เรื่องเล่าห้องรับรอง “พระภิกษุ-สามเณร” ในสนามบิน

วันก่อนเห็นข่าวในเพจบางเพจ เกิดเหตุ “ดราม่า” เล็กน้อยที่ “ห้องรับรับรองพระ” สนามบินดอนเมือง ในเพจบอกว่า “ห้องปิด”

“ผู้เขียน”  เมื่อวานนี้มีโอกาสไปเยี่ยมเยียนห้องรับรอง “พระภิกษุ-สามเณร” สนามบินสุวรรณภูมิ หลังจากเกิดประเด็น “ห้องรับรองพระภิกษุ” สนามบินสุวรรณภูมิจะโดน “ยึดพื้นที่”  เมื่อหลายปีก่อน และมีภาพ “พระภิกษุ” นั่งเรียงรายอยู่ด้านนอกห้องรับรองหลายสิบรูป ซึ่งตอนนั้นเห็นแล้ว

“น่าสังเวชใจ” ยิ่งนัก

“ห้องรับรองพระภิกษุ” สนามบินสุวรรณภูมิอยู่ภายใต้การดูแลของสำนักงานพุทธศาสนาจังหวัดสมุทรปราการ  สภาพเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง  มีพระภิกษุเข้าพักบ้างแบบประปราย

ส่วน “ป้าย” หน้าห้องคล้าย “คนละหมาด” ก็คงสภาพเดิม  เมื่อ 2-3 ปีก่อนเป็นอย่างไร  ปัจจุบันก็ยังคงสภาพแบบนั้น ที่เพิ่มเข้ามาคือ มีตู้หนังสือที่ “ว่างเปล่า”  

ความจริงหน้าโต๊ะหมูบูชาควรมีพระรูป “สมเด็จพระสังฆราช” ในตู้ควรมีหนังสือเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา

แต่!! ทุกอย่าง “ว่างเปล่า” สงสัยซ่อนปริศนาธรรมว่า “พระภิกษุ” ประเทศไทย “ว่างเปล่า” ปล่อยวาง!

 

“ผู้เขียน” ในห้วงเป็นที่ปรึกษาอนุกรรมการธิการศาสนา ร่วมเดินทางไปกับคณะหลายครั้ง เคยไปร่วมปรึกษาหารือกับผู้บริหารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (AOT)  เจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสมุทรปราการ รวมทั้งหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

ถกกันทั้งเรื่องห้องรับรองพระ “ด้านนอก-ด้านใน” และรวมทั้ง “เก้าอี้นั่งพระ” ก่อนขึ้นเครื่องตั้งอยู่ใต้บันได ดูไม่เหมาะสม..

สุดท้าย “AOT”  ก็จัดการให้ตาม “คำขอ”  เหลือแต่ “พศ.” ไม่รู้แก้อะไรไปบ้าง

เนื่องจากได้ประสานไปยัง  “ผอ.พศ.” ขอให้ “บรรจุเจ้าหน้าที่” ที่ประจำอยู่ในสนามบินสุวรรณภูมิให้ด้วย เนื่องจากบางคนทำงานมาร่วม 10 ปีแล้ว ยังเป็นแค่ “พนักงานอัตราจ้าง”  6 เดือนต่อที และเงินเดือนไม่ถึง “หมื่นห้า” ซ้ำปัจจุบัน “ลด” ลงอีก

เรื่องนี้คงต้องฝากถึง  “อุดมพร เอกเอี่ยม “ ผอ.พศ. คนใหม่ ช่วยลงมาเหลียวดูแลหน่อย

“ผู้เขียน” เห็นในเพจของ “thebuddh” มีคนพูดถึงห้องรับรอง “พระภิกษุ-สามเณร” สนามบินขอนแก่น ว่าเป็น “ตัวอย่าง” ที่ดี  อ่านแล้วอดปลื้มใจและภูมิใจไม่น้อย

เพราะสนามบินขอนแก่น “ผู้เขียน” ร่วมเป็น “ติ่งเล็ก” ติ่งหนึ่งในการร่วมเรียกร้องให้มีเช่นกัน จึงขอนำข้อเขียนที่ได้เขียนไว้เมื่อหลายปีที่แล้วมา “ขยี้” ต่อ ดังนี้

