ทวงถามคืบหน้า “สังฆราโชบาย 12 ข้อ” มส.-พศ. ดำเนินการอะไรแล้วบ้าง??

ข่าวเกี่ยวกับ “โทน บางแค” เซียนพระเครื่อง ศิษย์รัก “ครูบาอริยชาติ” ปะทะคารมกับ “บิ๊กเต่า” พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผบช.ก. ศิษย์รัก “หลวงพ่อศิลา สิริจนฺโท” เปิดศึกแฉข้อมูลไปมา แม้ไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อวิกฤติศรัทธาต่อพระภิกษุสงฆ์ แต่ทางอ้อม “ภาพรวม” ย่อมส่งผลกระทบต่อพระพุทธศาสนาโดยตรง เนื่องจาก “พระเครื่อง” เป็นชิ้นส่วนหนึ่งในพุทธศาสนา

การปะทะคารมจนถึงฟ้องร้องกันของทั้งสองคน ทำให้สังคมรับรู้ถึงกระบวนการค้าพระเครื่องที่เป็นหนึ่งใน “พุทธพาณิชย์”  ลึกลับ ซับซ้อน บางคนใช้พระเครื่องซื้อขายตำแหน่งเพื่อหลีกเลี่ยงกระบวนตรวจสอบ จนถึงระดับใช้พระเครื่อง “ฟอกเงิน” แบบนี้ก็มี

พระเครื่อง ต้นตอมาจาก “วัด” โดยมีพระภิกษุสงฆ์ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น “พระเกจิ” ปลุกเสกจากดิน หิน เกสรดอกไม้ ว่านธรรดาให้กลายเป็นทรัพย์สินมูลค่านับล้าน ซึ่งในอดีตผู้คนเชื่อใน “พุทธคุณ” ทำให้แคล้วคลาดปลอดภัย มีเสน่ห์ หรือ ทำมาค้าขายดี

ปัจจุบันพระเครื่องกลายเป็น “สินค้า” ชนิดหนึ่งที่มีการซื้อขายทั่วไป ไม่มีการควบคุม ไม่มีการขออนุญาตไม่มีการตรวจสอบ  ทั้งวัตถุการผลิต การปลุกเสก การตั้งราคา การขาย หรือแม้กระทั้ง การปั่นราคา

จึงเป็นช่องทางหากินง่าย สำหรับพระภิกษุบางรูป ที่ทำร่วมกับบุคคลที่มีชื่อเสียง เซียนพระ โดยมี นักลงทุน นักการตลาด สื่อสารมวลชน ร่วมด้วยช่วยกัน “ปั่นราคา”

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา “สมเด็จพระสังฆราช” ในฐานะประธานกรรมการมหาเถรสมาคม เพื่อควบคุมยับยั่ง “พุทธพาณิชย์” ดังกล่าว จึงประกาศ พระสังฆราโชบาย 12 ข้อ เมื่อทรงให้ควบคุมและลดการสร้างเครื่องรางของขลัง และให้หลีกเลี่ยงการสร้างรูปเคารพของศาสนาอื่นในเขตวัด โดยให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ประสานกับคณะสงฆ์และ คณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (คพช.)จังหวัดช่วยกันดูแลสอดส่อง

ใน “สังฆราโชบาย 12 ข้อ” นี้ ทรงให้ลดองค์การบริหารสงฆ์ที่เคยมี 6 องค์กรให้เหลือ 4 องค์กรเพื่อกระทัดรัดและไม่ซ้ำซ้อนกัน พร้อมทั้งประทานนโยบายการเลือกผู้บริหารสงฆ์ใหม่ให้เน้นผู้เคร่งในการรักษาธรรมวินัยแทนเน้นผลงานก่อสร้างถาวรวัตถุ

ในการนี้ทรงให้อำนาจ คณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (คพช.) เข้ามามีบทบาทสนับสนุนการ ตรวจสอบคุณสมบัติพระสังฆาธิการก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งและเพื่อให้สังฆราโชบาย 12 ข้อเป็นรูปธรรมมีผลในทางปฏิบัติ ทรงให้ คพช.และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.)ตั้งอนุกรรมการและคณะทำงานเพื่อรองรับภารกิจตาม  เพื่อทบทวนความจำ “สังฆราโชบาย 12 ข้อ”  

“Thebuddh” ขอนำมาลงย้ำอีกครั้ง นโยบายทั้ง 12 ข้อ

ส่วนที่ 1: พระสังฆราโชบาย 12 ข้อ (แบ่งหมวดหมู่เพื่อความเข้าใจง่าย)

สรุปสาระสำคัญจากการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) ครั้งที่ 1/2569 ประจำวันที่ 9 ม.ค. 2569 มีมติน้อมรับ “พระสังฆราโชบาย 12 ข้อ” และปรับโครงสร้างการทำงานใหม่ ดังนี้

