เหลียวหลังแลหน้า..”มจร” ภายใต้การนำ “พระพรหมวัชรธีราจารย์” วาระที่ 3 เดินหน้านโยบาย 8 ด้านสู่ความเป็น “มหาวิทยาลัยระดับโลก”

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) ก้าวสู่หมุดหมายสำคัญของการพัฒนาองค์กร ภายหลัง “พระพรหมวัชรธีราจารย์” อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีต่อเนื่องเป็น สมัยที่ 3 นับเป็นการสานต่อภารกิจการพัฒนามหาวิทยาลัยบนรากฐานแห่งความสำเร็จตลอด 2 วาระที่ผ่านมา ที่ได้ขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยให้เติบโตอย่างมั่นคงทั้งด้านวิชาการ การบริหารจัดการ การวิจัย การบริการวิชาการ และการเผยแผ่พระพุทธศาสนา จนได้รับการยอมรับในฐานะสถาบันอุดมศึกษาพระพุทธศาสนาชั้นนำของประเทศและมีบทบาทในเวทีนานาชาติ

ตลอดระยะเวลาการบริหารที่ผ่านมา พระพรหมวัชรธีราจารย์ได้กำหนดทิศทางการพัฒนามหาวิทยาลัยให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ โดยยึดอัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัยสงฆ์ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพการศึกษาตามมาตรฐานสากล ส่งผลให้มหาวิทยาลัยมีความก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการพัฒนาหลักสูตรตามแนวทาง Outcome-Based Education (OBE) การยกระดับระบบประกันคุณภาพด้วยเกณฑ์ AUN-QA และ EdPEx การพัฒนาศักยภาพบุคลากรเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการ การส่งเสริมงานวิจัยและพุทธนวัตกรรม ตลอดจนการพัฒนาระบบบริหารจัดการที่มุ่งผลสัมฤทธิ์และใช้ข้อมูลเป็นฐานในการตัดสินใจ (Data-driven Management)

ด้านการวิจัยและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยได้ส่งเสริมการสร้างองค์ความรู้ที่บูรณาการพระพุทธศาสนากับศาสตร์สมัยใหม่ เพื่อพัฒนาคนและสังคมอย่างยั่งยืน พร้อมขยายบทบาทการบริการวิชาการสู่ชุมชน วัด และองค์กรภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ ตลอดจนสนับสนุนการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในระดับนานาชาติผ่านเครือข่ายพระธรรมทูตไทยในต่างประเทศ ส่งผลให้มหาวิทยาลัยมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนพระพุทธศาสนาในมิติสากล

ในด้านความเป็นนานาชาติ มจร ได้ขยายความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและองค์กรพระพุทธศาสนาในหลายประเทศ พัฒนาหลักสูตรนานาชาติ เพิ่มจำนวนนิสิตต่างชาติ และยกระดับ วิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติ (IBSC) ให้เป็นศูนย์กลางการศึกษาพระพุทธศาสนาระดับโลก ขณะเดียวกันยังเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบเครือข่าย และการเรียนการสอนในรูปแบบดิจิทัล เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ Digital University อย่างเต็มรูปแบบ

การบริหารมหาวิทยาลัยในสมัยที่ 3 ของพระพรหมวัชรธีราจารย์ จะเป็นการต่อยอดความสำเร็จจาก 2 วาระที่ผ่านมา ภายใต้ นโยบายการบริหาร 8 ด้าน ที่มุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ เพื่อขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยให้ก้าวทันโลกและยังคงยืนหยัดบนรากฐานแห่งพระพุทธศาสนา

นโยบายประการแรก คือ “วัดมหาวิทยาลัย (MCU Monastic University)” ที่มุ่งธำรงความเป็นมหาวิทยาลัยสงฆ์ให้เป็นศูนย์กลางการศึกษา การปฏิบัติ และการเผยแผ่พระพุทธศาสนา โดยเชื่อมโยงวัด คณะสงฆ์ และมหาวิทยาลัยเข้าด้วยกันอย่างเป็นเอกภาพ พร้อมส่งเสริมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาและการพัฒนาพื้นที่มหาวิทยาลัยให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางพระพุทธศาสนาที่สมบูรณ์