ห้องรับรอง “พระภิกษุ-สามเณร” สนามบินขอนแก่น “แม่งานใหญ่” คนเป็น “สารตั้งต้น” เรียกร้องผ่านสื่อถึงสิทธิ “ความเสมอภาคตามกฎหมาย” หลักคือ “พระเทพวัชรสารบัณฑิต” หรือ “เจ้าคุณประสาร”  อดีตเลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย (ปัจจุบันยุบไปแล้ว)  เมื่อท่านไปเห็น “ห้องละหมาด” ของศาสนาอิสลาม แต่ไม่เห็นห้องสำหรับ “รับรองภิกษุ-สามเณร” ไว้สำหรับประกอบศาสนกิจบ้าง

ทั้งที่ “จังหวัดขอนแก่น” ถือว่าเป็น “ศูนย์กลางพุทธศาสนา” ในภาคอีสาน และสนามบินขอนแก่น มีพระมหาเถระไม่ว่าจะเป็น เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก เจ้าคณะภาค หรือแม้กระทั้งพระสงฆ์ ใช้กันเป็นประจำแต่ไม่มีห้องรับรอง..พระสงฆ์

ตอนนั้นเป็นข่าวใหญ่โต แน่นอนชาวพุทธ คณะสงฆ์บางคนบางรูป ประเภท “โลกสวย -ปัญญาน้อย” ประเภท “สายตาสั้น” มองไม่เห็นอะไร..ทั้งสิทธิทางกฎหมาย ความชอบธรรม หรือแม้กระทั้งความเป็น “เมืองพุทธ” เห็นแต่  “กำแพงวัด” ของตนเอง รอให้โยมประเคนให้อย่างเดียว หรือ “ชาวพุทธ” บางคน “เสพข่าว” ด้านลบพระสงฆ์ จน “หัวใจ” มองไม่เห็น “ความชอบธรรม” 

อาจมองว่า “เจ้าคุณประสาร” ทำเกินหน้าที่ความเป็นสมณสารูป เรียกร้องสิ่งที่พระสงฆ์  “ไม่ควรเรียกร้อง”

“ผู้เขียน” สนใจเรื่องนี้เป็นพิเศษ แม้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องได้ดีหรือเสียกับ “พระสงฆ์จังหวัดขอนแก่น” เคยไปใช้สนามบินแห่งนี้ในฐานะ “ลูกค้า”  2-3 ครั้ง ตาม “ปลัดเก่ง” คุณสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อดีตปลัดมหาดไทยไป 2  ครั้ง  อีกครั้ง ตาม “อดีตพระเทพปวรเมธี” รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มจร ไปอีกครั้งหนึ่ง แค่นั้น

“เจ้าคุณประสาร” ขอให้ช่วยติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตอนนั้นไม่รู้ว่า “สนามบินขอนแก่น” ขึ้นกับ “กรมท่าอากาศยาน” หรือ “บริษัทท่าอากาศยานไทย” ติดต่อไม่ติดทั้งทางโทรศัพท์และอีเมล์ ปล่อยล่วงเวลาเนิ่นนานหลายอาทิตย์

วันหนึ่งมี “นัดพบ” กับ ดร. นิยม เวชกามา ,ดร. เพรชวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล, ดร.สำราญ สมพงษ์,  ดร.ปิง หรือ ณพลเดช มณีลังกา พร้อมคณะ คุยไปคุยมา ดร.ปิง บอกว่ารู้จักมักคุ้นกับ “อธิบดีกรมท่า” จึงรับอาสาประสานไป

ผลสรุปคือ..ดีลลงตัว

หลังจากนั้นไม่นาน “เจ้าคุณประสาร” ติดต่อมาบอกว่า “สนามบินขอนแก่น” พร้อมแล้วให้ “ฝ่ายเรา” ไปคุย จึงยกทีมกันไป

ไปในนาม “ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย”  โดยมี “พระครูปลัดธีวิทย์” พระครูปลัดสุวัฒนสัจจคุณ รองเลขาศูนย์พิทักษ์ฯ  (ปัจจุบันพระวัฒนวชิรเมธี )  พร้อมคณะสื่อมวลชนไปด้วย

งบประมาณค่าเดินทางทั้งหมด ได้รับการอุปถัมภ์จาก “เจ้าคุณประสาร”

