กำเนิด “สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา”

วันที่ 19 มกราคม 2569  ท่ามกลางกระแสโลกาภิวัตน์ในปัจจุบันที่มีวัดไทยผุดขึ้นทั่วสหรัฐอเมริกากว่า 100 แห่ง น้อยคนนักจะทราบว่าความสำเร็จอันยิ่งใหญ่นี้ มีจุดเริ่มต้นมาจาก “วิสัยทัศน์” และ “ความกล้าหาญ” ของคณะพระธรรมทูตชุดประวัติศาสตร์ เมื่อกว่า 50  ปีก่อน

ย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2513 (  ค.ศ.1970) มหาเถรสมาคมมีมติส่งคณะพระธรรมทูตชุดพิเศษไปสำรวจลู่ทางในสหรัฐฯ ดินแดนสหรัฐอเมริกายังเปรียบเสมือนป่าดิบสำหรับการเผยแผ่พระพุทธศาสนาแบบเถรวาท คณะสงฆ์ไทยนำโดย พระราชวิสุทธิเมธี (สมเด็จพระพุฒาจารย์ เกี่ยว) พระราชวรมุนี (สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ช่วง) และ พระมหาประยุทธ์ (สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ป. อ. ปยุตฺโต) ได้ออกเดินทางข้ามทวีปด้วยเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ คือการสร้าง “บ้าน” หลังแรกของสงฆ์ไทย

การเดินทางครั้งนั้นไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ต้องเผชิญทั้งกำแพงภาษา วัฒนธรรมที่แตกต่าง และข้อกฎหมายที่เข้มงวด เหตุการณ์นี้ถูกบันทึกไว้อย่างละเอียดในหนังสือชื่อ “สามชีวิตในอเมริกา” (บันทึกโดยสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์) ซึ่งเผยให้เห็นภาพความยากลำบากในยุคบุกเบิก 3 บทบาท 3 แม่ทัพธรรม

สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ)

ผู้วางระบบบริหารจัดการ ในขณะที่ ท่านดำรงตำแหน่งเลขาธิการ มจร. และดูแลงานพระธรรมทูต ท่านตระหนักว่า “ส่งพระไปมั่วๆ ไม่ได้” พระที่จะไปอเมริกาต้อง “แกร่ง” ทั้งความรู้และจิตใจ เป็นผู้ “วางระบบคัดกรองและฝึกอบรม” พระธรรมทูตที่เข้มข้นที่สุด (ต้องผ่านการอบรมภาษา วัฒนธรรม และพระวินัยประยุกต์) เพื่อป้อนบุคลากรคุณภาพส่งไปสนับสนุนสมัชชาสงฆ์ฯ ในอเมริกาอย่างต่อเนื่อง ทำให้วัดไทยในอเมริกามีพระที่มีคุณภาพสูงและเป็นที่ยอมรับสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ)ท่านคือผู้ร่วมประสานคณะที่ใจถึง พึ่งพาได้ ในบันทึกเล่าว่า ท่านต้องเผชิญกับวัฒนธรรมที่แตกต่างอย่างสุดขั้ว การขบฉัน การเดินทาง แต่ท่านคือผู้สร้าง “ความเชื่อมั่น” ให้กับชุมชนไทยที่นั่นว่า “พระไทยมาแล้ว และจะมาอยู่จริงๆ”

การลงพื้นที่ของท่านนำไปสู่การจัดซื้อที่ดินสร้างวัดไทยแห่งแรกๆ และท่านคือผู้ริเริ่มแนวคิดว่า “พระจะอยู่ได้ ต้องมีการรวมกลุ่ม ไม่ใช่ต่างคนต่างอยู่” สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป. อ. ปยุตฺโต) ในสมัยนั้นท่านคือ พระมหาประยุทธ์ เปรียญธรรม 9 ประโยคที่เก่งภาษาอังกฤษที่สุด ท่านทำหน้าที่เป็น “มันสมอง” ของคณะท่านไม่ได้แค่เป็นล่าม แต่ท่านศึกษา “กฎหมายอเมริกัน” และ “วัฒนธรรมตะวันตก” อย่างลึกซึ้ง ผลงานชิ้นโบแดงคือการร่าง ระเบียบข้อบังคับ (Bylaws) ขององค์กรสงฆ์ให้สอดคล้องกับกฎหมายท้องถิ่น (Non-profit Organization) ซึ่งกลายเป็นต้นแบบให้วัดไทยทั่วอเมริกาใช้จดทะเบียนมาจนถึงทุกวันนี้

จากรากฐานที่ทั้ง 3 ท่านวางไว้ นำไปสู่การก่อตั้ง สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา (The Council of Thai Bhikkhus in the U.S.A.) อย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2519

โครงสร้างที่สมเด็จ ทั้งสามวางไว้ให้:

1. ความเป็นเอกภาพ: วัดทุกวัดเป็นสมาชิกของสมัชชาฯ มีกฎกติกาเดียวกัน (ป้องกันพระปลอม/พระนอกรีต)

2. การช่วยเหลือเกื้อกูล: มีระบบ “กองทุนสงฆ์อาพาธ” และการหมุนเวียนพระไปช่วยงานวัดต่างๆ

3. การประชุมสามัญประจำปี: กลายเป็นประเพณีปฏิบัติที่สำคัญที่สุด ที่พระสงฆ์ทั่วอเมริกาจะมารวมตัวกันเพื่อแลกเปลี่ยนปัญหาและหาทางออกร่วมกัน

ความสัมพันธ์ของ สมเด็จเกี่ยว-สมเด็จช่วง-สมเด็จประยุทธ์ ไม่ใช่เพียงแค่เพื่อนร่วมรุ่นหรือเพื่อนร่วมงาน แต่คือ “กัลยาณมิตรทางธรรม” ที่ต่างใช้ความถนัดของตนเองเพื่อเป้าหมายเดียวกัน คือรากฐานพระพุทธศาสนาในต่างแดน

“สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา”  ในวันนี้ ยังคงยืนหยัดเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้ชาวไทยในต่างแดน เป็นประจักษ์พยานแห่งวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล และ เป็นมรดกธรรมจาก ” 3 บูรพาจารย์” ที่มีจุดเริ่มต้นแห่งรากฐานสมัชชาสงฆ์ไทยมาจวบถึงปัจจุบัน

 

 

ที่มาเพจ..วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร

Leave a Reply