“สมเด็จธงชัย” วัดสระเกศ ฯ นำพระภิกษุในพระอาราม เข้ากราบสักการะ “สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์” ปรารภเหตุ ๕ ประการ

วันศุกร์ที่ ๑๖ เดือน ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ เวลา ๑๔.๐๐ น. สมเด็จพระวชิรสิทธาจารย์  เจ้าอาวาสวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร กรรมการมหาเถรสมาคม  เจ้าคณะภาค ๑๑ ได้นำพระภิกษุในพระอารามเข้าถวายสักการะสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ โดยปรารภเหตุอันสมควรหลายวาระ แต่ในช่วงเวลาที่ผ่านมายังไม่สะดวกและยังไม่ได้รับโอกาสจากเจ้าประคุณสมเด็จ ฯ ให้เข้าถวายสักการะ จึงได้ปรารภรวมกันในครั้งนี้ ประกอบด้วย

๑. ปรารภ เมื่อครั้งเกิดเหตุพระมหาเถระวัดสระเกศ จำนวน ๕ รูป ถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายบ้านเมืองควบคุมตัว และเป็นเหตุแห่งคดีความยาวนานถึง ๗ ปี ตั้งแต่ ปีพุทธศักราช ๒๕๖๑ – ๒๕๖๗ ในระหว่างนั้น สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ผู้เป็นสหธรรมมิกในสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสณมหาเถร) อดีตประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศ และเป็นครูบาอาจารย์ที่สัทธิวิหาริกในหลวงพ่อเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสณมหาเถร) ล้วนเคารพนับถือ ได้ให้ข้อคิดแนวทางปฏิบัติและแนวทางในการแก้ปัญหาแก่พระมหาเถระทั้ง ๕ รูป ไว้ จนกระทั่งการต่อสู้ทางคดีถึงที่สุด มีคำสั่งศาลยกฟ้องโดยลำดับ จึงเป็นความเมตตาประการหนึ่งที่ศิษยานุศิษย์ในสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสณมหาเถร) ล้วนระลึกถึงคุณูปการนี้

๒. ในโอกาสที่สมเด็จพระวชิรสิทธาจารย์ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชาคณะ เมื่อวันที่ ๒๘ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

๓. เนื่องในธรรมเนียมปฏิบัติเข้าพรรษา ที่พระสงฆ์หรือคณะสงฆ์จะได้ทำพิธีสามีจิกรรมต่อพระอุปัชฌาย์อาจารย์ และพระมหาเถระซึ่งเป็นที่เคารพนับถือ

๔. ในคราวครบรอบมรณกาลปีที่ ๑๓ และพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายหลวงพ่อเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสณมหาเถร) ผู้เป็นบูรพาจารย์ในสำนักวัดสระเกศ เมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ นอกจากนี้ สมเด็จพระวชิรสิทธาจารย์และคณะสงฆ์วัดสระเกศ ได้นำหนังสือบันทึกคดีพระเถระวัดสระเกศ ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวเหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวข้องตลอดจนกระบวนการต่อสู้ ฯ ถวายแด่หลวงพ่อเจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ด้วย

๕. ในโอกาสที่คณะสงฆ์วัดสระเกศ จำนวน ๘ รูป ได้รับโปรดเกล้าตั้งและเลื่อนสมณศักดิ์พระราชาคณะ เมื่อวันที่ ๒๑ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๙ นั้นด้วย

ภายหลังการทำพิธีสามีจิกรรมและการถวายสักการะ แล้ว สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ได้กล่าวขอบคุณในน้ำใจและการมีสาราณียธรรมตามกาลของคณะสงฆ์วัดสระเกศ และเมตตาให้โอวาทธรรมโดยปรารภถึงความผูกพันอันยาวนานระหว่างตัวของเจ้าประคุณสมเด็จฯ กับคณะสงฆ์วัดสระเกศ โดยเฉพาะในยุคของอดีตหลวงพ่อเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) ตั้งแต่ได้ร่วมกันวางรากฐานการศึกษาของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) จนกลายเป็นสถาบันอุดมศึกษาทางพระพุทธศาสนาที่มั่นคงและทันสมัยมาถึงปัจจุบัน ซึ่งเข้าไปสนองงานรวมระยะเวลานับกว่าสิบปี

นอกจากนี้ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ยังได้กล่าวถึงพระเถระวัดสระเกศ ทั้ง ๕ รูป รวมถึงคณะสงฆ์วัดสระเกศ ที่ผ่านการต่อสู้เรื่องราวต่าง ๆ ว่าด้วยคดีความ ด้วยความอดทนและมั่นคงในความบริสุทธิ์ของการครองสมณเพศ จนกระทั่งพ้นมลทินทั้งปวง ได้รับคืนสมณศักดิ์ และได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาคณะ ตลอดจนพระเถระวัดสระเกศได้รับการเลื่อนสมณศักดิ์ครบทุกรูปในครั้งนี้ โดยได้ให้ข้อคิดอันทรงคุณค่าไว้ว่า “เมื่อพ้นจากอุปสรรคแล้ว“ กลับทำให้เจริญขึ้นและเติบโตขึ้น ซึ่งสร้างความปลื้มปีติและเป็นกำลังใจอันสำคัญยิ่งแก่คณะสงฆ์วัดสระเกศในการสืบทอดและเผยแผ่พระพุทธศาสนาต่อไป

Share:

Leave a Reply