สำนักงานพุทธฯชี้ “เปรี้ยง” 7 นักการเมืองอยู่เบื้องหลังป่วน “สงฆ์กาฬสินธุ์” ส.ส.นิยมเดือดถามกลับ 4 ข้อ

2,108 Views

วันที่ 24 ต.ค. 64   หลังจากมีการเปิดเผยหนังสือบันทึกข้อความจากสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดกาฬสินธุ์ ลงวันที่ 18 ตุลาคม 2564 เรื่องรายงานความเคลื่อนไหวของศิษยานุศิษย์ กรณี มหาเถรสมาคมมีมติปลดเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยอ้างว่าคณะสงฆ์ธรรมยุตได้ยุติความเคลื่อนไหวแล้ว แต่ยังคมมีศิษยานุศิษย์ที่เป็นฝ่ายการเมืองเคลื่อนไหวทำการล่ารายชื่อ 1 แสน รายชื่อเพื่อทูลเกล้าฯถวายฎีกา โดยมีนักการเมืองจำนวน 7 รายเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง คือ

1.นายนิยม เวชกามา ส.ส. จ.สกลนคร พรรคเพื่อไทย

2.นางบุญรื่น ศรีธเนศ ส.ส.กาฬสินธุ์  พรรคเพื่อไทย

3.นายคงเดช ไชยศิวามงคล ส.ส.กาฬสินธุ์  พรรคเพื่อไทย

4.นายพีระเพชร ศิริกุล ส.ส.กาฬสินธุ์  พรรคเพื่อไทย

5.นายวิรัช พิมพะนิตย์ ที่ปรึกษาที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

6.นายจารุวัฒน์ บุญเพิ่ม นายกเทศมนตรีเมืองกาฬสินธุ์

7.นายสิทธิศักดิ์ ยนต์ตระกูล อดีต สว.กาฬสินธุ์

เกี่ยวกับประเด็นนี้ผู้สื่อข่าวได้สอบถามจาก นายนิยม เวชกามา ได้เปิดเผยว่า ชื่อของตนนั้นตนเห็นว่า ผอ.สำนักพุทธจังหวัด ไม่ทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น แม้หัวเรื่องที่อ้างว่า มีมติจากมหาเถรสมาคมว่าปลดเจ้าคณะจังหวัดนั้น มหาเถรสมาคมเพียงแต่รับทราบจากเอกสารที่ส่งเข้าที่ประชุมแต่เพียงเท่านั้น ไม่ได้มีการลงมติแต่อย่างใด “ซึ่งจะถือว่ามีการสอดไส้เพื่อถอดถอนเจ้าคณะจังหวัด” ได้หรือไม่? รวมถึงจะมีผู้บงการสำนักพุทธจากมือที่มองไม่เห็นหรือไม่? และที่อ้างว่ามีคณะสงฆ์ได้ยุติแล้ว แต่ในความเป็นจริง มีพระสังฆาธิการได้ลาออกจากเจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบล เป็นรายวัน อย่างนี้จะบอกว่ายุติได้อย่างไร สิ่งนี้เป็นเรื่องที่สำนักพุทธต้องออกมาชี้แจงในความไม่ชอบธรรม ตนจึงขอถามไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ 4 ข้อตามที่เคยมีผู้ได้ยื่นหนังสือไปยังสำนักพุทธฯไปแล้วดังนี้

1.การที่สนง.พุทธ ออกมาให้ข่าวว่าการถอดถอนเจ้าคณะจังหวัด3จังหวัดว่า “ทำถูกต้องตามกฎหมาย” นั้นทำไมถึงมีคนออกมาโต้แย้งคัดค้าน “

2.เมื่อไม่แสดงเหตุผลว่าถอดถอนทำถูกต้องตามกฎหมายอย่างไร หากมีประชาชนยื่นขอเอกสารข้อมูล เกี่ยวกับการถอดถอนเจ้าคณะจังหวัด 3จังหวัด จากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติซึ่งทำหน้าที่ “เลขาธิการมหาเถรสมาคม” อีกทั้งเป็น “ผู้ทำเอกสารยื่นมติมส. “ รวมถึงได้ออกมาให้ข่าวดังกล่าวนั้น น่าจะเป็นเรื่องที่ดีที่จะให้ข้อมูลแก่ผู้มายื่นขอเพื่อแสดงถึงความโปร่งใสในเหตุผลและความชอบธรรมในการใช้อำนาจถอดถอนเจ้าคณะจังหวัด 3 จังหวัด ทำให้สังคมชาวพุทธและศิษยานุศิษย์ของเจ้าคณะจังหวัดทั้ง 3 จังหวัดได้ทราบเหตุผลของการถอดถอนดังกล่าว

3.ถ้าสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว ซึ่งเป็นสิทธิที่ประชาชนคนใดมีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยมาตรา41 และ 59 รวมถึง พรบ.ข้อมูลข่าวสารของทางราชการมาตรา 4 และ มาตรา11 ที่สามารถขอข้อมูลและเอกสารหลักฐานในการถอดถอนเจ้าคณะจังหวัด3จังหวัดได้ เมื่อไม่ให้หรือไม่เปิดเผย ผู้ขอยังมีสิทธิไปยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการและมีสิทธิ์ไปฟ้องต่อศาล ปกครองต่อไป  ซึ่งถอดถอนที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเพราะไม่เปิดเผยแสดงออกมาอาจก็นำเรื่องการถอดถอนที่ไม่ชอบนี้ไปกล่าว โทษผู้มีอำนาจหน้าที่ในการถอดถอนเพราะเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายต่อ ปปช.ว่าเป็นการละเว้นการ ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา157ได้

4.ตนอยากจะให้การแต่งตั้งเจ้าคณะจังหวัดที่มาแทนเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธ) ชอบด้วยกฎหมายตามกฎมหาเถรสมาคม ว่าด้วยการแต่งตั้งเจ้าคณะจังหวัด ให้เป็นตามข้อ 14 ซึ่งระบุว่า พระภิกษุผู้จะดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัด ต้องมีคุณสมบัติ อาทิ ต้อง มีพรรษาพ้น 10 กับมีสำนักอยู่ในเขตจังหวัดนั้น และ กำลังดำรงตำแหน่งรองเจ้าคณะจังหวัดนั้นมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ปี หรือ กำลังดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอในจังหวัดนั้นมาแล้วไม่ต่ำกว่า 4 ปี

ดร.นิยม กล่าวต่อไปว่า แม้แค่เพียงในอนุหนึ่งสำหรับเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์(ธ) องค์ใหม่ที่มีสำนักอยู่จังหวัดหนองคายจะชอบด้วยกฎหมายได้อย่างไร ทั้งนี้เมื่อเปิดสมัยประชุมสภาฯ ในวันที่ 3 พ.ย. นี้ตนจะนำเรื่องถอดถอนเจ้าคณะจังหวัด 3 จังหวัด ไปตั้งกระทู้สดถามนายกรัฐมนตรี และขอสภาตั้งญัตติ เพื่อศึกษาพิจารณาว่าการถอดถอนเจ้าคณะจังหวัด3จังหวัดดังกล่าว ว่าใช้อำนาจดำเนินชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ซึ่งมีประชาชนคัดค้านโต้แย้งกันอย่างกว้างขวาง สำหรับพระเล็กหากท่านจะมีทิฏฐิน้อยลงมาหน่อย เพื่อพระพุทธศาสนา ท่านจะสละลาออกจากตำแหน่งก็จะเป็นการดี สังคมสงฆ์กาฬสินธุ์ก็จะไม่แตกแยก ดร.นิยม กล่าว

Leave a Reply