“พยัคฆ์ไพร” ชี้แจงกรณีบุกตรวจที่พักสงฆ์??

วันที่ 5 เมษายน 2569 เพจพยัคฆ์ไพร ได้โพสต์ข้อความว่า”กรมป่าไม้ สั่งการชุดพยัคฆ์ไพรลงพื้นที่ขยายผลตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีได้รับเบาะแสจากพลเมืองดีพบที่พักสงฆ์ชื่อดังแห่งหนึ่งในอำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี ใช้ประโยชน์ในพื้นที่นอกเหนือจากที่ได้รับอนุญาตตามโครงการพุทธอุทยาน เข้าไปในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าห้วยยอดมน ล่าสุดจากการตรวจสอบพบมีการใช้ประโยชน์เกินกว่าที่ได้รับอนุญาตจริง จึงได้นำเรื่องราวแจ้งความกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรช่องเม็ก พร้อมนำเรื่องราวเสนออธิบดีกรมป่าไม้ พิจารณาตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องว่าได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามระเบียบและกฎหมายหรือไม่ นอกจากนี้จะส่งเรื่องให้ฝ่ายกฎหมายของสำนักจัดการป่าชุมชน พิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหากพบเข้าข่ายไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามเงื่อนไข ข้อตกลง อาจจะถึงขั้นที่จะต้องพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาต และยกเลิกโครงการพุทธอุทยาน”

หน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) ได้รับมอบหมายจากกรมป่าไม้ ให้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีมีประชาชนผู้หวังดีไม่ประสงค์ออกนาม แจ้งเบาะแสอ้างว่า ที่พักสงฆ์แห่งหนึ่งท้องทึ่ตำบลช่องเม็ก อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งได้เข้าร่วมโครงการพุทธอุทยาน กระทำการไม่เป็นไปตามข้อตกลงการเข้าร่วมโครงการพุทธอุทยาน รวมถึงได้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่นอกเหนือจากพื้นที่ของโครงการพุทธอุทยานหรือไม่ ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่เน้นย้ำการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ภายใต้หลัก ถูกคือถูก ผิดคือผิด โดยให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด ขณะเดียวกันต้องพิสูจน์สิทธิให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดย ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมายให้กรมป่าไม้ตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา

นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ ได้สั่งการให้ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า นายโกสิทธิ์ นิลรัตน์ และนายชาญชัย กิจศักดาภาพ หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) นำกำลังเจ้าหน้าที่จากส่วนกลาง ร่วมกับเจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 2 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) เจ้าหน้าที่ส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า สจป.ที่ 7 สาขาอุบลราชธานี เจ้าหน้าที่ศูนย์ป่าไม้อุบลราชธานี เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ อบ.6 (ภูโหล่น – ห้วยนาบัว) เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ อบ.8 (ฝั่งขวาลำโดมน้อยตอนบน) เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ อบ.11 (ห้วยยอดมน – ช่องเม็ก) เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ สจป.ที่ 7 สาขาอุบลราชธานี เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้อุบลราชธานี 1 เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้อุบลราชธานี 2 เจ้าหน้าที่องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้เขตอุบลราชธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 3 บก.ปทส. และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอสิรินธร ลงพื้นที่ตรวจสอบ ซึ่งปรากฏพบการเข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าห้วยยอดมน โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยมีการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างลักษณะที่พักของพระสงฆ์ แม่ชี และผู้มาปฏิบัติธรรม ซึ่งแทรกใต้ไม้ยืนต้น โดยการก่อสร้างไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ จำนวน 48 รายการ ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือว่ามีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14 มาตรา 31 มาตรา 26/4 พระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 54 มาตรา 55 มาตรา 72 ตรี เนื่องจากอยู่นอกเขตพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ นอกเขตพื้นที่โครงการพุทธอุทยานฯ และนอกเขตพื้นที่ที่เคยมีการสำรวจร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ฝ่ายป่าไม้ในพื้นที่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้แทนที่พักสงฆ์ไว้ก่อนหน้านี้ จึงได้นำเรื่องราว แจ้งความกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรช่องเม็ก เพื่อทำการสอบสวนตามระเบียบและดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายต่อไป

สำหรับพื้นที่ในส่วนที่อยู่ในเขตโครงการพุทธอุทยานฯ ซึ่งเป็นโครงการที่ดำเนินการโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ และมีพระสงฆ์เป็นผู้ช่วยงานป่าไม้ รวมทั้งในส่วนที่นอกเหนือพื้นที่โครงการพุทธอุทยานฯ แต่อยู่ในส่วนที่ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายป่าไม้พื้นที่ ได้มีการสำรวจตรวจสอบไว้ก่อนหน้านี้ จะได้ประมวลเรื่องราวส่งให้ฝ่ายกฎหมายของสำนักจัดการป่าชุมชน กรมป่าไม้ พิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ หากพิจารณาเป็นที่ยุติแล้ว พบว่าเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมาย หรือ ปฏิบัติไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ข้อตกลง อาจจะถึงขั้นที่จะต้องพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาต และยกเลิกโครงการพุทธอุทยานฯ

นอกจากนี้จะได้นำเรื่องราวรายงานอธิบดีกรมป่าไม้ เพื่อพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในห้วงก่อนหน้านี้ ว่าได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามระเบียบและกฎหมายหรือไม่

Leave a Reply