ร้อนฉ่า!! กรณีพระดังกาฬสินธุ์??

วันที่ 16 ก.ค. 65  เพิ่งผ่านวันเข้าพรรษาได้เพียง 1 วัน สังคมคณะสงฆ์เริ่มร้อนแรงและปั่นป่วนอีกครั้ง โดยเฉพาะคณะสงฆ์ธรรมยุตที่จังหวัดกาฬสินธุ์ หลังโลกโซเชียลแชร์ข้อความจากเฟชบุ๊ค พระวิทยา กิจฺจวิชฺโช ซึ่งได้โพสต์ข้อความว่า หลังจากเกิดเหตุเป็นข่าวคาวฉาวโฉ่ดังระเบิดกับสีกาเมื่อหลายปีก่อน ก็มีการฟ้องร้องกล่าวหาว่า สีกาใส่ความขู่กรรโชกทรัพย์ ก็สู้กันจนถึงศาลฎีกา ในที่สุดก็จบลงด้วยการยกฟ้อง

แต่คณะสงฆ์ก็ต้องเอาคดีโลกมาเป็นหลักฐานในการพิจารณาเพื่อตัดสินในคดีธรรม และคณะสงฆ์ภาค ๙ โดยเจ้าคณะภาค ๙ เป็นประธาน ก็มีคำพิพากษาออกมาเมื่อวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๖๕ ตัดสินว่า “พระดังต้องอาบัติปาราชิกแล้ว”

แต่ยังให้โอกาสยื่นอุทธรณ์ได้ภายใน ๓๐ วัน ถ้ายื่นอุทธรณ์แล้วคณะสงฆ์ชั้นอุทธรณ์ยืนกรานตามคำพิพากษาเดิม ก็มีผลให้ต้องสละสมณเพศลาสิกขาภายใน ๒๔ ชั่วโมง อันนี้เป็นข้อมูลล่าสุดที่เราได้ยินได้ฟังมา

เรื่องทางกฎหมายก็คงต้องว่ากันไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ส่วนเรื่องพระธรรมวินัยก็ต้องให้เป็นไปตามพระธรรมวินัยซึ่งละเอียดลออกว่ากฎหมายอย่างมากมาย

หลายคนมองว่า ท่านเป็นพระเถรผู้ใหญ่มีพรรษายุกาลมากแล้ว ถ้าจะต้องถูกบังคับให้สละสมณเพศ ก็เกรงว่าจะสะเทือนจิตใจของพุทธศาสนิกชน เพราะท่านก็เป็นผู้มีชื่อเสียงมากล้นด้วยบารมี ดำรงสมณเพศมานาน อาจทำให้ชาวพุทธเกิดความรู้สึกเสื่อมศรัทธาต่อคณะสงฆ์ไทยได้

ถ้าจะมองเช่นนั้นก็ต้องบอกว่า เป็นมุมมองที่คับแคบเกินไป คำสอนในพระพุทธศาสนาล้วนสอนให้เราต้องยอมรับความจริง จะบิดเบือนความจริง ปฏิเสธความจริงไม่ได้ คำถามคือ เราจะดำรงไว้ซึ่งพระธรรมวินัย หรือจะยอมปล่อยให้พระอลัชชีที่กระทำผิดลอยนวลอยู่ต่อไป

หากคณะสงฆ์จะไม่ทำความจริงให้ปรากฏ จะไม่รักษาพระธรรมวินัยให้เข้มแข็ง เพียงเพราะจะรักษาพระสงฆ์รูปเดียวที่ต้องอาบัติหนักถึงขั้นปาราชิก เพราะเกรงว่าจะกระทบกระเทือนต่อศรัทธาของคนที่เคารพนับถือในพระสงฆ์รูปนั้น หรือจะกระเทือนต่อศรัทธาของพุทธศาสนิกชน

นั่น! ก็จะกลายเป็นความเลวร้ายยิ่งกว่า ถ้าต่อไปในภายภาคหน้าหากมีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นอีก พระสงฆ์จะปฏิบัติกันอย่างไร? จะมิทำให้คดีนี้กลายเป็นบรรทัดฐานที่ไม่ดีในอนาคตหรอกหรือ? และจะไม่กลายเป็นความเสื่อมเสียในทางพระธรรมวินัยอย่างร้ายแรงหรอกหรือ?

