์สาริกาลิ้นทอง นกสาริกานกมหาเสน่ห์ ของดีค้าขาย เมตตามหาเสน่ห์ เจรจาต่อรอง นกสาริกาเป็นนกที่อยู่ในป่าลึกมีปากหนาสีแดงมีสีสันสวยงามและมีเสียงที่ไพเราะน่าฟัง นกสาริกาเป็นนกที่ทางไสยศาสตร์ให้เป็นนกแห่งการเจรจาต่อรอง การงาน การค้า หรือเรื่องความรัก จึงได้ชื่อว่านกสาริกามหาเสน่ห์ มีพระพุทธคุณทางด้าน เมตตา มหาเสน่ห์ และยังเชื่อว่าทำให้แคล้วคลาดจากภัยอันตราย พระอาจารย์บางท่านอาจจะทำเป็นรูปแบบ ยันต์สาริกาลิ้นทองมีพุทธคุณเท่ากัน ความแรงขลังและรูปแบบนั้นก็อยู่ที่พระอาจารย์ผู้สร้างว่าจะทำมาในรูปแบบใด

๗. แหวนพิรอด การสร้างแต่เดิมนั้นทำขึ้นจากกระดาษสาหรือผ้าตราสังศพแล้วนำเอามาแผ่เป็นริ้วลงอักขระเลขยันต์ ตลอดจนบาทพระคาถาแล้วฝั่นให้เป็นเกลียวแล้วจึงนำเอามาถักทำเป็นแหวน เมื่อปลุกเสกดีแล้วท่านให้เอาแหวนพิรอดใส่ในเตาอั้งโล่ที่มีถ่านไฟลุกโซนวงไหนไม่ไหม้จึงจะใช้ได้ นำเอามาลงรักปิดทองต่อไป แหวนพิรอดขนาดเล็กสวมใส่นิ้วเรียกว่า “พิรอดนิ้ว” ที่วงใหญ่หน่อยใช้ใส่สวมแขนเรียกว่า “พิรอดแขน” ข้อดีทางคงกระพัน มหาอุด และกันเขี้ยวงา

บทความที่กล่าวมาข้างต้นนี้ เป็นตำนานเล่าขานที่ได้เล่าสืบทอดต่อๆกันมารุ่นสู่รุ่น นำมาเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

****************************

ขอบคุณ : https://naklangbolan.com/

Leave a Reply