“ผู้เขียน” ไม่ได้ถามว่างบประมาณเอามาจากไหน

เมื่อถึงสนามบินขอนแก่น “ผอ.สนามบิน” ชื่อ “สมหมาย” นามสกุลจำไม่ได้ เข้ามาต้อนรับคณะเราถึงภายใน พร้อมกับพาไปดู “ห้องรับรองพระสงฆ์” ที่เตรียมไว้แบบลวก ๆ  กระทันหัน ป้ายหน้าห้องติดคำว่า “ห้องปฎิบัติศาสนกิจ”  ผู้เขียนเป็นคนบอกว่าต้องเปลี่ยนเป็น “ห้องรับรองพระสงฆ์” หากเป็นชื่อ ห้องปฎิบัติศาสนกิจ ศาสนอื่นเขาก็มาใช้ได้

เมื่อคุยกันเรียบร้อย “คุณสมหมาย” พาไปดูห้องรับรองต่าง ๆ ชั้น 2 มีห้องรับรองหลายห้อง ว่างมากมาย

“ผู้เขียน” ถามถึงห้องละหมาด คุณสมหมายก็พาไปดู แต่ไม่ได้เข้าไปดูด้านใน..เพราะกลัวไม่ให้เกียรติ

“ผู้เขียน” ถาม ผอ.สนามบินขอนแก่นว่า ทำไมสนามบินทุกแห่ง ต้องทุกมี “ห้องละหมาด” แต่ทำไมไม่มี  “ห้องรับรองพระสงฆ์” ท่านให้ข้อมูลว่า..

ยุครัฐมนตรีคนมุสลิมท่านหนึ่ง ท่านไปปฎิบัติงานที่ภาคใต้..เมื่อถึงสนามบิน ท่านถามถึงห้องละหมาด..แต่ไม่มี

ด้วยเหตุนี้ปัจจุบันเวลาสร้างสนามบินที่ไหน..ในแบบแปลนเลยต้องมี “ห้องละหมาด” และคนที่เขียนแบบหรือคนตรวจ “รับงาน” ก็คือ ชาวพุทธเรานี่แหละ!!  สุดช้ำ

ก่อนกลับ “เจ้าคุณประสาร -เจ้าคุณธีวิทย์” รับปากกับ ผอ.สนามบินขอนแก่นว่าจะหา “เจ้าภาพ” และงบประมาณ มาปรับปรุงตบแต่ง “ห้องรับรองพระสงฆ์” พร้อมหนังสือพระพุทธศาสนามาไว้ในห้องรับรองแห่งนี้ ตอนหลังได้รับแจ้งจาก “เจ้าคุณประสาร” ว่าได้คุยกับ “เจ้าคุณชุมพร” เรียบร้อยแล้ว

ปัจจุบันคือ  “พระวชิรรัตนาภรณ์” อดีตเลขานุการเจ้าคณะภาค 9  และ เจ้าคุณชุมพร แจ้งว่าได้ปรารภกับ “พระพรหมวัชรเมธี” เจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม ในฐานะเจ้าคณะภาค 9 ณ ตอนนั้นแล้ว“หลวงพ่อยินดีเป็นเจ้าภาพให้ทั้งหมด”

แต่ตอนหลังทราบว่ามี “พระภิกษุ” รูปอื่นในจังหวัดช่วยกันหางบประมาณบริหารจัดแจงกันเอง

สนามบินขอนแก่นแค่ “จุดเริ่มต้น”  ถือว่าเป็น “ต้นแบบ”  ที่พระภิกษุสงฆ์ รวมทั้งชาวพุทธ จะร่วมผลักดันเดินหน้าต่อไปคือ..สนามบินทุกแห่งต้องมี..ห้องรับรองพระสงฆ์

“ผู้เขียน”  เขียนย้อนเหตุการณ์ การได้มาห้องรับรอง “พระภิกษุ-สามเณร” สนามบินขอนแก่นให้ได้รับรู้กันว่าเป็นมาอย่างไร รวมทั้งเขียนถึงห้องรับรอง “พระภิกษุ-สามเณร” สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อให้ชาวพุทธรวมทั้ง “พระภิกษุสงฆ์-คฤหัสถ์” ช่วยกันรักษาดูแลทะนุบำรุง  สิ่งที่ท่าอากาศยานสนามบินสุวรรณภูมิมีน้ำจิตน้ำใจถวายให้ใช้ห้องฟรี..

Leave a Reply