วันที่ 9 กันยายน 2569 เวลา 13.00 น.ที่วัดโพธิ์ทองเจริญ (วัดบ้านขาม) ต.พลับพลาชัย อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี พระธรรมวชิรสุนทร รก.ประธานกรรมการบริหารกลาง พระเทพสมุทรวัชราจารย์ ประธานกรรมการบริหารหมู่บ้านรักษาศีล 5 หนกลาง พระเทพปริยัติโสภณ รองประธานกรรมการบริหารหนกลาง พร้อมด้วย คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ ตรวจเยี่ยมและประเมินผลโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา “หมู่บ้านรักษาศีล 5” โดยมี พระสุพรรณวชิราภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี พระสุพรรณวชิรธรรม เจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี (ธ) พระครูภาวนาโพธิวงศ์ เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ทองเจริญ นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารท้องถิ่น กำนันผู้ใหญ่บ้าน คณะครูนักเรียน และพุทธศาสนิกชนซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวไทยเชื้อสายลาว ร่วมถวายการต้อนรับ
นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ได้กล่าวรายงานตอนหนึ่งว่า จังหวัดสุพรรณบุรี แบ่งพื้นที่การปกครองเป็น 10 อำเภอ 110 ตำบล 1,008 หมู่บ้าน มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 127 แห่ง มีจำนวนประชากร 815,273 คน มีวัด จำนวน 605 วัด มีสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด จำนวน 47 แห่ง และหมู่บ้านเข้าร่วมโครงการ “หมู่บ้านรักษาศีล 5 ” ครบทุกหมู่บ้าน สำหรับปีนี้ จังหวัดสุพรรณบุรีได้พิจารณาคัดเลือกบ้านขาม ตำบลพลับพลาไชย อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็น “หมู่บ้านรักษาศีล 5 ต้นแบบ” ระดับจังหวัด โดยคณะสงฆ์ ข้าราชการ และพุทธศาสนิกชน ในพื้นที่ดำเนินโครงการ ได้ร่วมกัน ขับเคลื่อนกิจกรรม โดยยึดหลักเบญจศีล – เบญจธรรม มีการส่งเสริมให้ประชาชน เข้าวัด ทำวัตร สวดมนต์ และปฏิบัติธรรม มาอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการดำเนิน โครงการที่เกี่ยวข้อง เช่นโครงการ “ผู้ว่าพาตักบาตร สืบสานพระพุทธศาสนา รักษาศีล จังหวัดสุพรรณบุรี” โดยเป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างวัด หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และภาคประชาชน มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และสุขภาพที่ดีของผู้เข้าร่วมโครงการ สร้างภูมิคุ้มกันการเวิดปัญหาสุขภาพจิต ป้องกัน ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ปลูกจิตสำนึกในการรวมกันป้องกันปัญหา ยาเสพติด และส่งเสริมการน้อมนำเอาหลักธรรมทางพระพุทธศษสนาศาสนามาใช้ในการ ดำเนินชีวิตประจำวัน โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือ”นำประชาชนคนสุพรรณบุรีไป ความสุขกายสบายใจ” โครงการคนดีศรีสุพรรณ ซึ่งเป็นโครงการที่มีวัตถุประสงค์ในการ สร้างสรรค์คนดี มีศีลธรรม วัฒนธรรม เคารพกฎหมายและมีวิจารณญาณในการ รับรู้ข่าวสาร โดยได้ริเริ่มดำเนินการมา ตั้งแต่ พ.ศ.2540 จนถึงปัจจุบัน กิจกรรม “รวมพลังสร้างสัปปายะสู่วัดด้วยวิถี 5ส (Big Cleaning Day)วัด ประชา รัฐสร้างสุข” โครงการชุมชนคุณธรรม
ด้าน พระครูภาวนาโพธิวงศ์ ได้เผยว่า ชุมชนบ้านขามเป็นชุมชนเก่าแก่ เป็นคนลาวจากหลวงพระบางอพยพมาตั้งแต่ยุคสมัยพระเจ้าตากสินมหาราช แล้วมาตั้งรกรากอยู่ที่นี่ อีกสมัยรัชกาลที่3 ก็มีการต้อนลาวจากเวียงจันทร์มาอีกระลอกหนึ่งมาสมทบอยู่ที่เมืองอู่ทองและกระจายไปอยู่ตามจังหวัดต่าง ๆเช่น บ้านแพ้วสมุทรสาคร ราชบุรี เพชบุรี ในสมัยสงคราม 9 ทัพ รัชกาลที่ 1 ก็เคยเกณฑ์ลาวจากชุมชนบ้านขามและชุมชนอื่น ๆ ไปตั้งค่ายอยู่ที่จังหวัดชัยนาท
“ชนเผ่าลาวมีทั้งหมด 12 ชนเผ่า แต่คนคิดว่าลาวบ้านขามเป็นลาวเวียง ความจริงชุมชนที่นี้เป็นลาวตี้ ยังคงรักษารากเหง้าประเพณีของตนเองอย่างเข้มแข็ง ประชาชนยังเข้าวัดสม่ำเสมอ โดยเฉพาะประเพณีเด่นคือประเพณีทอดปราสาทผึ้งและผ้าป่าผีรวมญาติ วันสงกรานต์ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของทุกปีนั้น เป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นเทศกาลสำคัญประจำปี ซึ่งถือว่าเป็นการ ได้ใช้เวลาทำกิจกรรมร่วมกันในหมู่ญาติ ซึ่งเมื่อหมู่ญาติๆมารวมตัวกันก็พลอยระลึกถึงญาติและผู้มีอุปการะคุณ ที่วายชน ไปแล้วด้วย และความคิดถึงญาตินี้เอง จึงระลึกว่าควรทำสิ่งใดให้เป็นประโยชน์แก่ผู้วายชน ด้วยความ ไปให้ผู้วายชนเหล่านั้น เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา บรรพบุรุษชาวบ้านขามจึงมีประเพณีทำบุญรวมญาติและทอดปราสาทผึ้ง เพื่ออุทิศ การทำปราสาทผึ้งนั้น มีอุบายว่า ห้ามทำคนเดียว ให้ชักชวนกันทำหลายๆคน กล่าวคือ เพื่อให้มีความสัค รสมานสามัคคีกันนั้นเอง ลูกหลานจะ ได้รู้จักช่วยเหลือเอื้อเฟื้อเสียสละแก่กันและกัน โดยผ่านการร่วมกันทำ ปราสาทผึ้งอุทิศนั้น แล้วพากันแห่แหนด้วยเครื่องดนตรีสนุกสนาน ไปทอดตามป่าช้า (ปัจจุบันจะนำมาทอดที่ วัด) โดยนิมนต์พระภิกษุอย่างน้อย 4 รูปขึ้นไป (จตุวรรค) พิจารณาชักบังสุกุล ส่วนของอัฐบริขารและเครื่องใช้ สอยอันเหมาะแก่สมณะนั้น จักตกเป็นของส่วนกลางสงฆ์ มีธรรมเนียมว่าจะ ไม่ยกให้แก่พระภิกษุรูปหนึ่งรูปใด เพราะถือกันว่า เป็นสังฆทานอันบริบูรณ์ด้วยสังฆภัณฑ์ และมีอานิสงส์มาก จักพึงมีกำลังไปหนุนผู้วายชน ให้พ้นทุกข์และสุขยิ่งๆขึ้นไปในสัมปรายภพ..”


Leave a Reply