ด้านหลักการและความบริสุทธิ์ของศาสนา

1.ยึดแก่นธรรม: เน้นปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ เป็นงานหลัก ห้ามบิดเบือนพระธรรมวินัย

2.คุมเข้มพุทธพาณิชย์/ไสยศาสตร์: ห้ามสร้างวัตถุมงคล เครื่องราง รูปเคารพ หรือพิธีกรรมที่ขัดต่อหลักศาสนาในเขตวัดอย่างเด็ดขาด

3.บังคับใช้พระธรรมวินัยเคร่งครัด: ลงโทษผู้กระทำผิดอย่างโปร่งใส รวดเร็ว ห้ามช่วยเหลือหรือแทรกแซง

ด้านการบริหารงานบุคคลและการแต่งตั้ง

1.รื้อเกณฑ์แต่งตั้งเจ้าอาวาส-ปกครอง: เลิกดูผลงานการ “ก่อสร้าง” (ถาวรวัตถุ) ให้ดูที่ “ความเคร่งครัดพระวินัย” และ “ผลงานการสอน -งานเผยแผ่” แทน

2.กลั่นกรองเข้มข้น: ให้คณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (คพช.) ช่วยตรวจสอบประวัติก่อนเสนอแต่งตั้ง

3.สกรีนงานก่อนเข้า มส.: ตั้งกลไกตรวจสอบเรื่องต่าง ๆ อย่างละเอียด ก่อนเสนอให้ มส. หรือสมเด็จพระสังฆราชพิจารณา

ด้านโครงสร้างและสวัสดิการ

1.ปรับโครงสร้างสงฆ์: ลดตำแหน่งซ้ำซ้อน แบ่งเขตปกครองใหม่ให้สอดคล้องกับจำนวนพระและพื้นที่

2.ปรับนิตยภัต (เงินเดือนพระ): ทบทวนอัตราให้เหมาะสมกับภาระงานและสภาพเศรษฐกิจ

3.ปฏิรูปสำนักพุทธฯ (พศ.): ปรับโครงสร้างองค์กร พศ. ให้ทำงานสนองนโยบาย มส. ได้ดียิ่งขึ้น

4.วางแผนระยะยาว: จัดทำแผนยุทธศาสตร์คณะสงฆ์ให้ชัดเจน เพื่อรับมือความเปลี่ยนแปลง

ด้านเทคโนโลยีและการศึกษา

1.ใช้ระบบดิจิทัล (Big Data): ทำฐานข้อมูลกลาง พระ-วัด ทั่วประเทศ เพื่อความโปร่งใสและบริหารงานแบบ E-government

2.ยกเครื่องการศึกษา: ปรับหลักสูตรให้ทันสมัย ทันโลก แต่ยังคงเข้มข้นในพระธรรมวินัย

ส่วนที่ 2: มติการขับเคลื่อนงานทันที

ที่ประชุม มส. มีมติเห็นชอบการปรับกลุ่มภารกิจจากเดิม 6 ด้าน ยุบรวมเหลือ 4 กลุ่มภารกิจหลัก เพื่อความคล่องตัวในการทำงานตามนโยบายข้อที่ 6 ดังนี้:

1.กลุ่มด้านการปกครองและฐานข้อมูล

2.กลุ่มด้านการศึกษาและการศึกษาสงเคราะห์

3.กลุ่มด้านการเผยแผ่ การปฏิบัติธรรม และงานพระธรรมทูต

4.กลุ่มด้านสาธารณูปการและศาสนสมบัติ

(ส่วนงานสาธารณสงเคราะห์ ให้ถือเป็นภารกิจร่วมที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันทำ)

การดำเนินการ: มอบหมายให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ประสานงานกับคณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาฯ ตั้งคณะทำงานเพื่อขับเคลื่อนนโยบายทั้งหมดทันที

คำถามตอนนี้ “สังฆราโชบาย 12 ข้อ” มีอะไรเป็นรูปธรรม เป็นชิ้นเป็นอันบ้าง โดยเฉพาะข้อ  2 นโยบายคุมเข้มพุทธพาณิชย์-ไสยศาสตร์: ห้ามสร้างวัตถุมงคล เครื่องราง รูปเคารพ หรือพิธีกรรมที่ขัดต่อหลักศาสนาในเขตวัดอย่างเด็ดขาด เนื่องจากยังมี “เจ้าประคุณสมเด็จ” บางรูปยังไปจุดเทียนชัย บางรูปไปนั่งปลุกเสก ทั้งที่รับทราบและรับสนอง สังฆราโชบาย โดยตรง..

 

ภาพ..เพจสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

Leave a Reply