ที่พระสงฆ์ไม่สามารถดำรงพระธรรมวินัยให้มั่นคงต่อไปได้ โดยการปล่อยให้พระสงฆ์รูปเดียว ที่ถูกตัดสินว่าเป็นปาราชิกแล้ว ยังคงนุ่งห่มจีวรดำรงความเป็นสมณเพศไว้ได้ เหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เรื่องการดำรงพระธรรมวินัยให้มั่นคงนี้ คือหัวใจของพระพุทธศาสนา ถ้าคณะสงฆ์ไม่ลงโทษผู้กระทำผิดพระธรรมวินัยให้เป็นไปตามที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงบัญญัติไว้ หากตัดสินว่า เป็นปาราชิกแล้ว ยังยินยอมปล่อยให้ผู้นั้นครองสมณเพศได้อีก ก็เท่ากับว่า  คณะสงฆ์นั่นแล! จะเป็นผู้เหยียบย่ำทำลายพระธรรมวินัยเสียเอง

ส่วนผู้กระทำผิดนั่นเล่า! ก็ควรยอมรับผิดเพราะความจริงย่อมรู้อยู่แก่ใจตนเอง หากมิได้กระทำผิด ไฉนจะเกิดเรื่องราวฟ้องร้องดำเนินคดีกันมาอย่างยาวนาน หลักฐานเพียงคลิปวีดีโอที่เดินเปลื้องผ้าแล้วมีสีกาเดินตามหลังออกมานั้น กองพิสูจน์หลักฐานก็ยืนยันแล้วว่า คลิปนั้นไม่มีการตัดต่อ กุฏิในคลิปนั้นก็มีพยานยืนยันว่า เป็นกุฏิเจ้าอาวาสจริง ส่วนคนในคลิปใครที่รู้จักเห็นแล้วก็บอกว่า เป็นเจ้าอาวาสจริง จะเป็นใครอื่นไปไม่ได้ เพราะคนอื่นใครเล่าจะไปเดินบนกุฏิเจ้าอาวาสได้อย่างนั้น

พระที่ท่านปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ จะไม่มีทางไปอยู่กับสีกาในลักษณะเปลือยร่างกายเหมือนในคลิปวีดีโออย่างแน่นอน ในเมื่อสีกายืนยันว่ามีเพศสัมพันธ์กันจริง และศาลฎีกาก็ตัดสินยกฟ้องแล้ว ในคดีความที่ฟ้องว่า สีกาขู่กรรโชกทรัพย์ก็ไม่มีมูลความจริง

เป็นธรรมดาของพระที่ต้องอาบัติปฐมปาราชิกว่าด้วยการเสพเมถุน ถ้าไม่สามารถบุกจับได้อย่างคาหนังคาเขา ก็ไม่มีใครจะยอมรับหรอก เว้นไว้แต่จะจำนนด้วยพยานหลักฐานเท่านั้น คือหาข้อโต้แย้งไม่ได้จริง ๆ

การบวชมานาน มีชื่อเสียงโด่งดัง มีบารมีมากล้น นั่นเป็นเพียงกิ่งไม้ใบไม้ ยังเข้าไม่ถึงสะเก็ดหรือเปลือกในพระพุทธศาสนาด้วยซ้ำ จึงมิใช่เครื่องยืนยันถึงแก่นแท้ว่า ผู้นั้นจะเป็นผู้ทรงคุณธรรมชั้นสูง

ชาวพุทธต้องรู้จักแยกแยะให้ออก แยกแยะให้เป็น อย่าได้เห็นกิ่งไม้ใบไม้มีราคายิ่งกว่าแก่นไม้ไปเลย อะไรเป็นแก่นสารในพระพุทธศาสนา พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้แล้ว

๑.ลาภสักการะชื่อเสียง เปรียบเหมือน กิ่งไม้ใบไม้

๒.ความสมบูรณ์ด้วยศีล เปรียบเหมือนสะเก็ดไม้

๓.ความสมบูรณ์ด้วยสมาธิเปรียบเหมือนเปลือกไม้

๔.ญาณทัสสนะ หรือปัญญา เปรียบเหมือนกะพี้ไม้

๕.ความหลุดพ้นแห่งใจอันไม่กลับกำเริบ “อกุปปา เจโตวิมุตติ” เปรียบเหมือน แก่นไม้

ดังนั้น ชาวพุทธต้องดำรงพระธรรมวินัยให้ตั้งอยู่อย่างมั่นคงตลอดไป จะต้องไม่เสียดายที่จะจัดการกับพระอลัชชีที่ต้องอาบัติหนักแล้วให้สละสมณเพศ

เพราะพระธรรมวินัยเป็นองค์แทนพระบรมศาสดา ถ้าพระธรรมวินัยเสื่อมสลายไปเสียแล้ว ศาสนาพุทธก็ต้องเสื่อมสลายไปด้วยกัน จะมีประโยชน์อะไร ถ้าพระพุทธศาสนาจะมีแต่พระอลัชชีที่ต้องอาบัติหนักแล้วครองสมณเพศนุ่งห่มจีวร เดินบิณฑบาตหาอยู่หากิน ประพฤติเท็จหลอกลวงชาวบ้านไปวันหนึ่ง ๆ โดยไม่มีการลงโทษเอาผิดแต่อย่างใดเลย

สำหรับพระวิทยา กิจฺจวิชฺโช “แหล่งข่าว” เปิดเผยว่า เป็นพระสายวัดป่าเช่นเดียวกัน ปัจจุบันจำพรรษาอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่!!

Leave a Reply