“ปลัดเก่ง” ลงพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด เยี่ยมให้กำลังใจแปลง “โคก หนอง นา” ชาวบ้านปลื้ม!!

วันที่ 16 พฤศจิกายน 2568 วานนี้ ณ พื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา ” จังหวัดร้อยเอ็ด นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายนิรันดร์ ปิยะอัษฎารัตน์ ประธานหอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด รศ.วรวรรณโรจนบูลย์ อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง ผศ. พิเชฐ โสวิทยสกุล อดีตคณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบังและคณะลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจเยี่ยมชมผลสำเร็จของโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา” ในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด โดยมีนางนวลจันทร์ ศรีมงคล ผู้ตรวจราชการกรม ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนอุบลราชธานี นางราณี วงศ์ลุน พัฒนาการจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมคณะร่วมลงพื้นที่ในครั้งนี้ด้วย

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ลงเยี่ยมแปลงโคกหนองนา แปลงแรก เป็นของนาย นายประพันธ์ กำหัวเรือ บ้านสวนปอ หมู่ที่ 12 ตำบลหนองแคน อำเภอปทุมรัตต์ จังหวัดร้อยเอ็ด ขนาดพื้นที่ 3 ไร่ บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นจากการต้อนรับของชุมชน แปลงแห่งนี้พลิกพื้นที่แห้งแล้งให้กลายเป็นแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ แหล่งน้ำที่ถูกพัฒนาตามหลักเกษตรภูมิสังคมเริ่มทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ ต้นไม้หลากชนิดกำลังเติบโตอย่างแข็งแรง มีการเลี้ยงปลา เลี้ยงกบ เลี้ยงจิ้งหรีด เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ภายในศูนย์ฯ

ทั้งนี้เจ้าของแปลง มีความตั้งใจจะติดตั้งแผงโซลาเซลแทนการใช้ไฟฟ้าในการทำระบบน้ำ แก้ปัญหาน้ำไม่เพียงพอในช่วงหน้าแล้ง และช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ทำให้เห็นชัดว่าเจ้าของแปลงมีความมุ่งมั่นและการลงมือทำของเจ้าของแปลงส่งผลให้ครัวเรือนมีอาหารที่ปลอดภัย ลดรายจ่าย และสร้างรูปแบบการพึ่งพาตนเองที่ยั่งยืน ระหว่างการพูดคุย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ได้แลกเปลี่ยนแนวคิดสำคัญ เช่น การประยุกต์ใช้พื้นที่ที่มีอยู่อย่างจำกัด เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์สูงสุด รณรงค์ส่งเสริมให้ครัวเรือนมีการเลี้ยงเป็ด การพัฒนาเป็นพื้นที่ต้นแบบ อย่างเช่น การทำปุ๋ยหมัก การทำถังขยะเปียกลดโลกร้อน การคัดแยกขยะ การดำเนินแนวทางตามหลัก ไม้ 3 อย่าง (ไม้กิน ไม้ใช้ไฝและไม้เศรษฐกิจ) ประโยชน์ 4 อย่าง (พออยู่-สร้างบ้านเรือน พอกิน- อาหาร พอใช้-ของใช้ในครัวเรือน พอร่มเย็น-อนุรักษ์ดินและน้ำ) การขยายผลสู่ครัวเรือนใกล้เคียง การเป็นพื้นที่แหล่งเรียนรู้ให้กับเด็ก/นักเรียนในชุมชน

จากนั้นคณะอดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางต่อไปยังแปลงของ นางสำรอง เครื่องพาที บ้านโนนจาน หมู่ที่ 7 ตำบลโนนสง่า อำเภอปทุมรัตต์ จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นแบบขนาด 3 ไร่ แม้ยังไม่มีระบบไฟฟ้าและตั้งอยู่ห่างจากชุมชนกว่า 3 กิโลเมตร ส่งผลให้ในช่วงฤดูแล้งประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำ และมีความจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนถังน้ำขนาดใหญ่และระบบโซลาร์เซลล์สำหรับสูบน้ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ แต่มีความโดดเด่นในเรื่องของการบริหารจัดการพื้นที่ได้อย่างดี

