ตอบคำถาม!! ระเบียบคณะธรรมยุต “ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่”

วันที่ 15 พฤษภาคม 2569  หลังจากมีการตั้งคำถามจากบุคคลใกล้ชิดพระชื่อดังในกระแสข่าวจังหวัดอุบลราชธานี ถึงคำประกาศ “มติกรรมการเถรสมาคมคณะธรรมยุต” ของ “สมเด็จพระมหาวีรวงศ์” กรรมการมหาเถรสมาคม เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ในฐานะเลขาธิการคณะธรรมยุต ว่า “องค์กรนี้ตั้งขึ้นโดยกฎหมายใด และใช้อำนาจจากบทบัญญัติใด” ในการออกมติดังกล่าว ตามที่ทราบแล้วนั่น

ซึ่งในมติดังกล่าวขอให้เจ้าคณะภาค 10 เจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี และรองเจ้าคณะภาค 10 คณะธรรมยุตร่วมกันถวายคำเตือนพระชื่อดังดังกล่าว กรณี มีความไม่สำรวมในขณะแสดงธรรม และไม่ยอมแสดงสังกัดให้ชัดเจนแก่เจ้าคณะปกครอง

“thebuddh” ขอนำคำประกาศ “ระเบียบบริหารคณะธรรมยุต” ที่ “สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์” ในฐานะเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต ได้ทรงออก ประกาศคณะธรรมยุต เรื่อง ให้ใช้ประมวลระเบียบบริหารวัดธรรมยุต พุทธศักราช 2500  และ “ระเบียบคณะธรรมยุต” ที่ “สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร” ในฐานะเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต ได้ทรงปรับปรุงและวาง “ระเบียบคณะธรรมยุต” ขึ้นมาใหม่ ประกาศใน พ.ศ.2544 มาเผยแพร่ต่อ ซึ่งมีสรุปไว้ดังนี้

1.สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ในฐานะ เจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต ได้ทรงออก ประกาศคณะธรรมยุต เรื่อง ให้ใช้ประมวลระเบียบบริหารวัดธรรมยุต พุทธศักราช 2500 ประกาศ ณ วันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2500  เพื่อวางหลักการบริหารวัดธรรมยุตให้เป็นระเบียบเรียบร้อย

2.ต่อมา สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ในฐานะ เจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต ได้ทรงออก ระเบียบคณะธรรมยุต พ.ศ. 2544 โดยอาศัยอำนาจตาม พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535  มาตรา 20  ทวิ และ กฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 23  พ.ศ. 2541 ว่าด้วยระเบียบการปกครองคณะสงฆ์ หมวด 2 ข้อ 6 (5) และข้อ 7 ประกอบมติที่ประชุมกรรมการบริหารคณะธรรมยุต ครั้งที่ 1/2544

3.ระเบียบคณะธรรมยุต พ.ศ. 2544 ได้กำหนดให้มี กรรมการคณะธรรมยุต โดย เจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุตเป็นผู้แต่งตั้ง พร้อมทั้งกำหนดองค์ประกอบ วาระ อำนาจหน้าที่ สำนักงานคณะธรรมยุต และเลขาธิการคณะธรรมยุตไว้อย่างชัดเจน

ซึ่งหากยึดเอาตามระเบียบทั้ง 2 ฉบับดังกล่าว สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ปัจจุบัน ในฐานะเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต จึงทรงมีอำนาจตามกฎหมาย กฎมหาเถรสมาคม และระเบียบคณะธรรมยุต ในการแต่งตั้งคณะกรรมการคณะธรรมยุตชุดปัจจุบัน รวมทั้งมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ในกิจการที่อยู่ในอำนาจของเจ้าคณะใหญ่ได้โดยชอบ

ด้วยเหตุนี้ คณะกรรมการคณะธรรมยุต จึงเป็นคณะกรรมการที่มีฐานอำนาจรองรับโดยถูกต้อง ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ กฎมหาเถรสมาคม และระเบียบคณะธรรมยุตที่ใช้บังคับมาเป็นเวลานาน มิใช่คณะกรรมการที่ตั้งขึ้นโดยปราศจากอำนาจหรือหลักเกณฑ์รองรับ การแสดงความเห็นหรือดำเนินการใดๆ ที่กระทบต่อสถานะ อำนาจหน้าที่ หรือความชอบด้วยระเบียบของคณะกรรมการดังกล่าว จึงควรกระทำด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง เพราะอาจกระทบต่อระเบียบ แนวปฏิบัติ และพระอำนาจหน้าที่ที่สมเด็จพระสังฆราชในอดีตได้ทรงวางไว้ และที่สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ปัจจุบันทรงใช้อำนาจโดยชอบตามกฎหมายอยู่ในปัจจุบัน

โดยสรุป ตำแหน่ง “เจ้าคณะใหญ่” เป็นตำแหน่งที่มีบัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ และมีอำนาจหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์และกฎมหาเถรสมาคม สมเด็จพระสังฆราชในอดีต ในฐานะเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต จึงได้ทรงใช้พระอำนาจดังกล่าววางระเบียบการบริหารภายในคณะธรรมยุตตามเขตปกครอง เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปโดยเรียบร้อย มีระบบ และต่อเนื่อง รวมทั้งกำหนดให้มีคณะกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อช่วยดูแล กลั่นกรอง ปฏิบัติหน้าที่ และสนองงานแทนเจ้าคณะใหญ่ในบางเรื่อง ตามขอบเขตหน้าที่และอำนาจที่เจ้าคณะใหญ่มอบหมายโดยชอบ

ปัจจุบัน คณะกรรมการคณะธรรมยุตที่ได้รับแต่งตั้งมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 3 ปี และมีการประชุมเป็นประจำทุกเดือนตามคำสั่งและระเบียบที่กำหนดไว้ เมื่อที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องใดแล้ว การมีมติหรือข้อเสนอใดๆ ย่อมกระทำในนามของ “คณะกรรมการคณะธรรมยุต” ตามผลการประชุม มิใช่เป็นการดำเนินการโดยบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยลำพัง ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามระบบการบริหารงานที่เจ้าคณะใหญ่ได้ทรงวางไว้ และมอบหมายให้คณะกรรมการปฏิบัติหน้าที่สนองงานโดยชอบ

ติดตามอ่านระเบียบคณะธรรมยุตได้อย่างละเอียดตามลิงค์ด้านล่างนี้

ระเบียบคณะธรรมยุต

 

Leave a Reply