ใหญ่ชนใหญ่?? มือปราบขุนดง ปะทะ วีรบุรุษแก่งกระจาน

วันที่ 13 เมษายน 2569 พระมหานรินทร์ นรินฺโท ป.ธ.9 วัดไทยลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา นักวิจารณ์สังคมพระสงฆ์ ได้โพสต์เฟชบุ๊คส่วนตัว “PM-Narin Narinto” ความว่า

พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร เจ้าของฉายา “มือปราบขุนดง” อดีตมือปราบกรมตำรวจผู้ขึ้นชื่อเป็นเบอร์สอง รองจาก “เสรีพิศุทธ์ เตมียเวช” วีรบุรุษนาแก แค่นี้ก็เหลือกินเหลือใช้ แบบว่ากินได้เลย แก้ไข้ได้แน่นอน ไม่ต้องอ่านใบฝอย บิ๊กเรวัช ออกมาการันตี “คุณความดี” ของหลวงตาสิ้นคิด ว่าไม่มีเจตนาจะรุกป่ารุกเขา เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ทำเกินไป ยกโขยงหกโมงเช้า ยังกะจะไปกินข้าวต้มที่ช่องเม็ก เรียกว่าตำหนิเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้เข้าเต็มๆ แม้จะเป็นข้าราชการด้วยกัน แต่คนละสังกัด

ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร เจ้าของฉายา “วีรบุรุษแก่งกระจาน” ชีวิตและผลงานล้วนผูกพันกับป่าไม้ ต้องเรียกว่า มีชื่อเสียงในผลงานการพิทักษ์ป่าเป็นรองแค่เพียง “สืบ นาคะเสถียร” เพียงคนเดียวเท่านั้น อนุสาวรีย์ของสืบที่ห้วยขาแข้ง ยังคงเป็นอมตะ เรียกว่าไม่แพ้ประวัติของ “เสรี เตมียเวส” แน่นอน

ทั้งสองค่ายคงจะไม่เกี่ยวข้องอะไรกัน ถ้าหากไม่มี “หลวงตาสิ้นคิด” วัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์เข้าไปอยู่ในป่า และเกิดกรณีสร้างอาคารที่พักรุกล้ำที่ป่า “เกินกำหนดที่อนุญาต” ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ “หน่วยพยัคฆ์ไพร” นำโดย ชาญชัย กิจศักดาภาพ หัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพร ฉายา “บิ๊กเต่า” แห่งกรมป่าไม้ ได้สนธิกำลังเข้าทำการตรวจค้น ซึ่งเป็นเวลาที่หลวงตาสิ้นคิดไม่อยู่วัด ไปรับรางวัล “คนดีศรีอุบล” ที่ทุ่งศรีเมือง พอรับรางวัลเสร็จก็ได้รับ “คดี” มาพร้อมๆ กันเลย หลวงตาสิ้นคิดถึงกับปลงว่า “ตกลงกูเป็นคนดีกับคนเลวพร้อมๆ กันเลยหรือ”

10 วัน ที่ผ่านมา เรื่องราวหลวงตาสิ้นคิด และวัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์ แทบจะเป็น “นัดหยุดโลก” ว่ากันว่าคนสนใจกันยิ่งกว่าสงครามอิหร่าน เพราะนี่คือสงครามระหว่างเจ้าหน้าที่ชุดพยัคฆ์ไพรกับพระอริยะในทัศนะของ หยอง ลูกหยี อดีตนายกสมาคมตลกแห่งประเทศไทย ปัจจุบันน้อมตัวลงเป็นศิษย์หลวงตาสิ้นคิด พร้อมกับ ชูศรี เชิญยิ้ม

วัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์ กลายเป็นเวทีใหญ่ระดับประถมบันเทิงศิลป์ เกิดการประชันขันแข่งกันทั้งด้านศาสต์และศิลป์ ศาสตร์-มีการสาดถ้อยคำสำนวนใส่กัน ทั้งสำนวนกฎหมาย สำนวนวัด สำนวนนอกวัด สำนวนตลก สารพัดสำนวน ศิลป์-มีการสร้างวาทกรรมขึ้นมาอย่างมากมาย เปรียบเทียบ เปรียบเปรย เย้ยหยัน ยกย่อง เหยียบย่ำ โดยใช้พระธรรมวินัยมาเป็นปราการของแต่ละผู้แต่ละคน เรื่องราวลามปามออกนอกวัด ฝ่ายลูกศิษย์หลวงตาสิ้นคิดออกรายการแฉแหลก บอกว่ามีไอ้โม่งอยู่เบื้องหลังทั้งพระทั้งโยม พวกนี้ขี้อิจฉา เห็นหลวงตาดี เด่น ดัง แล้ว ก็อดทนไม่ได้ จึงวางแผนทำลาย และทำมานานแล้ว บางรูปเป็นถึงเจ้าฟ้าเจ้าคุณ ฯลฯ

