เจ้าจอมพลโทหญิง “ท่านผู้หญิงอรอนงค์” เป็นผู้แทนพระองค์ ยกช่อฟ้าพระวิหารพระพุทธไสยาสน์ ณ วัดมหาพฤฒาราม

วันอาทิตย์ที่ 18  ตุลาคม 2569   วลา 09.49  น. ณ วัดมหาพฤฒาราม วรวิหาร เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ เจ้าจอม พลโทหญิง ท่านผู้หญิงอรอนงค์ ปิยนาฏวชิรพัทธ์ เป็นผู้แทนพระองค์ ในพิธียกช่อฟ้าพระวิหารพระพุทธไสยาสน์ โดยมี สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี  เจ้าคณะใหญ่หนกลาง กรรมการมหาเถรสมาคม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์  พร้อมด้วย พระราชวัชรชัยเมธี เจ้าอาวาสวัดมหาพฤฒาราม พระราชาคณะ พระภิกษุสามเณร  และ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นางมยุรี เตยะราชกุล ประธานคณะกรรมการจัดงาน กรรมการวัด และพุทธศาสนิกชนร่วมงานในพิธีอย่างพร้อมเพรียง

สำหรับวัดมหาพฤฒาราม มีความเป็นมาโดยสังเขป ดังนี้  “วัดมหาพฤฒาราม” เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่ถนนมหาพฤฒาราม แขวงมหาพฤฒาราม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร มีเนื้อที่ 14 ไร่ สร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของคลองผดุงกรุงเกษม เดิมชื่อว่า “วัดท่าเกวียน” เนื่องจากเคยเป็นที่พักแรมของกองเกวียนที่เดินทางมาค้าขายในกรุงเทพฯ ชาวบ้านพากันเรียกชื่อวัดนี้ว่า “วัดตะเคียน” สันนิษฐานว่าเรียกชื่อวัดตามต้นตะเคียนที่ขึ้นหนาแน่นอยู่รอบบริเวณวัด ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงมีพระราชศรัทธาเลื่อมใสในพระอธิการแก้ว อายุ 107  ปี อดีตเจ้าอาวาสในสมัยนั้น จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้บูรณปฏิสังขรณ์วัดขึ้นใหม่ทั้งพระอารามตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2395

สำหรับพระพุทธไสยาสน์ มีขนาดความยาว 19.25 เมตร พระอุระกว้าง 3.25 เมตร ประดิษฐานอยู่ภายในพระวิหารพระพุทธไสยาสน์ หรือที่เรียกว่าวิหารพระนอน มีขนาดกว้าง 12.50เมตร ยาว 26.50 เมตร สันนิษฐานว่ามีมาแต่ปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา ตั้งแต่ครั้งยังเป็นวัดท่าเกวียนและวัดตะเคียน ต่อมา เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์วัดในปีพุทธศักราช 2395 จึงทรงโปรดเกล้าฯให้บูรณะองค์พระพุทธไสยาสน์และสร้างพระวิหารถวาย แล้วเสร็จในปีพุทธศักราช 2409 ดังมีหมายรับสั่งกำหนดฤกษ์ยกช่อฟ้าวิหารพระพุทธไสยาสน์ในคราวนั้น และต่อมาได้มีการปฏิสังขรณ์เมื่อปีพุทธศักราช 2495 และปีพุทธศักราช 2528 ตามลำดับ โดยกรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนตามพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พุทธศักราช 2478 เมื่อวันที่ 14  กันยายน 2525

ในการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งนี้วัดมหาพฤฒารามได้ดำเนินการบูรณะโครงสร้าง หลังคา หน้าบัน ฝ้าเพดาน ภายในและภายนอกพระวิหาร รวมถึงลงรักปิดทององค์พระพุทธไสยาสน์ใหม่ โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกรมศิลปากร เป็นจำนวนเงิน 14,890,000 บาท  และเงินบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธาทั่วไป จำนวน 8,810,000 บาท รวมงบประมาณทั้งสิ้น 23,700,000 บาท

ปัจจุบันวัดมหาพฤฒาราม “เจ้าคุณช้าง” หรือพระราชวัชรชัยเมธี ดำรงตำแหน่างเจ้าอาวาสมีพระภิกษุสามเณร รวมทั้งสิ้น 84 รูป  ซึ่งกิจกรรมในวันนี้นอกจากประกอบพิธียกช่อฟ้าพระวิหารพระพุทธไสยาสน์แล้ว  คณะสงฆ์วัดมหาพฤฒารามและคณะกรรมการจัดงาน จัดพิธีบำเพ็ญกุศลเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพครบ 222 ปี ขอฃพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ด้วย

Share:

Leave a Reply