นโยบายด้านที่สอง “มหาวิทยาลัยสีเขียว (MCU Green University)” จะยกระดับการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม พัฒนาพื้นที่สีเขียว ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด การจัดการขยะ การอนุรักษ์ทรัพยากร และการพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ เพื่อก้าวสู่มหาวิทยาลัยแห่งความยั่งยืน

นโยบายด้านที่สาม “ชุมชนแห่งการเรียนรู้ (MCU Learning Community)” มุ่งสร้างโอกาสทางการศึกษาแก่ทุกช่วงวัย ผ่านหลักสูตรระดับปริญญา หลักสูตรระยะสั้น ระบบ Credit Bank หลักสูตรออนไลน์ และการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อให้มหาวิทยาลัยเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของพระสงฆ์และประชาชน

นโยบายด้านที่สี่ “พุทธนวัตกรรมเพื่อพัฒนาจิตใจและสังคม (Buddhist Innovation for Mental and Social Development)” จะมุ่งสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมที่นำหลักพระพุทธศาสนามาประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาสังคม พัฒนาคุณภาพชีวิต และสร้างคุณลักษณะบัณฑิตที่มีทั้งความรู้ คุณธรรม ภาวะผู้นำ และทักษะแห่งศตวรรษที่ 21

นโยบายด้านที่ห้า “ความเป็นนานาชาติ (International Buddhist Studies Center)” จะต่อยอดความร่วมมือทางวิชาการกับมหาวิทยาลัยและองค์กรพระพุทธศาสนาทั่วโลก เพิ่มหลักสูตรนานาชาติ หลักสูตรภาษาอังกฤษ พัฒนางานวิจัยและตำราภาษาอังกฤษ พร้อมผลักดันให้ มจร. เป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนศึกษาระดับโลก

นโยบายด้านที่หก “เทคโนโลยีเพื่อการบริหาร การเรียนการสอน และบริการวิชาการ” มุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล ยกระดับ MCU Network พัฒนาระบบฐานข้อมูล Big Data ระบบบริหารอัจฉริยะ และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารและการจัดการศึกษา

นโยบายด้านที่เจ็ด “การสร้างและขยายเครือข่ายความร่วมมือ” จะเสริมสร้างความร่วมมือกับมหาเถรสมาคม หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันการศึกษา และองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อบูรณาการองค์ความรู้และทรัพยากรในการพัฒนาพระพุทธศาสนาและสังคมร่วมกัน

ส่วนนโยบายด้านที่แปด “การบริหารองค์กรด้วยหลักธรรมาภิบาลและพระธรรมวินัย” จะยึดหลักนิติธรรม คุณธรรม ความโปร่งใส การมีส่วนร่วม ความรับผิดชอบ และความคุ้มค่า ควบคู่กับการยึดมั่นในพระธรรมวินัย เพื่อสร้างองค์กรที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และได้รับความเชื่อมั่นจากคณะสงฆ์และสังคม

นอกจากนี้ การบริหารในสมัยที่ 3 ยังสอดคล้องกับบทบาทของมหาวิทยาลัยในฐานะ สถาบันอุดมศึกษากลุ่มที่ 4 “พัฒนาปัญญาและคุณธรรมด้วยหลักศาสนา” ตามการจัดกลุ่มสถาบันอุดมศึกษาของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยมุ่งขับเคลื่อนตัวชี้วัดสำคัญทั้งด้านการผลิตบัณฑิตที่มีคุณธรรม การสร้างบุคลากรต้นแบบ การผลิตผลงานวิจัยและพุทธนวัตกรรม ตลอดจนการสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน

ขณะที่ “พระเทพวัชรสารบัณฑิต” กล่าวว่า การบริหารมหาวิทยาลัยในวาระใหม่ของพระพรหมวัชรธีราจารย์นี้ จะเป็นการสานต่อความสำเร็จจากอดีต พร้อมยกระดับการพัฒนาให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลก ภายใต้เป้าหมายการสร้าง “มหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาระดับโลก (Buddhist World Class University)” ที่เป็นเลิศด้านการพัฒนาปัญญาและคุณธรรม สร้างพุทธนวัตกรรมเพื่อประโยชน์สุขของสังคม ผลิตบัณฑิตที่มีทั้งความรู้ ความสามารถ และคุณธรรม พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศและประชาคมโลกอย่างยั่งยืน..

 

Leave a Reply