จุดไฮไลต์นั้นอยู่ที่ “เสือร้องไห้” ซึ่งนำแสดงโดยพระเอกรุ่นใหญ่ “หลวงตาสิ้นคิด” ฉีกบทกระจุย ร้องไห้ท่ามกลางศิษย์และถ่ายทอดสดไปทั่วโลก จนน้ำตาแทบจะท่วมเมืองอุบล ผู้คนแห่กันไปให้กำลังใจหลวงตาสิ้นคิด อย่างถล่มทลาย

นอกจากน้ำตาแล้ว หลวงตาสิ้นคิด ยังประกาศ “จะทิ้งวัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์ ให้กรมป่าไม้ ส่วนตัวเองนั้นจะไปมือเปล่า ไม่เอาอะไรไปเลย แต่จะเอาลูกศิษย์ทั้งพระทั้งโยม ทั้งชี มีจำนวนร่วมๆ 1,000 รูป/คน เป้าหมายคือ หน้าทำเนียบรัฐบาลของท่านนายกหนู อนุทิน ชาญวีรกุล เพราะมีคนชี้เป้าว่า การนี้มิใช่ใครจะคิดสั่งการกันง่ายๆ คนระดับหลวงตาสิ้นคิดมิใช่กระจอก ดังนั้นคนที่อยู่เบื้องหลังย่อมไม่กระจอก ต้องระดับคนในทำเนียบที่สั่งการ เพื่อจะสู้ให้แตกหัก จึงต้องไปนอนประท้วงที่..หน้าทำเนียบ กำหนดไม่เกิน 7 วัน นับจากวันที่ 3 เมษายน เป็นต้นมา

พอหลวงตาสิ้นคิดร้องไห้ประกาศอออกไปเช่นนั้น ก็เกิดดราม่ากันยกใหญ่ ร้อนอกร้อนใจไปทั่วประเทศไทย กลัวหลวงตาไปจริง บางคนก็ประกาศยกรีสอร์ตถวายให้เป็นวัด พระบางรูปก็ประกาศเปิดวัดรับหลวงตาสิ้นคิดไปอยู่ด้วย ขณะที่ทำเนียบรัฐบาลนั้น ก็คงจะกลัวหลวงตามาจริงๆ เลยมีมือที่มองไม่เห็น สั่งการไปยังอธิบดีกรมป่าไม้ ในฐานะหัวหน้าใหญ่ของชุดพยัคฆ์ไพร ให้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ สรุปว่า แค่แจ้งว่ามีการบุกรุกป่าสงวน แต่ยังไม่พบผู้กระทำความผิด

เปิดทางให้ “มือปราบขุนดง” พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร เปิดตัวออกมาเป็นตัวช่วย “เซฟหลวงตาสิ้นคิด” ยิงนำก่อนด้วยข้อหา “กรมป่าไม้ทำรุนแรงเกินไป ยกโขยงไปเป็นร้อย ถือว่าไม่เคารพสถานที่”

จากนั้นไปไม่กี่อึดใจ ทางกรมป่าไม้ซึ่งเมื่อได้ฟัง “พี่เรวัช” เล่นบทตีกันเองซะอย่างนั้น ก็อดใจไม่ได้ จึงต้องมีรายการ “ใหญ่ชนใหญ่” ไปขอแรงพี่ใหญ่ “วีรบุรุษแก่งกระจาน” ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้เป็นเสมือนเกจิแห่งป่าไม้ไทยในยุคปัจจุบัน ให้ออกหน้ามาชนกับ “เรวัช” จะพอสูสี ไม่แบกน้ำหนักกันเกินไปในเวทีมวยรุ่นใหญ่

ชัยวัฒน์ ก็ไม่ธรรมดา ยกพยานหลักฐานมาอ้างอิง “เป็นกฎหมายล้วนๆ” นิ่มแต่แรง พยายามไม่แตะวัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์และหลวงตาสิ้นคิด แต่แรงกระแทกจะไปถึงใครถ้าไม่ใช่ “เรวัช”

เรวัช เจอ ชัยวัฒน์ นัดนี้ มีเดิมพัน เป็นเกียรติยศศักดิ์ศรีแห่งกรมป่าไม้ ไม่แน่จริงก็อยู่ไม่ได้มาจนป่านนี้ และที่สำคัญ สำนวนไทยแต่โบราณว่า “กรุงศรีอยุธยาไม่สิ้นคนดี” ยังคงอยู่ฉันใด กรมป่าไม้ก็ไม่สิ้นคนเก่งคนกล้า กล้าชนแม้กระทั่งมือปราบขุนดง ฉันนั้น

สงครามมิทันจบ อย่าเพิ่งนับศพทหาร

ดูซีรี่ย์ “สิ้นคิดการละคร” แล้ว อร่อยครบเครื่อง พูดได้คำเดียวว่า มันส์ พ่ะย่ะค่ะ

Leave a Reply