ในโอกาสนี้นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย  ได้มอบข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติ โดยให้พิจารณาประสานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หน่วยงานภาคเอกชนด้าน CSR รวมทั้งโครงการสนับสนุนงบประมาณด้านโซล่าโฮมและโซล่าปั๊ม เพื่อแก้ไขปัญหาด้านโครงสร้างพื้นฐานและสนับสนุนให้พื้นที่สามารถพัฒนาศักยภาพได้อย่างยั่งยืน พร้อมกันนี้ได้เน้นย้ำให้มีการ ประชาสัมพันธ์ผลสำเร็จของการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ โดยเฉพาะกิจกรรมการทำดนตรี กิจกรรมสร้างสรรค์ และกิจกรรมที่สะท้อนความร่วมมือของชุมชน เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้และเกิดแรงบันดาลใจในการนำไปปรับใช้ในพื้นที่ของตนเอง รวมถึง การขยายผลพื้นที่ต้นแบบให้เป็นแหล่งศึกษาดูงานสำหรับสถานศึกษา ภายใต้แนวคิด “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลาเรียนรู้” โดยมุ่งให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริงในแปลงโคก หนอง นา เช่น การสอนงานจักสาน การเพาะและขยายพันธุ์พืช การทำแซนวิชปลา กระบวนการเลี้ยงดิน–ดินเลี้ยงพืช การทำปุ๋ยหมัก การคัดแยกขยะ และการจัดทำถังขยะเปียกลดโลกร้อน  นอกจากนี้ ได้มีการเน้นย้ำการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตั้งแต่ขั้นต้น: พอกิน พออยู่ พอใช้ พอร่มเย็น ขั้นกลาง: การแบ่งปัน ทำบุญ ทำทาน   สู่ขั้นก้าวหน้า: การแปรรูป การตลาด การรวมกลุ่ม และการสร้างอัตลักษณ์สินค้าเชื่อมโยงสู่การท่องเที่ยวเชิงระบบนิเวศและการท่องเที่ยวเชิงนวัตวิถี (หมู่บ้าน OTOP นวัตวิถี)   ทั้งนี้ การพัฒนาในภาพรวมจะนำไปสู่การ บูรณาการงาน “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” อย่างยั่งยืน ทั้งด้าน สาธารณสุข (ส่งเสริมการบริโภคผักปลอดสารพิษ) การศึกษา (พื้นที่เรียนรู้จริงนอกห้องเรียน)กระทรวงวัฒนธรรม (ถ่ายทอดศิลปะ วัฒนธรรมท้องถิ่น เช่น การแหล่ และภูมิปัญญาผู้สูงอายุ) โดยประสานความร่วมมือผ่าน 7 ภาคีเครือข่าย เพื่อให้การดำเนินงานเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและตอบสนองต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว

จากนั้นเวลา 15.00 น.คณะฯ ได้ลงพื้นที่ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง บ้านโพนฮาด ตำบลดงครั่งน้อย อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด รับฟังบรรยายสรุปผลการดำเนินงานของโครงการฯ และเยี่ยมชมผลสำเร็จ โคก หนอง นา ของแปลงนางหอมจันทร์ บุญครอง บ้านดงครั่งน้อย หมู่ที่ 12 ตำบลดงครั่งน้อย อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งมีความโดดเด่นด้านการจัดการพื้นที่แบบบูรณาการ เจ้าของแปลงใส่ใจดูแลพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทั้งการปลูกไม้ยืนต้น ปลูกผักหลากหลายชนิด และเริ่มทดลองแปรรูปผลผลิตบางส่วนเพื่อเพิ่มมูลค่า แปลงแห่งนี้จึงเป็นอีกตัวอย่างของการพัฒนาที่ค่อยเป็นค่อยไป แต่เกิดผลจริงและจับต้องได้ สร้างแรงบันดาลใจให้คนในพื้นที่เห็นว่าการพึ่งพาตนเองไม่ใช่เรื่องไกลตัว

แม้แต่ละแปลงจะมีข้อจำกัดต่างกัน ทั้งด้านน้ำในฤดูแล้ง คันดินบางช่วงที่ต้องเสริมความแข็งแรง หรือความต้องการความรู้เพิ่มเติมเรื่องการแปรรูปและการตลาด แต่ทุกปัญหาล้วนถูกนำมาหารืออย่างตรงไปตรงมาในวันนี้ โดยคณะได้ให้คำแนะนำเชิงเทคนิค พร้อมเตรียมวางแผนสนับสนุนการพัฒนาต่อเนื่อง ทั้งการจัดอบรมเพิ่มทักษะ การสนับสนุนวัสดุที่จำเป็น และการดึงภาคีในพื้นที่มาร่วมเสริมพลังให้แต่ละแปลงเติบโตไปด้วยกัน

ในโอกาสนี้ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เน้นย้ำหลักการสำคัญว่า “โคก หนอง นา ไม่ใช่เพียงการขุดดินหรือปลูกต้นไม้ แต่เป็นการสร้างคน สร้างความคิด และสร้างชีวิตใหม่ให้ชุมชน” พร้อมกล่าวชื่นชมความพยายามของเจ้าของแปลงทุกแปลงที่ลุกขึ้นมาทำด้วยตนเอง และย้ำว่าการพัฒนาจะยั่งยืนได้เมื่อประชาชนเป็นศูนย์กลางของการเปลี่ยนแปลง ขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐต้องลงพื้นที่จริง เข้าใจปัญหาจริง และร่วมแก้ไขอย่างใกล้ชิด

“การลงพื้นที่คราวนี้ เป็นการให้กำลังใจเจ้าของแปลงโคกหนองนา จะลงพื้นที่ 2 จังหวัดคือ จังหวัดร้อยเอ็ดและจังหวัดอุบลราชธานี ตั้งใจไว้จะลงทุกภาค เนื่องจากช่วงที่ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงไม่มีเวลาไปเยี่ยมชาวบ้านเลย และมีหลายจังหวัดที่เป็นชาวบ้านชวนไปดูแปลงโคกหนองนาผลผลิตของตนเอง จึงตั้งใจไว้ว่าหากมีเวลาจะไปทุกภาค..”

Leave a Reply