“เจ้าคุณว.วชิรเมธี” แนะคิดนอกกรอบแก้โควิด คิดตามระบบราชการหาชนะไม่

975 Views

ชูพระสงฆ์เป็นกลุ่มแรกๆที่รู้จักการปรับตัวสอดคล้องกับสถานการณ์ จึงพบเห็นพระสงฆ์ใส่ชุด PPE ออกไปช่วยชาวบ้าน พระสงฆ์สวมชุด PPE ถือตาลปัตร สวดศพผู้ตายที่ป่วยด้วยเชื้อ

วันที่ 5 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมาเพจพระเมธีวชิโรดม – ว.วชิรเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระสิงห์ จ.เชียงราย ประธานมูลนิธิวิมุตตยาลัย และผอ.สถาบันวิมุตตยาลัย พระนักคิด นักเขียน นักเทศน์ ชื่อดัง โพสต์ข้อความ พร้อมรูปพระสงฆ์สวมชุด PPE ทำพิธีศพผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ความว่า

“ในยามวิกฤติต้องคิดนอกกรอบ”

คนส่วนใหญ่มักจะคิดอยู่ในกรอบ
กรอบที่สังคมวางเอาไว้ให้
กรอบที่ศาสนาวางเอาไว้ให้
กรอบที่การเมืองวางเอาไว้ให้
กรอบที่ประเพณีวางเอาไว้ให้
กรอบที่สถาบันครอบครัววางเอาไว้ให้
กรอบที่สถาบันการศึกษาวางเอาไว้ให้
กรอบที่วงการของตัวเองวางเอาไว้ให้
การคิดอยู่ในกรอบทำให้เกิดการ “ติดตัน” ได้ง่ายๆ
เพราะอะไรก็ตามที่อยู่ในกรอบ
มักจะขาดความยืดหยุ่น
ขาดชีวิตชีวา ไม่มีพัฒนาการ
เมื่อขาดความยืดหยุ่น ไร้ชีวิตชีวา
ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า
ซึ่งมีความซับซ้อน เคลื่อนไหว
และเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

พระพุทธเจ้าทรงเป็นบุคคลแรกๆ ของโลก
ที่ทรงคิดนอกกรอบของสังคม
กรอบของสังคมอินเดียโบราณก็คือ
๑.กรอบอัตตกิลมถานุโยค (ทรมานตน)
๒.กรอบกามสุขัลลิกานุโยค (ปรนเปรอตน)
แต่พระพุทธเจ้าทรงคิดนอกกรอบทั้งสองออกมา
โดยทรงค้นพบว่า กรอบคิดทั้งสองนี้ ไม่ใช่ทางที่ถูกต้อง
ใครดำเนินตาม ก็ไม่นำไปสู่อิสรภาพหรือนิพพาน
พระองค์ทรงคิดใหม่ในแบบของพระองค์เอง
จนสามารถฝ่ากรอบเดิมออกมาได้
ทรงค้นพบทางสายใหม่
คือ “มัชฌิมาปฏิปทา”
หรือ “ทางสายกลาง”
อันนำไปสู่พระนิพพาน

ในยามวิกฤติ
เราต้องคิดนอกกรอบ
ขืนคิดตามระบบราชการแบบเดิมๆ
ที่ทุกอย่าง “ให้ว่าไปตามกฎหมาย ว่าไปตามระเบียบ”
หรือ “ให้รายงานขึ้นมาตามลำดับชั้น”
รวมท้ัง “ยังไม่ได้รับรายงาน”
ก็ไม่มีทางที่เราจะเอาชนะข้าศึกคือโควิด-19 ได้เลย
เนื่องเพราะระบบราชการ
ระบบต่างๆ ที่สังคมวางเอาไว้
มันไม่ยืดหยุ่น มันตายตัว
มันเหมาะกับสถานการณ์ปกติ
ในขณะที่โควิด-19
เป็นสิ่งที่ไม่ปกติ
และมีพัฒนาการในตัวเองอยู่ตลอดเวลา

ด้วยเหตุนี้
การรับมือกับมหันตภัยโควิด-19
จึงต้องมีการ “ปรับตัว-ยืดหยุ่น-พลิกแพลง”
จึงจะสามารถสู้รบปรบมือกับมันได้อย่างพอฟัดพอเหวี่ยง
น่ายินดีอย่างยิ่งที่ในยามหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้
พระสงฆ์ กลับเป็นกลุ่มแรกๆ ของคนไทย
ที่รู้จักการปรับตัวได้อย่างสอดคล้องกับสถานการณ์
ดังเราได้เห็นพระสงฆ์ใส่ชุด PPE ออกไปช่วยชาวบ้าน
ที่กำลังป่วยอยู่ในบ้านตามตรอก ซอกซอย
ซึ่งการช่วยเหลือตามปกติเข้าไปไม่ถึง
รวมทั้งได้เห็นพระสงฆ์สวมชุด PPE
ถือตาลปัตร สวดศพผู้ตายที่ป่วยด้วยเชื้อโควิด-19

นี่คือ ตัวอย่างของการปรับตัว ยืดหยุ่น พลิกแพลง
ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสมและแก้ปัญหาได้จริง
ชาร์ลส์ ดาร์วิน เจ้าของทฤษฎีวิวัฒนาการ
เคยกล่าวเอาไว้ว่า
“เผ่าพันธุ์ที่จะอยู่รอดได้
ไม่ใช่เผ่าพันธุ์ที่หลักแหลมที่สุด แข็งแกร่งที่สุด
หากแต่เป็นเผ่าพันธุ์ที่ปรับตัวได้ดีที่สุดต่างหาก”

ท่ามกลางสงครามโรคอย่างทุกวันนี้
คนที่จะอยู่รอด คือ คนที่รู้จักปรับตัว
องค์กรต่างๆ ก็ไม่ต่างกัน
ใคร องค์กรไหน ไม่ยอมปรับตัว
ก็จะกลายเป็นเพียงก้อนกลมๆ ในรูเหลี่ยมๆ
ไม่เช่นนั้นก็จะกลายเป็นเพียงของเก่า
ที่เขาเอาไปเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์แห่งอดีตกาล
ส่วนใคร องค์กรไหน ที่รู้จักปรับตัว
พลิกแพลงบทบาทของตน
ให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย�ก็จะได้ไปต่อในยุคโลกาภิวัตน์
อย่างมีความหมายและอย่างยั่งยืน

Leave a Reply